คปพ.แถลงค้าน ร่างพรบ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ

คปพ. แถลงค้าน ร่างพรบ.ปิโตรเลียม 2 ฉบับ ชี้ไม่มีการแก้ไขตามเสียงคัดค้านของประชาชน หน่วยงานภาครัฐ เอื้อประโยชน์ให้เอกชน
เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย หรือ คปพ. นำโดย นางรสนา โตสิตระกูล อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ,นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล ,นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และกลุ่มสหพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. ร่วมกันแถลงจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัติปิโตรเลียม และร่างพระราชบัญญัติเงินได้ปิโตรเลียม ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เนื่องจากมีเนื้อหาที่ไม่แก้ไขตามเสียงคัดค้านของประชาชน ตามรายงานของคณะอนุกรรมวิสามัญ สปช. ให้อำนาจบุคคลในการใช้ดุลพินิจจนอาจเกิดการทุจริต รวมถึงเสียงท้วงติงจากคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงถือว่าขาดความชอบ ขัดต่อหลักธรรมาภิบาล จึงจะคัดค้านจนถึงที่สุด และหัวใจสำคัญของการคัดค้านสืบเนื่องจากสัญญาสัมปทานปิโตรเลียม แหล่งเอราวัณและแหล่งบงกชกำลังจะหมดอายุลงในปี 2565-2566 ซึ่งเป็นแหล่งที่มีปริมาณก๊าซมากที่สุดสามารถสร้างรายได้สูงถึง 2 แสนล้านบาทต่อปี เมื่อหมดสัญญาสัมปทานยังสามารถผลิตปิโตรเลียมได้อีกจำนวนมาก และหากหมดสัญญาอุปกรณ์ทั้งหมดจะตกเป็นของรัฐครั้งแรก โดยรัฐสามารถบริหารปิโตรเลียมให้เกิดประโยชน์สูงสุดของประเทศ แต่ร่างกฎหมายทั้ง2ฉบับ จะทำให้เกิดการผูกขาดเอื้อให้ภาคเอกชนรายเดิม อีกทั้งการไม่ระบุให้จัดตั้งบรรษัทมันแห่งชาติในเวลาที่ชัดเจน จะทำให้ไม่มีองค์กรมาบริหารทรัพย์สินที่จะตกเป็นของรัฐ อีกทั้งตามระบบแบ่งปันผลผลิตและจ้างผลิตที่ไม่ได้กำหนดให้มีการประมูล อย่างยุติธรรมเกิดช่องว่างในการใช้ดุลยพินิจเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายเดิม
โดยในวันที่ 30 มี.ค.นี้ จะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับต่อประธาน สนช. แต่หากยังผ่านร่างจะยื่นหนังสือให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการเพื่อยุติร่างดังกล่าว แต่หากไม่ได้รับคำชี้แจงจากนายกรัฐมนตรี ก็จะปักหลักชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลฝั่งกพ.
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)