ลูกตาลควงอนุสรณ์โต้แจกรางวัลแลกเงิน

ลูกตาลควงอนุสรณ์โต้แจกรางวัลแลกเงิน

ลูกตาลควงอนุสรณ์โต้แจกรางวัลแลกเงิน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดปมธุรกิจรับรางวัล! 'ลูกตาล' ควง 'อนุสรณ์' เปิดใจหลังแจ้งความ ถูกกล่าวหาแจกรางวัลแลกเงิน

"ปากโป้ง" นำเสนอเรื่องราวของผู้จัดงาน  best billion business award 2016 ซึ่งถูกจัดสร้างขึ้นมาและก็โดนวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมาก ในสังคมวงกว้าง ว่าจริงๆ แล้วเขาจัดขึ้นมาเอารางวัลมาแลกกับเงิน เพื่อสร้างภาพในแง่ของธุรกิจให้กับคนดังทั้งหลาย ซึ่งเรื่องราวจะเป็นอย่างไร วันนี้จะไปพูดคุยกับ คุณอนุสรณ์ จารุวัฒนานุกูล กรรมการ ผจก.บ.อนุสรณ์ กรุ๊ป และ คุณลูกตาล ชโลมจิต  จันทร์เกตุ ซึ่งเป็นดาราที่ได้รับรางวัลมาเปิดใจให้ฟังว่า

งานนี้มันคือรางวัลอะไร ?

"คือการจัดงานในครั้งนี้เรารวบรวมนักธุรกิจที่ทำธุรกิจในสื่อของโลกออนไลน์ ปกติการตลาดในแต่ละแบรนด์จะมีรูปแบบแตกต่างกัน ส่วนของผม ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราจัดงานขึ้นมาหนึ่งงาน เรารวมนักธุรกิจที่เป็นเจ้าของแบนด์ต่างๆ มากมาย ที่ไม่มีตัวตน วันๆ อยู่ในออนไลน์อย่างเดียว แต่ทีนี้เราให้ทุกคนมาจัดงานแล้วมารวม แล้วทุกคนมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน เหมือนคุณลูกตาลมางานนี้ก็จะได้มาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ว่าแต่ละแบรนด์เป็นอย่างไร งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรก มีผู้เข้าร่วมประมาณหนึ่งร้อยกว่าแบรนด์สินค้าได้ครับ"

พี่นุเลือกอย่างไร ในการให้ร้อยกว่าแบรนด์มาเข้าร่วมงาน ?

"ปกติกจะมีทีมงานและคณะกรรมการในการจัดเลือก 1. อย. ต้องมี ต้องผ่าน  2. จะต้องมีตัวตนในเฟซบุ๊ก แต่ต้องดูด้วยว่าบริษัทนี้เวลาเขาขายของกัน เขามีการโอนเงินและส่งสินค้าจริงไหม ถ้าบริษัทนั้นรับแต่เงินโอนแต่ไม่ส่งสินค้ากัน เราก็ไม่รับฟ้องร้องอยู่แล้ว แล้วรางวัลมันไม่ได้เรียงลำดับ และเงินที่เก็บมาทั้งหมดมันเป็นค่าจัดงานส่วนหนึ่ง เราแจกรางวัลเท่ากัน และสปอนเซอร์ของผู้จัดงานนี่บางคนก็จ่าย บางคนก็ไม่ได้จ่ายนะครับ"

เมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนจะมีการจัดงานขึ้นมา มันมีลักษณะเหมือนกับใบปลิวที่แจกไปตามนักธุรกิจต่างๆ ที่มีผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเองอะ ก็มีเขียนเลยว่าใครได้รับรางวัลนี้จะต้องมีเงินมาช่วยเนี่ยสองหมื่น?

"ต้องเรียนอย่างนี้ เวลาจัดหนึ่งรายการขึ้นมาก็ต้องขายโฆษณา สปอนเซอร์หลักก็ต้องจ่ายแพงกว่า สปอนเซอร์รองก็จ่ายรองลงมา เหมือนกันของผมก็ทำแบบนี้เหมือนกัน"

แต่นี่ในใบปลิวเขาระบุไว้เลยนะว่า VIP พรีเมี่ยมต้องเสียค่า ?

"ใช้ว่าสนับสนุนงานดีกว่า สนับสนุนงานหนึ่งแสนบาท จะได้รางวัลนี้ไปสีแดง และสีน้ำเงินก็คือสองหมื่นบาทในการสนับสนุน"

สีน้ำเงินสองหมื่นบาท คือดาราทั่วไป เงินสองหมื่นบาทเอาไปทำอะไร ?

"อย่างนี้นะครับ ออแกไนซ์มันมีการจัดงาน มีค่าสนับสนุนงานอยู่แล้วนะครับ จอทีวี แสง เสียง และส่วนหนึ่งเราเอาไปทำบุญอยู่ที่สมาคมสื่อสัมพันธ์แห่งประเทศไทย และก็มีชมรมปันน้ำใจอุ่นไอรัก อันนี้เราไปจริง ในงานคุณลูกตาลก็เห็นว่ามีวีทีอาร์ตั้งแต่ต้น ยันจบรายการ"

คุณนุจะบอกว่า ผม รายการปากโป้งเอง ทำขึ้นมาเพื่อสังคมก็จริง แต่อีกมุมหนึ่งคือก็ต้องมีผู้สนับสนุนจริงไหมครับ ?

"ถูก"

แต่ปัญหามันคือทางเรานะ ต้องขอโทษนะครับ ทางเราอาจจะไม่เคยไปบอกว่าใครอยากจะไปออกรายการต้องเสียเงินเท่านี้นะครับ แต่ของคุณไปบอกว่าถ้าใครอยากได้รางวัลต้องสนับสนุนเท่านี้นะครับ ?

"ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในการจัดงานหนึ่งงาน มันจะเป็นงานขึ้นมาได้ต้องอาศัยองค์ประกอบหลายได้ หนึ่งคือคุณลูกตาลสินค้าแกก็ส่งมาให้เราดู ทางทีมงานโอเค ตอบรับคุณลูกตาลไป คุณลูกตาลก็สวยงามมางาน ส่วนในการประชาสัมพันธ์ของแต่ละบริษัท เราต้องพีอาร์ในวงกว้าง จะแอบเอาเอกสารมานั่งแจกกันมันไม่ใช่อะ"

พูดง่ายๆ คุณก็จะบอกว่าคุณก็ชัดเจน ?

"ชัดเจน ผมก็ชัดเจนมาก คือคนที่ได้รางวัลไม่ได้ทุกคนอย่างที่แจ้งให้ทราบ คือ เอกสารมันเหมือนกับทางรายการขายโฆษณา มันก็จะมีเอกสารผ่านทุกๆ คน คุณอ่านแล้วคุณก็ต้องสนใจก็ได้ คุณไม่สนใจก็ได้ คุณจะซื้อก็ได้ คุณไม่ซื้อก็ได้"

แต่ทีนี้คือ ขอโทษนะ เป็นการซื้อรางวัลเหรอ เพื่อเป็นการโฆษณาสินค้าตัวเอง ?

"ใช่ครับ คือทุกคนที่ขายของในอินเทอร์เน็ต เฟซบุ๊กเนี่ย จริงๆ แล้วเขาโปรโมทของเขาทุกวันอยู่แล้ว การได้รับรางวัลก็เหมือนกับไปบอกว่าเขามีตัวตนจริงๆ นะ เขาได้มาร่วมงานนี้นะ เพื่อเป็นการทำให้เขามีตัวตนในสังคม"

ถ้าอย่างนั้นแล้ว เข็มขอถามในฐานะคนดูนะ ถ้าเขาจะพูดได้ว่ารางวัลนี้ ไม่สามารการันตีในผลิตภัณฑ์นั้นดีจริง ?

"เราไม่เคยการันตีเลยว่าผลิตภัณฑ์อันนี้ดีไม่ดี อันนั้นเขาไปขายเองในช่องทางของใครของมันอยู่แล้ว"

ในทางกลับกัน รางวัลเอง สมมุติว่าผมเล่นละคร การที่จะมอบรางวัลให้กับนักแสดง เขาก็หมายความว่านักแสดงก็ไม่ต้องไปเสียเงินนะ ?

"ฟังนะ พอถามแบบนี้ขึ้นมาปุ๊บ มันก็จะมีคำถามว่า แล้วคุณเอากฎเกณฑ์ตรงไหนมาตัดสิน เพราะว่าช่องนี้ ดาราช่องนี้ ก็ต้องได้ อีกช่องหนึ่งดาราของอีกช่องหนึ่งก็ต้องได้ มันเหมือนกันแต่อยู่ที่ว่าเราจะพูดในมุมไหนมากกว่า"

ในมุมของคุณ คุณคิดว่าสิ่งที่คุณทำ คุณต้องการผู้สนับสนุน เพราะคุณเองจัดที่พารากอน ค่าใช้จ่ายคุณจะต้องมี ?

"ถูก เหมือนเป็นมีตติ้งกัน"

ทีนี้มีคนสงสัยว่าสมาคมสื่อมวลชนสัมพันธ์ประเทศไทยคืออะไร ?

"ผมจะเรียนง่ายๆ ว่า พอดีเพื่อนผมที่ทำงานด้วยกัน หุ้นส่วนเนี่ย แอบไปรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่งที่วัดยานนาวา ชมรมนี้จะอยู่ที่วัดยานนาวา ถามว่าชมรมตั้งมา 14 ปี ผมเลยบอกว่าผมจะทำกิจกรรมเข้าไปสมทบ"

ชมรมนี้มันเกี่ยวกับอะไร ?

"ก็จะเป็นของช่วยเหลือสังคม น้ำท่วม เขาก็จะเอาของไปให้"

ขอโทษนะครับ มันก็จะมีบางมุมที่พูดกันมาว่ารางวัลนี้พอเห็นว่าเป็นสมาคมสื่อมวลชนปุ๊บ ก็จะเหมือนกับว่าเอามาสร้างแบรนด์ตัวเอง ?

"อันนี้ก็คิดได้หลายแง่มุม แต่ของผม ผมไปกันจริงๆ ผมไปกันบนดอย บนป่า เราต้องการจะช่วยเขา และเขาไม่มีสตางค์ คือเราไปช่วยเขา ปีที่แล้วเนี่ยผมไปบนดอย ซื้อผ้าห่มไป เอาทุนการศึกษาไปให้ทุนละ 500 บาท เกือบพันทุนแล้วมั้ง แล้วก็เยอะเลย ขนมเอาไปเป็นรถหกล้อเลย เงินที่ได้ก็เอาไปทำบุญ หลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว"

ถามคุณลูกตาลบ้าง เสียเงินไหม ?

"ไม่ได้เสียค่ะ อันนี้ตอนที่เขาติดต่อมาก่อนหน้านี้ประมาณสองเดือน เป็นการประกวดผลิตภัณฑ์ ทางฝ่ายการตลาดก็ส่งผลิตภัณฑ์เข้าไป ของตาลเป็นแก้โรคผิวหนัง สะเก็ดเงิน แก้โรค คือเราก็ส่งว่าเรามีข้อดีอะไร ส่งไปให้เขาพิจารณา จะได้ไม่ได้ก็ไม่ทราบ ทางเขาก็ติดต่อมาว่าผลิตภัณฑ์ของหนูได้รับการคัดเลือก เพราะว่าผลิตภัณฑ์เราไม่มีคู่แข่ง ส่วนเวลาการจัดงานเขาก็จะถามว่าจะช่วยบริจาคไหม แต่เราก็ไม่ได้ช่วยบริจาค คือเราได้รับรางวัลแล้ว เขาก็บอกว่าถ้าคุณต้องการที่จะเป็นสปอนเซอร์อีกต่อหนึ่งก็สามารถทำได้ เราถึงไปรับรางวัล"

ทีนี้เกณฑ์มาตรฐานที่เราเลือกมา
"ไม่มีอันดับ ไม่มีอันดับ 1 2 3 เกณฑ์ ต้องมี อย."

แล้วถ้าคนมี อย. ร้อยแบรนด์ คุณจะส่งให้ร้อยแบรนด์เลยเหรอ ?

"จริงๆ การสนับสนุน ผมก็ต้องตั้งเอาไว้ประมาณสองร้อย มีร้อยแบรนด์ที่มี อย. ถูกต้อง เพราะฉะนั้นไม่เห็นจะต้องมีปัญหาอะไรเลย"

รางวัล 1 แสนบาท มีกี่รางวัล ?

"มีรวมทั้งของดาราด้วย มีอยู่แค่ 7 รางวัล คือไม่เสียเงินกันทั้งนั้นเลย จะมีเสียเงินอยู่ต้องที่มาช่วยสนับสนุนเพียงแค่ 3-4 แบรนด์เท่านั้น"

คุณกลัวไหมครับว่าเจ้าของผลิตภัณฑ์เขาจะเอารางวัลไปตั้ง แล้วบอกของฉันดี แล้วเอาไปตั้งหลอกผู้บริโภค ?

"ไม่กลัวนะ อันนี้มันเป็นเงื่อนไขของทางบริษัท ทางงานเราไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วย เราจัดเพื่อเป็นการมิตติ้งกันมากกว่า"

แต่คุณยืนยันอย่างหนึ่งว่า ที่คุณเรียกเก็บเงิน เงินไม่ได้เข้ากระเป๋าคุณเอง ?

"เข้าบริษัทแน่นอน เขามีขั้นตอนการทำงานของเขา ของผมเป็นผู้บริหารคนหนึ่งเท่านั้น จ่ายค่าต่างๆ สถานที่ ฯลฯ  ที่เหลือก็เอาไปทำบุญ ไม่ได้ทำเป็นธุรกิจครับ คือต้องบอกว่าถ้ามันได้ถูกตัดสินมาจากทางผู้ใหญ่ หรือจากทางประชาชน หรือมาจากทางเจ้าหน้าที่บ้านเมือง อันนี้ค่อยมาว่าผม ถ้าตัดสินใจด้วยความคิดของบุคคล ผมว่าไม่เหมาะ ไม่ถูกต้อง"


แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล