หนุ่มซิ่งชนทหารตาย มอบตัวแล้ว อ้างตกใจ "ผมไม่ได้นั่งดริ้งค์"

Sanook! Regional

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มคู่กรณีก่อเหตุขับกระบะชนทหารหนุ่มเสียชีวิต ขึ้นโรงพักเข้ามอบตัว อ้างตกใจกับเหตุที่เกิดขึ้น ไม่ได้ไปนั่งดริ้งค์ต่อ หากตั้งใจหนีคงหนีไปไกลแล้ว

จากกรณีข่าวที่สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก รถกระบะซิ่งชนท้ายรถจักรยานยนต์ที่จอดติดสัญญาณไฟแดงแยกสะพานนวรัฐ เมืองเชียงใหม่ เป็นเหตุทำให้ สิบเอกธนธน อายุ 30 ปี ทหารสังกัดค่ายกาวิละ เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ขณะที่ผู้ก่อเหตุได้ขับรถไปจอดที่ร้านอาหาร พร้อมกับสังสรรค์กับเพื่อนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตามข่าวที่รายงานไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา คนขับรถกระบะคันดังกล่าวที่ปรากฏอยู่ในคลิปวีดีโอ ทราบชื่อต่อมาคือ นายณัฏฐวิทย์ อายุ 31 ปี ได้เดินทางมาที่ สภ.แม่ปิง จ.เชียงใหม่ เพื่อเจรจากับทางญาติผู้เสียหายรวมทั้งรับทราบข้อกล่าวหา หลังจากที่ก่อนหน้านี้ช่วงเช้าของวันที่ 31 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้เดินทางมาแล้วครั้งหนึ่ง

โดยในวันนี้ นายณัฏฐวิทย์ นั้นได้เดินทางมาพร้อมกับทางเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหายของรถคู่กรณีและประเมินค่าซ่อมแซม และเซ็นเอกสารรับทราบข้อกล่าวหา ทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งไว้ก่อนหน้านี้ เบื้องต้นทางเจ้าตัวระบุว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวและสังคมวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ทำให้ตนรู้สึกไม่สบายใจและเครียดมาก

ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้น หลังจากเกิดเรื่องตนก็รู้สึกตกใจและทำอะไรไม่ถูก ตนยืนยันว่าพร้อมที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำให้ดีที่สุดเท่าที่ตนสามารถทำได้กับสิ่งที่อีกฝ่ายเกิดความสูญเสียไป เพื่อให้เห็นว่าตนไม่ได้ทอดทิ้งหรือเมื่อเกิดเหตุแล้วจะนิ่งดูดาย ซึ่งหลังเกิดเหตุตนก็นอนไม่หลับ และพยายามติดต่อทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เช่น ประกัน เพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการดำเนินการชดใช้ค่าเสียหายให้กับอีกฝ่าย

ขณะที่กระแสโซเชียล ตนยอมรับว่าจากการคลิปที่เผยแพร่กันตอนนี้ เมื่อทุกคนเห็นก็จะมองว่ามันไม่ดีแน่นอน แต่ตนก็อยากให้มองกลับกันว่า หากตนจะหลบหนีก็คงหนีไปไกลแล้ว แต่ตนเลือกไปหาพี่ชาย ซึ่งอยู่สถานบันเทิงใกล้กับที่เกิดเหตุพอดี ตนไม่ได้ไปนั่งดื่มสุราตามที่ถูกกล่าวหา ในตอนนั้นตนไม่ทราบด้วยว่าคู่กรณีได้เสียชีวิตหรือไม่ แต่เข้าไปเล่าเหตุการณ์ให้พี่ชายฟัง

สำหรับส่วนตัวนั้นตนก็ยอมรับผิด ส่วนเรื่องของพี่ชายนั้น ตนขอไม่พูดถึงเนื่องจากเกรงจะเกิดผลกระทบขึ้น อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ตนก็รู้สึกเสียใจมาก และยังคงเกิดความเครียดกับกระแสข่าวที่โจมตีในขณะนี้ โดยหลังจากเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นอีกวันตนก็รีบเข้ามาพูดคุยกับทางญาติผู้ตายซึ่งเป็นพ่อของ สิบเอกธนธน และญาติของสิบเอกนิรุต ที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ในเวลาต่อมา พ่อและน้องสาวของสิบเอกธนธน ผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมายัง สภ.แม่ปิง เพื่อเจรจากับคู่กรณีและตกลงค่าเสียหาย แต่ปรากฏว่ามาสวนทางกัน ทำให้ไม่ได้พูดคุยกันเพราะอ้างว่าค่อนข้างเครียด ทางครอบครัวผู้เสียชีวิตจึงขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย แม้จะสงสัยในการกระบวนการดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ก็ได้เข้าตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์คู่กรณี ที่เก็บหลักฐานต่างๆ ทั้งลายนิ้วมือแฝง ลักษณะของการเฉี่ยวชนเพื่อนำไปประกอบคดีต่อไป