เทพชัยชี้หวั่นอำนาจรัฐเข้าแทรกพรบ.คุ้มครองสื่อฯ

เสวนาโต๊ะกลมนักวิชาการสื่อฯ 'เทพชัย' ชี้ พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อฯ หวั่นอำนาจรัฐเข้าแทรกแซง ขณะที่ 'ธาม' พ.ร.บ.คุ้มครองสื่อฯ เป็นเจตนาดี แต่เป็นการแก้ปัญหาเกินกว่าที่มีอยู่
นายเทพชัย หย่อง ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชน เครือเนชั่น กล่าวในการเสวนากฎหมาย กฎ(ด)สื่อคุ้มครองหรือควบคุมว่า สภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมี แต่การออกพระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพ สื่อมวลชน พ.ศ.... ให้มีผู้แทนรัฐในระดับปลัดกระทรวงเข้าไปร่วมอยู่ในสภาวิชาชีพ จะกลายเป็นกลไกที่อำนาจรัฐเข้าไปแทรกแซงได้ ขณะเดียวกันตามกฎหมายฉบับนี้สภาวิชาชีพจะได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง อย่างน้อยปีละ 100 ล้านบาท ซึ่งทำให้มีทั้งอำนาจเงินและอำนาจรัฐอาจเข้ามากระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน และยังทำให้สภาวิชาชีพขาดความน่าเชื่อถือ
อย่างไรก็ตามคงมีเพียงบางคนเท่านั้นที่มองว่าการใช้อำนาจรัฐเข้ามาควบคุมสื่อจะทำให้สถานการณ์ดีกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งส่วนตัวยังเชื่อว่าสมาชิก สนช. สปท. และ คสช. บางคน ยังรับเหตุผลที่เห็นต่างอยู่บ้าง เพราะหากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ในยุครัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก
ด้าน นายธาม เชื้อสถาปนศิริ นักวิชาการด้านสื่อมวลชน สถาบันวิชาการสื่อสาธารณะไทยพีบีเอส มองว่า พระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพ สื่อมวลชน พ.ศ.... มีปัญหาตั้งแต่การให้คำนิยามที่อ้างสื่อมุ่งเน้นการทำธุรกิจมากกว่าอุดมการณ์ แต่การทำตามกฎหมายจะกลายเป็นทำตามรัฐมากกว่าอุดมการณ์ นอกจากนี้กฎหมายฉบับนี้ยังไม่บังคับกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นสื่อสารมวลชน เช่น สถานีโทรทัศน์และวิทยุแห่งประเทศไทย สถานีโทรทัศน์วิทยุรัฐสภา ขณะเดียวกันคณะกรรมการจริยธรรมทั้ง 13 คน จะมีความเข้าใจในบทบาทของสื่อมวลชนมากน้อยเพียงใด ในเมื่อกรรมการบางส่วนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ส่วนตัวจึงมองว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นการรัฐประหารสื่อโดยอ้างสิทธิและเสรีภาพ อย่างไรก็ตามมองว่า การออกกฎหมายฉบับนี้มีเจตนาที่ดี แต่เป็นการแก้ที่เกินกว่าปัญหาที่มีอยู่
ส่วนนางพิรงรอง รามสูต อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พระราชบัญญัติการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพ สื่อมวลชน พ.ศ.... ของ กมธ.สื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ สภาวิชาชีพสื่อมวลชนมีอำนาจที่จะมีคำสั่งลงโทษสื่อซึ่งเป็นอำนาจทางปกครอง จะเกิดปัญหาสภาวิชาชีพจะกลายเป็น กสทช. แห่งที่ 2 ขณะเดียวกันยังมองว่า สื่อกระแสหลักในปัจจุบันไม่ได้มีอิทธิพลกับสังคมมากเหมือนอดีต จึงควรให้ความสำคัญกับการรู้เท่าทันของผู้เสพข่าวที่บางส่วนสวมบทบาทเป็นผู้ผลิตข่าวในช่องทางอื่น
ขณะที่นายจุมพล รอดคำดี อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาปฏิรูปประเทส (สปช.) กล่าวว่า ปัญหาในขณะนี้คือสื่อออนไลน์ มีอิทธิพลต่อสังคมอย่างมาก จนสื่อกระแสหลักหยิบยกเรื่องเหล่านั้นมาถ่ายทอดต่อ กฎหมายฉบับนี้จึงควรส่งเสริมการทำงานของสื่อกระแสหลักในการเผยแพร่ข้อมูลมากกว่าจะเข้ามาควบคุม ขณะที่สื่อมวลชนเองควรจะมุ่งพัฒนาตนเองเพื่อพิสูจน์ให้สังคมเข้าใจว่าการออกมาต่อสู้ในครั้งนี้เพื่อใคร
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)