เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ความท้าทายของ "สมคิดทีม"

เศรษฐกิจโลกเปลี่ยน ความท้าทายของ "สมคิดทีม"
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

การทำงานของคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้ กำลังเป็นที่จับตาโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ที่เป็นความคาดหวังของคนไทยสูงมาก เป็นความหวังว่า ทีมเศรษฐกิจจะเข้ามาบันดาลให้เศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู อู้ฟู่ จับจ่ายใช้สอยคล่องมือ รายได้หาง่าย ...

นั้นคือความหวังของคนไทยที่เคยชินกับภาวะเศรษฐกิจขาขึ้น ในช่วงก่อนหน้า โดยไม่สนใจว่า ก่อนหน้าหรืออดีตทีผ่านมาระบบเศรษฐกิจของคนไทยก็ผ่านช่วงขาขึ้นและขาลงมาหลายรอบตาม วัฎจักรเศรษฐกิจ ที่มีขึ้นมี ลง

ก่อนหน้าในระยะไม่ไกลมากนักเศรษฐกิจไทยเคยเผชิญกับปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจ จากปัญหาฟองสบู่แตกในยุค 2540 คนไทยต้องเผชิญกับปัญหาความยากลำบาก มีบริษัทห้างร้านปิดตัวมากมาย คนตกงาน จำนวนมากมาแล้ว แต่เมื่อ มีการแก้ไขวางรากฐานขึ้นมาใหม่เศรษฐกิจไทยก็เติบโตเฟื้องฟูกลับมาอีกครั้ง แล้วคนไทยก็เพลิดเพลินกับการใช้ทรัพยากร ในช่วงเศรษฐกิจขาขึ้น เสพติดกับความรู้สึกของเศรษฐกิจขาขึ้นจนลืมความทุกข์ยากในช่วงขาลง จากวิกฤตเศรษฐกิจก่อนหน้าไปสิ้น

อย่างที่นักเศรษฐศาสตร์ นักวิชาการหลายต่อหลานคนพยายามบอกให้เรารู้และเข้าใจระบบเศรษฐกิจของไทยว่า เราเป็นประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจแบบเปิดที่มีขนาดไม่ใหญ่หรือขนาดเล็กในระบบเศรษฐกิจโลก การเชื่อมโยงของระบบเศรษฐกิจจึงเป็นลูกโซ่ เมื่อเกิดปัญหาเศรษฐกิจในภูมิภาคที่สำคัญของโลก ก็ส่งผลกระทบกับเรา เพราะประเทศและภูมิภาคเหล่านั้นเป็นทั้งคู่ค้าคู่ขาย เป็นคนที่มาท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่ายในบ้านเรา เมื่อเกิดปัญหาบ้านเขา เงินทองจะซื้อจะขายก็หายไป สินค้าบ้านเราก็ขายยาก ขายไม่ได้ คนที่เคยมาเที่ยวก็หดหาย ร้านค้า โรงแรมฯลฯก็ไม่มีเงินเข้ามาหล่อเลี้ยง หรือเข้ามาน้อยลง

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจเศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาจากเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาที่ตกต่ำ ญี่ปุ่นซบเซา ยุโรปปั่นป่วนจากปัญหาหนี้ของประเทศสมาชิก ทำให้เศรษฐกิจของเราที่ต้องพิงกับเศรษฐกิจเหล่านี้ก็พลอยซบเซาไปด้วย

ประกอบกับผ่านในประเทศของเรา มีการบริหารที่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขในหลายประการ ต้องยอมรับว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการบริหารประเทศ ปัญหาทรัพยากรทางการเงินที่หดหายไปจากโครงการที่ขาดทุน หรือสูญเสียเม็ดเงินจำนวนมาหาศาลอย่างโครงการรับจำนำข้าวทุกเมล็ด ที่เสียหายกว่า 6 แสนล้าน โครงการรถยนต์คันแรกที่สูญงบประมาณเกือบแสนล้าน ฯลฯ เหล่านี้ เป็นขีดจำกัดในการใช้เงินจากภาครัฐมาพัฒนากระตุ้นหรือวางรากฐานเศรษฐกิจไปจำนวนมาก

ดังนั้น ภาวะเศรษฐกิจจึงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนอยู่ในภาวะที่ไม่ตกต่ำ แต่ก็ไม่คล่องตัวเหมือนยุคก่อนหน้า ที่มีการใส่เม็ดเงินเข้ามือประชาชนเพื่อให้ใช้จ่ายอย่างคล่องมือ ตามแนวนโยบายประชานิยมตามถนัดของผู้บริหารยุคนั้น

ปัจจุบัน จากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกน่าจะดีขึ้นน่าจะขยับเติบโตได้บ้างแต่แล้ว สถานการณ์กลับแปรเปลี่ยน ปัญหาของยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากหนี้ของกรีซทำให้ในช่วงครึ่งปีแรก ไม่สดใสนัก เมื่อจะเข้าสู่ครึ่งปีหลัง ปัญหาของจีนเริ่มปรากฏ และชัดเจนที่สุดคือเมื่อวานนี้ ที่ตลาดหุ้นทั่วโลกพากันดิ่งเหว เนื่องจากความกังวลในภาวะเศรษฐกิจของจีนว่าจะมีการขยายตัวต่ำในรอบหลายปี

ที่ผ่านมาเศรษฐกิจจีนมีการเติบโตสูง และเป็นระบบเศรษฐกิจที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกอยู่ในยามที่สหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่นหมดเรี่ยวแรง เมื่อมีสัญญาณบ่งบอกว่าเศรษฐกิจจีนอาจชะลอลง จึงทำให้เกิดความกังวลไปทั่วโลก สะท้อนผ่านดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่พากันร่วงกราวรูดอย่างที่เห็นเมื่อวานนี้

ในส่วนของเศรษฐกิจไทย เป็นช่วงจังหวะที่พอดิบพอดี มีการเปลี่ยนแปลงคณะรัฐมนตรี เปลี่ยนทีมเศรษฐกิจใหม่ และเมื่อวานเป็นการเข้าทำงานวันแรกอย่างเป็นทางการ ซึ่งจากที่มีการวิเคราะห์การเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจากหลายสำนักมองว่า ทีมเศรษฐกิจที่อยู่ภายใต้การนำของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีความถนัดในด้านการตลาด หลายคนเชื่อมั่นว่าจะมีการนำนโยบายทางด้านการตลาดมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายหรือกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้มากขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่างที่ทราบกันว่า รองนายกรัฐมนตรี ดร.สมคิด แม้เคยมีประสบการณ์ในการบริหารเศรษฐกิจเคยเป็นทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลในอดีต แต่ในการเข้ามาบริหารก็เป็นช่วงที่เศรษฐกิจกำลังเข้าสู่ขาขึ้น การนำนโยบายเชิงการตลาดเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจจึงได้ผลค่อนข้างดี

แต่ จากเหตุการณ์ที่แปรเปลี่ยน เศรษฐกิจโลกที่จีนเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเริ่มมีปัญหา และยังต้องดูว่าสถานการณ์ของจีนจะฉุดให้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกแปรเปลี่ยนเป็นขาลงหรือไม่ ?

ดังนั้นสถานการณ์ของเศรษฐกิจโลก ที่อาจจะแปรเปลี่ยน จึงรอการพิสูจน์ รอการท้าทายฝีมือของทีมเศรษฐกิจที่เป็นความหวังของคนไทยว่าจะรับมือหรือนำพาความหวังของคนไทยได้หรือไม่อย่างไร...จับตาดูกันต่อไปครับ

โดย: เปลวไฟน้อย