แจกเช็คพื้นที่ 8 หวิด''จลาจล''

''ไพฑูรย์''เฉ่ง จนท.นัดทีเดียว 3 หมื่น

ไพฑูรย์เตือน ผู้มีสิทธิรับเช็คช่วยชาติ อีกเกือบล้านราย รีบแจ้งรับเช็คก่อน พ.ค.นี้ ไม่งั้นปิ๋ว เฉ่ ง จนท.ต้นเหตุนัดคนวันเดียว 3 หมื่น ทำเอาแจกเช็คพื้นที่ 8 หวิดจลาจล ต้องขอโปลิศเสริมระงับเหตุ ระบุเตรียมรายงาน ครม.ผลแจกเช็ค 5 วัน โวไม่ถอดใจหากต้องรับเป็นเจ้าภาพแจกเช็คอีกครั้ง ขณะที่หาดใหญ่โพล เผยผลสำรวจ ชาวใต้เชื่อสามารถแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้ แนะปราบคอร์รัปชั่นนำเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 30 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติ ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) เขตพื้นที่ 3 (ดินแดง ห้วยขวาง พญาไท ราชเทวี) ตั้งอยู่ด้านหลังกระทรวงแรงงานคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้า มีผู้ประกันตนมาตรา 33 (ผู้ประกันตนในระบบ) และมาตรา 39 (ผู้ประกันตนโดยสมัครใจ) มาเข้าแถวรอรับเช็คอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดย สปส. เขตพื้นที่ 3 ได้เตรียมพื้นที่และติดตั้งเต็นท์ 3 หลังเพื่อรองรับผู้ประกันตนที่เดินทางมารับเช็คตามที่นัดหมายจำนวน 25,000 คน แบ่งเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 จำนวน 17,000 คน และผู้ประกันตนมาตรา 39 จำนวน 8,000 คน ซึ่งโดยภาพรวมการเข้ารับเช็คเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ส่วนบรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติ ที่สปส.เขตพื้นที่ 8 (พระโขนง บางนา ประเวศ วัฒนา อ่อนนุช คลองเตย และสวนหลวง) ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ที่มีผู้ประกันตนมากที่สุดในเขต กรุงเทพฯ กว่า 5 แสนคน แต่เบื้องต้น สปส. วางแผนดำเนินการแจกเช็คลอตแรกก่อน 2.7 แสนคน โดยบรรยากาศในวันนี้ (30 มี.ค.) เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีผู้ประกันตนเดินทางมารับเช็คจำนวนมากแต่ก็ไม่วุ่นวายเหมือนกับวันที่ 29 มี.ค. ซึ่งเกิดปัญหาในการจ่ายเช็ค โดยเฉพาะที่บริเวณห้างสรรพสินค้าโลตัส สาขาสุขุมวิท 50 ซึ่งเป็นจุดนัดหมายให้ผู้ประกันตนรับเช็คในช่วงเช้าและบ่าย รวมกว่า 30,000 คน แต่ผู้ประกันตนทั้ง 2 รอบมารับเช็คพร้อมกันก่อให้เกิดเหตุวุ่นวายหวิดจลาจล ต้องขอกำลังเสริมเจ้าหน้าที่ตำรวจ 100 นายจาก สน.พระโขนง เข้ามาระงับเหตุ

นางวีณา เลิศกมลมาศ ผอ.สปส.เขตพื้นที่ 8 กล่าวว่า ได้นัดหมายให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 จากเขตวัฒนาและพระโขนง ที่ยังตกค้างจากการจ่ายเช็ค เมื่อที่ 29 มี.ค. ประมาณ 15,000 คน ให้มารับเช็คที่สำนักงาน นอกจากนี้ยังให้บริการจ่ายเช็คแก่ผู้ประกันตนตามมาตรา 39 ที่ตกค้างจากการรับเช็คที่ลานคนเมือง อีกประมาณ 20,000 คนด้วย จึงเกิดเหตุวุ่นวายอย่างที่เห็น ทั้งนี้กขอร้องให้ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มารับเช็คตามที่นัดหมายเท่านั้น ส่วนมาตรา 39 ควรมารับในวันที่ 4-6 เม.ย. ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น.

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ในวันที่ 31 มี.ค. กระทรวงแรงงานจะราย งานผลการดำเนินการแจกเช็คช่วยชาติให้กับผู้ประกันตนทั่วประเทศตั้งแต่ 26-30 มี.ค. ให้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบ โดย ยอดผู้ประกันตนที่มารับเช็คทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 26-29 มี.ค. มีจำนวนกว่า 2 ล้านคนคิดเป็นเงินกว่า 5,000 ล้านบาท และในวันที่ 2-3 เม.ย.นี้ สปส.จะทำการแจกเช็คช่วยชาติลอตที่ 2 จำนวน 1.2 ล้านฉบับ ขณะที่ลอตที่ 3 จำนวน 3.7 แสนฉบับ จะแจกในวันที่ 5-8 เม.ย. สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 38 (ผู้ที่ถูกเลิกจ้างหรือลาออกจากงานแต่ยังได้รับการคุ้มครองจาก สปส. 6 เดือน) ซึ่งมีจำนวน 3 แสนราย ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบซึ่งจะได้รับเช็คในภายหลัง

นายไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยังพบอีกว่าจำนวนผู้ประกันตนที่มาขอรับเช็คล่าสุดมีจำนวน 7.6 ล้านคนจาก 8.3 ล้านคน ปรากฏว่ายังมีผู้ประกันตน ไม่ได้มาลงทะเบียนอีกเกือบ 1 ล้านคน ดังนั้นจึงขอให้ผู้มีสิทธิ รีบมาลงทะเบียน ภายในวันที่ 31 พ.ค.นี้ หากเกินวันที่กำหนดถือว่าสละสิทธิ สำหรับปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ การจ่ายเช็คล่าช้า การมอบฉันทะให้ผู้อื่นไปรับเช็คแทน ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าสามารถจ่ายเช็คให้ได้ 5.5 ล้านคนทันวันที่ 8 เม.ย. นี้อย่างแน่นอน

จากการสำรวจล่าสุดพบว่า สปส. เขตพื้นที่ยังมีปัญหาการแจกเช็คอยู่มาก โดย เจ้าหน้าที่ได้นัดหมายให้มารับในวันเดียวกันถึง 30,000 คน คนจึงทะลักกันมา ทั้งที่ยังมีเวลาไปจนถึงวันที่ 8 เม.ย. ไม่เข้าใจว่าไปนัดวันเดียวกันหมดแล้วพอถึงวันสุดท้ายเจ้าหน้าที่จะทำอะไร นั่งตบยุงกันหรืออย่างไร แต่ผมได้สั่งให้เลขาธิ การ สปส. ดูแลเป็นพิเศษแล้ว แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการที่ผ่านมาถือว่า สปส. สามารถรับมือได้ และถ้ารัฐบาลมีนโยบายแจกเช็คหรือแจก อย่างอื่นในลักษณะนี้ กระทรวงแรงงาน ก็พร้อมที่จะเป็นเจ้าภาพ ยืนยันไม่ถอดใจแน่นอน แต่ถ้าจะให้ดีควรมีการระบุรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่านี้ ว่าใครเป็นคนรับผิดชอบที่ชัดเจน อาจจะมีปัญหาน้อยกว่านี้ ไม่มีการมาโทษกันทีหลัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการรับเช็คช่วยชาติทั่วประเทศเป็นไปด้วยความคึกคัก ที่ จ.เพชรบูรณ์ หน้าที่ว่าการ อ.หนองไผ่ ได้มีผู้มีสิทธิรับเช็คมาตรวจรายชื่อและรอรับเช็คจำนวนมาก โดย น.ส.หนูเพียร ฐาเศรษฐี อายุ 23 ปี ผู้พิการขาข้างซ้ายและกะโหลกศีรษะซีกขวายุบ เนื่องจากถูกรถชน ขณะทำงานที่ จ.ชุมพร ปัจจุบันได้รับเงินช่วยเหลือจาก อบต.เดือนละ 500 บาท หักเข้าประกันสังคม 432 บาท คงเหลือไว้ใช้จ่ายเพียง 68 บาท กล่าวว่าดีใจมากที่ได้รับเช็คช่วยชาติในครั้งนี้ ตั้งใจจะนำเงินที่ได้ไปให้กับพ่อแม่ส่วนหนึ่ง และจะเก็บไว้ใช้ส่วนตัวส่วนหนึ่ง และอยากฝากให้รัฐบาลช่วยเพิ่มเงินยังชีพผู้พิการที่ได้รับเดือนละ 500 บาทขึ้นอีกเพราะหักจากจ่ายเงินประกันสังคมเงินที่เหลือไม่พอใช้ โดยตนไม่มีอาชีพอะไรเนื่องจากร่างกายไม่ปกติ พ่อ-แม่ก็มีอาชีพทำนา

ขณะที่หาดใหญ่โพล โดยสำนักวิจัยและพัฒนา ม.หาดใหญ่ จ.สงขลา สำรวจความคิดเห็นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ เกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 1,181 คน ระหว่างวัน ที่ 25-29 มี.ค. พบว่าร้อยละ 57.1 เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะติดลบ 3% ร้อยละ 30.0 ไม่เชื่อว่าจะติดลบถึง 3% ร้อยละ 12.9 ไม่แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ประชาชนร้อยละ 92.0 เชื่อมั่นว่าสถาบันการเงินจะสามารถแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ร้อยละ 8.0 ไม่เชื่อว่าจะแก้ ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจได้ ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับการหาเงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ พบว่าร้อยละ 45.1 เห็นว่ารัฐบาลควรป้องกันการคอร์รัปชั่นมากที่สุด เพื่อจะได้นำเงินดังกล่าวมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 43.1 ระบุว่ารัฐบาลควรออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อระดมเงินออมของประชาชน ร้อยละ 38.7 เห็นว่าควรปฏิรูปกฎหมายภาษีที่ดินและภาษีมรดก ร้อยละ 33.1 ต้องการให้นำรัฐวิสาหกิจ ที่แปรรูปกลับมาเป็นของรัฐบาล และร้อยละ 32.7 ระบุว่าต้องสะสางคดีทุจริตของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร.

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด