ปมฆ่า2ศพ เสี่ย-เมีย ตร.พบจม. แฉหุ้นส่วน

ปมฆ่า2ศพ เสี่ย-เมีย ตร.พบจม. แฉหุ้นส่วน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ฆ่า2ศพผัว-เมียคารถที่นครปฐม ตร.สอบพบคนตายเขียนบันทึกทิ้งไว้ที่บ้าน ถ้าเป็นอะไรไปให้รู้ว่ามาจากเรื่องธุรกิจเต็นท์รถเก่า ซึ่งมีหุ้นส่วนคนหนึ่งติดค้างเงินนับ 10 ล้านบาท พ่อแฟน-พี่สาวเหยื่อเคราะห์ร้ายนำจดหมายมามอบให้พนักงานสอบสวนแล้ว แฉช่วงหลังคนตายนำเช็คไปขึ้นเงินที่แบงก์ กลับเด้งตลอด จึงติดตามทวงหนี้ ก่อนจะมาโดนฆ่าสยอง

จากกรณีตำรวจสภ.สามพราน จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งตกข้างทางมีผู้เสียชีวิตในรถเป็นชาย-หญิง 2 ราย เหตุเกิดถนนสายพระประโทณ-บ้านแพ้ว กม.ที่ 17-700 หมู่ที่ 5 ต.ตลาดจินดา อ.สามพราน จ.นครปฐม เหตุเกิดเมื่อเช้ามืดวันที่ 23 เม.ย. 2552 แต่หลังตรวจสอบกลับพบว่าเป็นเหตุฆาตกรรม โดยผู้ตายคือนายประสิทธิ์ชัย หรือเสี่ยเชษฐ์ พงศ์ปฏิมาพรรณ อายุ 36 ปี เจ้าของธุรกิจค้ารถจักรยานยนต์หลายสาขาในจ.กาญจนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 73/8 ถ.อู่ทอง ต.บ้านเหนือ อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และน.ส.อ้อมใจ หรืออ้อม มีเท อายุ 32 ปี ภรรยาสาวโดยทรัพย์สินของผู้ตายยังอยู่ครบ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นน่าจะเป็นการฆาตกรรมมาจากที่อื่น แล้วนำศพพร้อมรถมาทิ้งอำพรางคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 24 เม.ย. ที่สภ.สามพราน จ.นครปฐม พล.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง รองผบช.ภ.7 เรียกทีมคลี่คลายคดีประชุมด่วน โดยมีพ.ต.อ.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รองผบก.หน.ศสส.7 พ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.ภ.จว.นครปฐม พ.ต.อ.สมชาย รักษเสนาะ ผกก.กสส.ศสส.ภ.7 พ.ต.อ.มานูญ เชวงเกียรติ ผกก.สภ.สามพราน พร้อมชุดสืบสวน เข้าสรุปความคืบหน้า

หลังประชุมพล.ต.ต.สมบูรณ์ ให้สัมภาษณ์ว่า สรุปประเด็นสังหารไว้กว้างๆ 3 ประเด็น คือชู้สาว เรื่องขัดแย้งในบริษัทค้ารถจักรยานยนต์ของผู้ตายในเมืองกาญจน์ อีกเรื่องคือเงินกู้กับหุ้นส่วนเต็นท์รถยนต์มือสอง ที่ร่วมธุรกิจกับคนสนิทในจ.กาญจนบุรี ซึ่งจากข้อมูลมีน้ำหนักมากที่สุด เวลานี้แบ่งงานกันโดยมีศูนย์สืบสวนภาค 7 กลุ่มงานสืบสวนตำรวจภูธร จ.นครปฐม ทีมสืบสวนท้องที่สภ.สามพราน ประสาน กับภ.จว.กาญจนบุรี เนื่องจากผู้ตายเป็นนักธุรกิจอยู่ที่นั่น เวลานี้พอจะเห็นภาพความชัดเจนอะไรบางอย่างบ้างแล้ว

พ.ต.อ.มานูญ ผกก.สภ.สามพราน กล่าวว่า ให้พ.ต.ท.ธวัชชัย สุดประเสริฐ รองผกก.สส. ควบคุมดูแลเรื่องการสืบสวนปราบปราม ซึ่งหลังทราบว่าผู้ตายเป็นใครก็ประสานไปยังญาติของผู้ตายเพื่อมาให้ปากคำ โดยในชั้นนี้ได้สอบปากคำพยานไปแล้ว 3 ปาก มีพี่สาวฝ่ายชาย 1 ปาก บิดาฝ่ายหญิง 1 ปาก และพยานที่พบเหตุแล้วแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ ซึ่งจากการสอบสวนพยานที่เป็นญาติคนตาย ทำให้ตำรวจได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่โยงถึงคนร้ายได้ ขณะเดียวกันก็ประสานทีมศูนย์สืบสวนภาค 7 มาเช็กข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้ตายทั้ง 2 คนว่า ก่อนเสียชีวิตติดต่อกับใครบ้าง ตรงนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งของการโยงไปหาคนร้ายได้

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ ทรัพย์เดช รองผบก.ภ. จว.นครปฐม ซึ่งดูแลงานสืบสวนปราบปราม เผยว่า ได้จัดทีมไปประสานกับสภ.เมืองนครปฐม และ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เพื่อดูภาพจากกล้องซีซีทีวี ที่ติดตั้งเพื่อดูแลการจราจรตามแยกต่างๆ ทั้งในตัวเมืองนครปฐม และแยกสำคัญๆ บนถนนเพชรเกษม ซึ่งอาจได้ข้อมูลการเดินทางก่อนมาถูกฆาตกรรมผ่านจุดใดตามจุดต่างๆ ที่มีกล้องบ้างหรือไม่ ซึ่งในตัวเมืองนครปฐมมีกล้องซีซีทีวี ติดตั้งอยู่จำนวนมาก อาจได้ข้อมูลมาประกอบการสืบสวนอีกทางหนึ่ง

รายงานข่าวแจ้งว่านายประสิทธิ์ชัย หรือเสี่ยเชษฐ์ ก่อนจะมาถูกฆ่าตายพร้อมแฟนสาว ได้เขียนบันทึกทิ้งไว้ที่บ้านมีใจความสรุปว่า หากเป็นอะไรไปผู้กระทำก็คือผู้ร่วมลงทุนเต็นท์รถเก่ารายหนึ่งที่ร่วมการค้ากันอยู่ มีปัญหาเรื่องเงินหลายล้านบาทที่ผู้ร่วมลงทุนกู้ยืมไปแล้วมีปัญหาไม่สามารถนำมาคืนให้ตามที่ตกลงไว้

ด้านพ.ต.ท.ธวัชชัย สุดประเสริฐ เปิดเผยว่า เมื่อตอนบ่ายวันที่ 23 เม.ย.นายนิคม มีเท อายุ 52 ปี และน.ส.พรทิพย์ พงศ์ปฎิมาพรรณ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นพ่อของน.ส.อ้อมใจ และพี่สาวของนายประสิทธิ์ชัย ซึ่งอยู่อ.เมืองกาญจนบุรี ได้นำจดหมายที่ผู้ตายเขียนทิ้งไว้ให้ก่อนที่จะออกจากบ้านไปพร้อมภรรยาสาว และเพื่อนชายที่ร่วมที่ธุรกิจด้วยกันอีก 1 คนในช่วงเวลา 2 ทุ่ม วันที่ 22 เม.ย. โดยระบุชื่อของเพื่อนนักธุรกิจที่เป็นหุ้นส่วนพยายามที่จะคิดฆ่าล้างหนี้กว่า 10 ล้านบาท

น.ส.พรทิพย์ ให้การว่าผู้ตายทำธุรกิจเกี่ยวกับบริษัทขายรถจักรยานยนต์อยู่ที่จ.กาญจนบุรี แล้วยังร่วมกับเพื่อนเปิดเต็นท์ขายรถยนต์อยู่ในจ.นครปฐม อีกด้วย ซึ่งต้องลงทุนคนละ 4 ล้านบาท เมื่อประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา จากนั้นเพื่อนร่วมหุ้นมาขอยืมเงินจากผู้ตายเพื่อไปเปิดบริษัทไฟแนนซ์รองรับธุรกิจขายรถ โดยขายเช็คให้กับผู้ตายไว้หลายใบ มีตั้งแต่ใบละ 4 ล้าน ใบละ 1 ล้าน และ 5 แสน รวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท แต่ถึงเวลาขึ้นเช็ค ผู้ตายนำไปขึ้นที่ธนาคารแต่เช็คกลับเด้ง จึงติดตามทวงหนี้กันมาตลอด จนเมื่อ 2 เดือนหลังนี้นายประสิทธิ์ชัย ได้รับสิทธิ์ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ในจ.กาญจนบุรี แต่ผู้ตายต้องสร้างโชว์รูมในวงเงิน 40 ล้านบาท จึงทำสัญญากับบริษัท ทำให้ต้องทวงเงินจากลูกหนี้ที่เคยยืมไป ซึ่งหนึ่งในนั้นที่กู้เงินไปมาก เป็นพื่อนที่ร่วมทำธุรกิจขายรถมือสองด้วยกันนั้นเอง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล