ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ กับก้าวที่ท้าทายในตลาดอนุพันธ์

ธนพิศาล คูหาเปรมกิจ กับก้าวที่ท้าทายในตลาดอนุพันธ์

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
หลังบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย)จำกัด(มหาชน) หรือTFEX เพิ่มผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ คือ สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า หรือโกลด์ฟิวเจอร์ส เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา การแข่งขันก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในฝั่งของผู้ประกอบการค้าทองที่หันมาทำธุรกิจนายหน้าซื้อขายโกลด์ฟิวเจอร์ส เรียกได้ว่าทุกรายกระโดดลงสนามหมด

เช่นเดียวกับตระกูลคูหาเปรมกิจ ซึ่งดำเนินธุรกิจเป็นผู้ผลิตทองคำและเครื่องประดับรายใหญ่ของประเทศไทยในนามบริษัท เกรทเทส โกลด์ แอนด์ รีไฟเนอรี จำกัด ที่ได้ซุ่มเตรียมตัวมานาน ก็ลงสู้ศึกด้วยอาวุธที่ครบมือ ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ที่ถือหุ้นโดยบริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ จำกัด (มหาชน)อีกทอดหนึ่ง

หนึ่งในผู้ที่มีบทบาทสำคัญอยู่ขอบสนามรบธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์ส ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นธนพิศาล คูหาเปรมกิจ ทายาทคนสุดท้องวัย 26 ปื ของโอฬาร คูหาเปรมกิจ (มีบุตร 3 คน) ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจค้าทองมา 60 กว่าปี

ธนพิศาล ให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจว่า เขาก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจตลาดทุนของครอบครัวในฐานะที่ปรึกษาด้านการตลาดอนุพันธ์ สายงานธุรกิจหลักทรัพย์ 1 โดยคิดว่าเมื่อเรียนจบแล้วก็ควรจะทำงานเลย

สำหรับประวัติการศึกษาของธนพิศาล จัดว่าเป็นคนเรียนดี โดยจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยบอสตัน สหรัฐอเมริกา สาขาเศรษฐศาสตร์ เกรดเฉลี่ย 3.62 - 4.00 หมาด ๆปี 2551 จบปริญญาโทปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยวอร์ริก ประเทศอังกฤษ สาขาการเงิน โดยเลือกเรียนทางด้านตราสารอนุพันธ์

ผมเรียนมาทางด้านตราสารอนุพันธ์โดยตรง เพราะชอบ และคิดว่าตลาดเมืองไทยน่าจะโตอีกมากเทียบเท่าตลาดทุนเลยทีเดียว เพราะต่างประเทศขนาดของตลาดอนุพันธ์จะใหญ่มากเทียบเท่ากับตลาดทุน

การทำธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์สของกลุ่มโกลเบล็ก ธนพิศาล เผยว่า ได้เตรียมการมานาน ซึ่งเป็นวิชั่นของคุณพ่อ ที่อยากให้โกลด์ฟิวเจอร์สเกิดมานานแล้ว เพื่อต้องการให้การทำธุรกิจค้าทองของครอบครัวครบวงจร

ตอนนี้กลุ่มโกลเบล็กมีทั้งขายทองคำแท่งและฟิวเจอร์ส โดยลูกค้าที่เล่นโกลด์ฟิวเจอร์ส บริษัทก็จะพยายามเชื่อมโยงให้มีการส่งมอบเป็นทองคำ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุนมากขึ้น

ธนพิศาลอธิบายถึงบทบาทของตัวเองในโกลเบล็กว่า จะเป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจตราสารอนุพันธ์ ทั้งเรื่องแนวทางและการแนะนำลูกค้าเกี่ยวกับกลยุทธ์การลงทุน ร่วมศึกษาและช่วยคิดค้นโปรดักต์ เช่น ฟิวเจอร์สทองคำ และพยายามหาอะไรที่ทำให้ลูกค้าได้ผลประโยชน์มากที่สุด

ผมฝึกงานตลอดกับธุรกิจของครอบครัว โดยตอนฝึกงานก็ดูด้านการตลาดเกี่ยวกับการซื้อขายทองคำทั้งการนำเข้าและส่งออก ตลอดจนการหลอมทองด้วย

นอกจากนี้ตอนฝึกงานที่ธนาคารพาณิชย์ ก็มีการสอนเรื่องออพชัน ทำให้ได้เรียนรู้ก่อนเรียนด้านตราสารอนุพันธ์ ก็ถือว่ามีพื้นฐานอย่างบ้างแล้ว

การเรียนด้านตราสารอนุพันธ์ ทำให้มีความรู้มากขึ้นว่าความเสี่ยงอยู่ตรงไหน อะไรคือ ความเสี่ยง และคนเริ่มเรียนรู้เยอะเพราะในตลาดมีโปรดักต์มากขึ้น

ธนพิศาล มองว่า ในอนาคตหากTFEX ประสานงานกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการทยอยออกโปรดักต์อนุพันธ์ เช่น ตราสารอนุพันธ์อิงอัตราดอกเบี้ย น้ำมัน และโลหะประเภทเงิน ก็จะทำให้คนเริ่มอยากเรียนรู้ทางด้านนี้มากขึ้น

พร้อมกล่าวถึงทิศทางธุรกิจของกลุ่มโกลเบล็ก ว่า ยังเปิดประตูในการหาโอกาสใหม่ ๆ ไม่ได้ทำเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์ทั้งตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์

ตอนนี้สิ่งที่เราจะต้องทำให้ดีที่สุดคือ ทำให้องค์กรแข็งแกร่งและสร้างรากฐานให้ดี พร้อมสำหรับการเปิดเสรีธุรกิจหลักทรัพย์ (พ.ศ. 2555)

อย่างไรก็ตามปัจจุบันรายได้ของกลุ่มโกลเบล็ก 90% ยังมาจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และตั้งเป้าว่าจะค่อย ๆขยายฐานธุรกิจตราสารอนุพันธ์เป็น 20-30% ของรายได้รวม

เราตั้งเป้าว่าอยากจะเป็นที่หนึ่งในธุรกิจโกลด์ฟิวเจอร์ส เพราะบริษัทถนัดทางด้านนี้ ขณะที่ปัจจุบันโกลเบล็ก มีมาร์เก็ตแชร์ในธุรกิจอนุพันธ์ที่ 4.1 % ติดอันดับ 1 ใน 10 ของโบรกเกอร์ที่มีส่วนแบ่งซื้อขายสูงสุด

สำหรับธุรกิจตลาดทุน (ธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์) ธนพิศาล บอกว่า บริษัท ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ไว้ที่ 3% และอยากจะรักษาไว้ที่ระดับดังกล่าว (สิ้นมี.ค.มีมาร์เก็ตแชร์ 1.6% ) และพร้อมเต็มที่เพื่อรองรับการเปิดเสรี

ส่วนการหาพันธมิตร และควบรวมกิจการ ขณะนี้ไม่ได้เจรจากับใคร แต่ก็เปิดประตูไว้เช่นกัน โดยอาจจะเป็นทั้งกรณีโกลเบล็กเทกโอเวอร์บริษัทอื่น หรืออาจจะมีคนมาเทกฯเราก็ได้ แต่จะรักษาความเป็นธุรกิจครอบครัวไว้

ในฐานะที่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ ธนพิศาล บอกว่าเขายังต้องเรียนรู้จากผู้ที่มีประสบการณ์ ที่สำคัญคือ การก้าวสู่โลกธุรกิจของเขาในปัจจุบันซึ่งเป็นช่วงที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจโลกพอดี จึงทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล