นายกสั่งปรับการแจงข้อมูลอุบัติเหตุ-3วันสงกรานต์ตาย167

นายกสั่งปรับการแจงข้อมูลอุบัติเหตุ-3วันสงกรานต์ตาย167

นายกสั่งปรับการแจงข้อมูลอุบัติเหตุ-3วันสงกรานต์ตาย167
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นายกรัฐมนตรี สั่งปรับการแจงข้อมูลเจ็บตายช่วงเทศกาล เน้นลงสาเหตุกระตุ้นการขับขี่ให้เกิดความปลอดภัย ขณะที่ ศปถ. แถลงตัวเลขเฝ้าระวังอุบัติเหตุสงกรานต์วันที่ 3 ยอดรวมเกิดเหตุ 1,743 ครั้ง เสียชีวิต 167 ราย บาดเจ็บ 1,795 คน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งการให้หน่วยปฏิบัติ เช่น กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองทัพ ฯลฯ ปรับวิธีการรวบรวมและรายงานข้อมูลการป้องกันและลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์และเทศกาลอื่นๆ แก่สาธารณชน โดยให้เน้นลงรายละเอียดให้ครบถ้วน จัดทำแบบฟอร์มสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุเปรียบเทียบกับสิ่งที่กฎหมายห้ามไว้ ไม่เน้นรายงานจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บในปีนี้เทียบกับปีก่อน เพราะไม่มีผลต่อการป้องกันแก้ไขปัญหาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังย้ำว่า ต้องบอกให้ประชาชนรู้ถึงต้นเหตุของอุบัติเหตุแต่ละครั้งว่าเกิดจากอะไร รวมทั้งบอกด้วยว่า เกิดจากสาเหตุเมาแล้วขับกี่ครั้ง ขับรถเร็วกี่ครั้ง ไม่สวมหมวกหรือเข็มขัดนิรภัยกี่ครั้ง โดยขอความร่วมมือไปยังมูลนิธิ องค์กร สถาบันการศึกษา และสำนักวิจัยต่างๆ ให้ร่วมกันรณรงค์ในลักษณะเดียวกันนี้ด้วย โดยทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกใหม่ให้แก่ประชาชนว่า ควรจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับขี่รถอย่างไรเพื่อให้เกิดความปลอดภัย ไม่ใช่ให้ทราบเพียงตัวเลขที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง และประเทศไทยยังติดอันดับ 2 ของโลกที่เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนมากที่สุด หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขก็ยากที่จะสำเร็จ

พล.ท.สรรเสริญ ยังเปิดเผยว่า  นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองที่ประจำอยู่ที่จุดตรวจต่างๆ ทั่วประเทศ หมั่นสำรวจตรวจสอบทั้งรถ ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยงว่าจะเกิดอันตราย โดยต้องให้คำแนะนำตักเตือนเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้ จากข้อมูลในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 11 – 17 เม.ย.2560 ผ่านไป 2 วันพบว่า การเมาแล้วขับ ยังเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด รองลงมาคือ ขับรถเร็ว โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังพบด้วยว่า ผู้ขับขี่ยังฝ่าฝืนไม่สวมหมวกกันน็อก ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ขับขี่รถโดยไม่มีใบอนุญาตเป็นจำนวนมาก


สรุป3วันสงกรานต์ตาย167เจ็บ1,795-สาเหตุหลักเมาขับ

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ "สงกรานต์ปลอดภัยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร" พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงใหม่ และอุดรธานี จำนวน 33 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ สกลนคร และ กรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 5 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด เชียงใหม่ จำนวน 37 คน

ขณะที่ยอดอุบัติเหตุรวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-13 เมษายน 2560 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 1,743 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 167 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,795 คน จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุดคือเชียงใหม่ 83 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือนครราชสีมา จำนวน 9 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ เชียงใหม่จำนวน 86 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการเมาแล้วขับ ร้อยละ 48.80 รองลงมาการขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.54 

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า แม้ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน โดยรวมจะลดลง แต่ความตั้งใจของรัฐบาลคิดว่าทุกชีวิตมีคุณค่า จึงไม่ได้เน้นการเปรียบเทียบสถิติแต่ต้องเน้นให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยของคนไทย โดยโครงการเซฟตี้ไทยแลนด์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำอย่างไร ไม่ใช่แค่รณรงค์เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นแต่สิ่งที่สามารถทำได้คือ ขอความร่วมมือร่วมกันศึกษาจากสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยดูประวัติย้อนหลัง 5 ปี ว่าสาเหตุหลักที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไรซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นร้อยละ 80 มาจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ โดยผู้ขับขี่จะต้องสวมหมวกและคาดเข็มขัดนิรภัย เชื่อว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้โดยรัฐบาลต้องการให้เกิดการกระทำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวัฒนธรรม 

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ได้รณรงค์สงกรานต์วิถีไทย ซึ่งคนจะนิยมเข้าถึงกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีมากขึ้นแต่ยังมีการเฉลิมฉลองโดยสิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองหากเมาต้องไม่ขับรถ รวมถึงคนไทยต้องร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีโดยการดูแลพร้อมให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้ แม้ตัวเลขสถิติการสูญเสียจะลดลง แต่นายกรัฐมนตรีไม่อยากให้เน้นเพียงแค่สถิติ แต่ต้องหาวิธีไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต โดยศึกษาสาเหตุย้อนหลังเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกัน


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล