สาวขวัญผวาหนุ่มบุกห้อง "ขอทำลูก" กอดจูบปลุกปล้ำ ชาวบ้านได้ยินเสียงกรี๊ด

สาวขวัญผวาหนุ่มบุกห้อง "ขอทำลูก" กอดจูบปลุกปล้ำ ชาวบ้านได้ยินเสียงกรี๊ด
Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

(13 มิ.ย.62) เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. ร.ต.อ.วีรยุทธ ธัญสิริสุขวรกุล รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตได้รับแจ้งเหตุมีชายบุกรุกเข้าไปในห้องเช่าหญิงสาว และมีชาวบ้านช่วยกันจับตัวไว้ได้ เหตุเกิดบริเวณซอยไม่มีชื่อ ใกล้ซอยตาผ้าขาว ม.1 ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ชนะ สุทธิมาศ รองผกก.(สอบสวน) สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่ชุดสายตรวจร่วมตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าไม่มีเลขที่ พบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 21 ปี อยู่ในอาการตื่นตกใจ รีบเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายวีรยุทธ อายุ 27 ปี ชาวต.บ่อยาง อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา มีชาวบ้านได้ช่วยกันจับตัวไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่สายตรวจและชุดสืบสวนจึงเข้าควบคุมตัวไว้ ซึ่งเบื้องต้นนายวีรยุทธ ผู้ก่อเหตุอยู่ในอาการคล้ายกับคนมึนเมา มีอาการตัวสั่นคล้ายเป็นร่างทรง พูดจาวกไปวนมา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.ฉลอง ซึ่งระหว่างควบคุมตัวไปที่รถ นายวีรยุทธได้มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ โดยขอใบกระท่อม 1 ใบ จากเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเคี้ยวสงบสติอารมณ์ แต่เจ้าหน้าที่ปฏิเสธและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง เพื่อสอบสวนดำเนินคดีทันที

จากการสอบถาม นส. เอ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนเองนั้น นอนหลับอยู่ในห้องเพียงลำพัง ก่อนที่นายวีรยุทธ ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นเพื่อนข้างห้อง จะมาเคาะประตูหลายครั้ง ตนเองคิดว่าน้ากับแม่มาเคาะ จึงลุกขึ้นและเดินเปิดประตูหน้าบ้าน เมื่อเปิดประตูออกมา พบว่านายวีรยุทธ ผู้ก่อเหตุอยู่หน้าบ้าน และได้ผลักตนเองเข้าไปในห้อง พร้อมบอกว่าจะเอาลอตเตอรี่มาให้ ก่อนพยายามกอดและผลักให้ตนไปที่ห้องนอน พร้อมหอมแก้ม ตนเองพยายามดิ้นและจะวิ่งออกจากบ้านแต่นายวีรยุทธได้ดึงมือกลับเข้าไปและพยายามบีบคอ พร้อมพูดว่าตนเองเคยไปบนบานไว้ว่าอยากมีลูก แต่ตนเองได้ปฏิเสธด่ากลับไป ก่อนได้ร้องขอความช่วยเหลือ

สุดท้ายมีเพื่อนบ้านเข้ามาช่วยเหลือและจับตัวไว้ได้ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่ง น.ส.เอเล่าอีกว่า ก่อนหน้านี้ตนเองไม่เคยรู้จักและพูดคุยกับนายวีรยุทธมาก่อน  อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนญาติผู้ก่อเหตุเบื้องต้นทราบว่า เคยมีประวัติการรักษาจิตเวชที่ จ.สงขลา แต่ยังไม่มีบัตรมาแสดง จึงต้องรอหลักฐานจากญาติ ระหว่างนั้นได้นำตัวไปตรวจหาสารเสพติดเพิ่มเติมก่อนดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!