รวบ2เสี่ย! คดียกครัว5ศพ
กองปราบฯรวบ2 เสี่ย ผู้บงการฆ่ายกครัว 5 ศพ เสี่ยเฟอร์นิเจอร์คาคฤหาสน์ย่านลาดพร้าว หลังจับทีมฆ่าได้ 4 คนก่อนหน้านี้ ขยายผลจากพยานหลักฐานและสิ่งจูงใจ จนไปพบว่าเมียเสี่ยคนตายเป็นเจ้าหนี้ และถูกหลอกทำธุรกิจสบู่แชมพูสมุนไพรกับเสี่ยผู้ต้องหาหมดเงินไปหลายสิบล้าน แล้วทีมฆ่ายังชี้รูปยืนยันถูกต้อง แต่หลังจมมุมทั้ง 2 เสี่ยยังปฏิเสธ
เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 มิ.ย.ที่กองปราบปราม พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองผบก.ป. แถลงข่าวจับกุมผู้บงการคดีร่วมกันฆ่ายกครัวนายธนายศ ปทุมวาสนา เศรษฐีเจ้าของโรงงานเฟอร์ นิเจอร์ เสียชีวิตพร้อมครอบครัวรวม 5 ศพ เมื่อเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นพ.ต.อ.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผกก.1 บก.ป. นำทีมตำรวจกก. 1 บก.ป. สอบสวนขยายผลหลังจากจับกุมผู้ต้องหาได้ก่อนหน้านี้ 4 คน ทราบว่ายังมีผู้ร่วมกระทำผิดอีก 2 คน คือนายธนกร สมบูรณ์ชัย อายุ 55 ปี และนายพงษ์พันธุ์ ศุภรัศมี อายุ 57 ปี ผู้ใช้จ้างวาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่นำหมายศาลอาญาจับกุมนายธนกร ได้ที่บ้านเลขที่ 225/41 หมู่ 13 ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ส่วนนายพงษ์พันธุ์จับกุมได้ที่บ้านเลขที่ 59/1 หมู่ 1 ต.หนองผึ้ง อ. สารภี จ.เชียงใหม่
พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 18 เม.ย.จับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุ คือ นายวันชัย หรือจ่าแดง อ้นปัน อายุ 58 ปี และนายปริทรรศ หรือกี นุ่มน้อย อายุ 52 ปี ทั้งสองมีอาชีพขับรถแท็กซี่ โดยนายวันชัยเคยต้องคดีปล้นทรัพย์ ส่วนนายปริทรรศเพิ่งพ้นโทษคดีฆ่าคนตายออกมาไม่นาน ผู้ต้องหาทั้งสองอ้างว่าลงมือฆ่าเหยื่อทั้ง 5 ศพเพื่อชิงทรัพย์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ
กระทั่งวันที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ร่วมกระทำผิดเพิ่มอีก 2 คน คือ นายธรายุทธ หรือเจี๊ยบ แสนสุข อายุ 47 ปี และนายอำนาจ หรือโอ๋ ภราดรพิทักษ์ อายุ 27 ปี ทั้งสองให้การสอดคล้องกันว่า คดีนี้มีผู้บงการอีกชั้น โดยนายวันชัย หรือจ่าแดง เป็นตัวเชื่อมต่อไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหลัง ตามข้อมูลเบาะแสพบว่านายวันชัยโทรศัพท์ติดต่อบุคคลอื่นขณะก่อเหตุ ส่วนปมสังหารให้น้ำหนักไปที่ความขัดแย้งหรือเสียประโยชน์ทางธุรกิจที่ผู้ตายทำอยู่ โดยเฉพาะเรื่องจำนองโฉนดที่ดิน ซึ่งผู้ต้องหาบางส่วนพูดถึงโฉนดที่ดินด้วย
พ.ต.อ.สุพิศาลกล่าวต่อว่า ตามแนวทางสืบสวนสอบสวนพบประเด็นว่าประมาณปี 2547 นางกนกกาญจน์ ภรรยานายธนายศ รู้จักกับนายธนกร ซึ่งนำโฉนดที่ดินต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี ของนายสวัสดิ์ นิยมแก้ว พ่อตา จำนวน 10 ไร่ มาจดจำนองขายฝากกับนางกนกกาญจน์มูลค่า 8,500,000 บาท ปีเดียวกันนายธนกรยังทำสัญญากู้ยืมเงินนางกนกกาญจน์อีก 2 ล้านบาท รวมเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยทั้งหมดกว่า 14 ล้านบาท
รองผบก.ป.กล่าวอีกว่า กระทั่งปี 2551 นางกนกกาญจน์สนใจทำธุรกิจผลิตแชมพู สบู่ น้ำหอม สกัดจากสมุนไพร นายธนกรจึงชักชวนร่วมเปิดบริษัท ที เอส เฮิร์บ จำกัด ที่อ.สารภี จ.เชียงใหม่ นายธนกรชักนำนายพงษ์พันธุ์ หนึ่งในผู้ต้องหามาเป็นผจก.บริษัทดังกล่าว อ้างว่านายพงษ์พันธุ์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตสบู่และแชมพูสมุนไพร ขอค่าจ้างเดือนๆละ 40,000 บาท และโบนัสอีกปีๆละ 2 ล้านบาท แต่เมื่อดำเนินธุรกิจไปแล้วนางกนกกาญจน์ทราบว่าถูกหลอกสูญเงินไปกว่า 10 ล้านบาท จึงประกาศปิดกิจการ สร้างความไม่พอใจให้กับนายธนกรกับพวกอย่างมาก เป็นเหตุให้นายพงษ์พันธุ์ ยื่นฟ้องผู้ตายต่อศาลแรงงาน เรียกร้องค่าชดเชย เงินเดือน และเงินโบนัสกว่า 2 ล้านบาท ทั้งๆ ที่กิจการไม่เคยมีผลกำไร เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นมูลเหตุสำคัญ จึงมุ่งคลี่คลายประเด็นนี้กระทั่งจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ปิดคดีอย่างสมบูรณ์ในที่สุด
รายงานข่าวจากกองปราบฯแจ้งว่า นางกนกกาญจน์ได้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกิจ รวมทั้งระบายความในใจเก็บไว้ในเครื่องบันทึกข้อมูลแบบพกพา เนื้อหาสรุปว่านายธนกรมีหนี้ค้างชำระอยู่หลายสิบล้านบาท และยังหลอกลวงให้เปิดบริษัทจนต้องสูญเงินอีกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบหลักฐานเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มคนร้าย และผู้บงการ มีเอกสารที่นายธนายศ เสี่ยเจ้าของโรงงานเฟอร์นิเจอร์ เขียนด้วยลายมือระบุว่า มีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับภรรยาโทร.มาบอกให้ระวังตัว เมื่อได้ข้อมูลผู้ต้องสงสัยเจ้าหน้าที่จึงนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัย 4-5 คนไปให้นายอำนาจ หรือโอ๋ ภราดรพิทักษ์ 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดู นายอำนาจยืนยันว่านายพงษ์พันธุ์ คือ คนขับรถเบนซ์ไปรับส่งถึงบ้านที่เกิดเหตุ และระหว่างอยู่บนรถนายพงษ์พันธุ์สั่งไม่ให้ยุ่งกับเด็กเพราะเป็นลูกหลาน ให้เอาเฉพาะแผ่นพับและโฉนดที่ดินในบ้านออกมาเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ โดยนายธนกรอ้างว่าเคยทำอู่แท็กซี่ และภัตตาคารแถวปทุมวัน แต่เลิกกิจการไป ต่อมารู้จักกับนางกนกกาญจน์หลังนำโฉนดที่ดินไปจำนอง จากนั้นปลายปี 2550 ชักชวนร่วมลงทุนทำธุรกิจสบู่และแชมพูปลูกผมทำจากเห็ดสมุนไพร ยี่ห้อไลท์เซ่ มีนายพงษ์พันธุ์เป็นผจก.โรงงาน ไม่เคยมีปัญหาอะไร ครอบครัวสนิทสนมกับครอบครัวคนตายอย่างดี เพราะนางกนกกาญจน์เคยช่วยเหลือลูกสาวที่ป่วยจนต้องผ่าตัด และเคยไปบ้านผู้ตายมาแล้ว 2-3 ครั้ง ไม่ทราบว่าเข้ามาเกี่ยวกับคดีนี้ได้อย่างไร เพราะธุรกิจตกลงกันแล้วว่าตนทำขายในประเทศ ส่วนนางกนกกาญจน์ทำส่งออก แต่นางกนกกาญจน์เคยเล่าปัญหาเรื่องเก็บเงินค่าจำนองไม่ได้ และปัญหาเงินขาดมือจนต้องแลกเช็ค ส่วนนายพงษ์พันธุ์เป็นเพื่อนที่รู้จักกันเมื่อครั้งทำธุรกิจร้านอาหาร
ส่วนนายพงษ์พันธุ์อ้างว่า ไม่มีปัญหาขัดแย้งกับผู้ตาย มีเพียงเรื่องฟ้องร้องต่อศาลแรงงานภาค 5 ซึ่งศาลตัดสินให้ตนชนะคดี แต่นางกนกกาญจน์ยังไม่จ่ายเงินตามคำสั่งศาลจำนวน 7 แสนกว่าบาท ตนและนายธนกรไม่เคยรู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งสี่คนมาก่อน
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา เบื้องต้นดำเนินคดีนายธนกรและนายพงษ์พันธุ์ข้อหาร่วมกันใช้จ้างวานผู้อื่นกระทำความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธปืน เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยกระทำทารุณโหดร้าย ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร ส่งตัวให้สน.ลาดพร้าว เจ้าของท้องที่ดำเนินคดี
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


