ดญ.วัย 13 ถูกหนูกัดเมื่อ 6 ปีก่อน ไม่มีเงินรักษาจนเป็นอัมพาต

ดญ.วัย 13 ถูกหนูกัดเมื่อ 6 ปีก่อน ไม่มีเงินรักษาจนเป็นอัมพาต
S! News (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า หมู่บ้านแห่งหนึ่งในอำเภอหลวนชวน เมืองลั่วหยาง มณฑลเหอหนาน หญิงคนหนึ่งชื่อ “หลี่ นีนี” เป็นอัมพาตเดินไม่ได้ เพราะถูกหนูที่เข้าไปหลบซ่อนอยู่บนที่นอนกัดเนื้อบริเวณเท้าออกไป ระหว่างที่เธอนอนหมดสติไปชั่วขณะช่วงหลังการผ่าตัดตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ต่อมาแผลก็เกิดอักเสบและเป็นหนอง แต่เนื่องจากไม่มีเงินรักษา จึงได้แต่ใช้ผ้ามาพันแผลและอาการบวมไว้จนถึงปัจจุบัน

เธอต้องทนทุกข์กับโรคมัยอีโลเมนิ่งโกซีล (Myelomeningocele) ตั้งแต่ยังเด็ก โดยในทางการแพทย์โรคนี้จะพบได้บ่อยในทารกแรกเกิดที่มีความผิดปกติในช่วง 2-3 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน ทำให้ไม่สามารถเชื่อมตัวบริเวณหลังส่วนเอวได้สมบูรณ์ และเป็นแผ่นแบนอยู่ที่ผิวของร่างกาย ล้อมรอบด้วยผิวหนัง

เนื่องจากไขสันหลังเกิดขึ้นไม่สมบูรณ์ เส้นประสาทที่เลี้ยงกล้ามเนื้อขาจึงไม่สมบูรณ์ด้วย ทำให้ขาเป็นอัมพาตแต่กำเนิด และหลังคลอดจะมีน้ำรวมตัวอยู่ใต้แผ่นหลังและดันแผ่นนี้ขึ้น ซึ่งจะทำให้เกิดภาวะอันตรายได้ง่ายมาก รวมทั้งสูญเสียการควบคุมระบบขับถ่ายด้วย

ซึ่งช่วงนั้นค่าผ่าตัด ค่ารักษาพยาบาลโรงพยาบาลในเมืองลั่วหยางแพงมาก จนครอบครัวต้องขายบ้านเพื่อนำเงินไปเป็นค่าผ่าตัดให้เธอในโรงพยาบาลประจำอำเภอแทน นอกจากนี้เมื่อ 8 ปี พ่อแม่เธอได้เสียชีวิต เธอจึงต้องอาศัยอยู่กับปู่และย่า ทั้งปู่ของเธอก็ยังเป็นโรคลมบ้าหมู และด้วยระบบขับถ่ายผิดปกติ เธอจึงต้องใส่ผ้าอ้อมไว้ทุกวัน แต่เพื่อประหยัดย่าของเธอจึงใช้ผ้าพันแผลที่ใช้แล้วมาซักล้างและต้ม แล้วนำกลับมาให้ใหม่ ส่วนผ้าอ้อมก็ใช้ผ้าอ้อมคุณภาพต่ำ ราคาไม่แพงและใช้เงินที่คนอื่นช่วยเหลือไปหาซื้อมา

ทั้งนี้ จากการคำปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทราบว่า อาการของเธอหากไม่ได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเร็ว อาจมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนเป็นโรคโปลิโอ ซึ่งจะส่งผลให้เป็นอัมพาตถาวร

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!