ตลกร้าย จะฟ้องค่าเสียหายแต่เสียดายค่าธรรมเนียมศาล

ตลกร้าย จะฟ้องค่าเสียหายแต่เสียดายค่าธรรมเนียมศาล
S! News

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อวานนี้มีประเด็นที่น่าสนใจ ที่คนระดับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี มือกฎหมายคนสำคัญของรัฐบาล คสช. ออกมาบอกถึงกรณีการดำเนินการฟ้องทางแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายจากกรณีโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยกล่าวว่า...

"มีเรื่องหนึ่งที่อาจต้องคิดหนักหน่อย คือการฟ้องเรียกค่าเสียหาย ไม่ว่าเอกชนจะเป็นคนฟ้องหรือรัฐเป็นคนฟ้องก็ตาม เมื่อเราเรียกว่าฟ้องทางแพ่ง มูลค่าเสียหายเท่าไรที่เราจะเรียก มันจะต้องไปเสียเงินที่เรียกว่าค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งกระทรวงการคลังต้องนำไปวางก็หลายสตางค์ ถือว่าเยอะอยู่ คุณฟ้องเรียกมาก คุณก็ต้องมีเงินไปวางศาลมาก"

ซึ่งมูลค่าความเสียหายจริงมันมาก แล้วคุณไปเรียกเอาหมด จะได้หรือเปล่ายังไม่รู้ เพราะยังไม่รู้จะแพ้หรือชนะ จะต้องมีเงินไปวางศาลหลายพันล้านบาท ดังนั้น เงินที่รัฐต้องไปวางเป็นเรื่องที่ต้องคิด ถ้าเสียดาย ประหยัด ก็เรียกมันน้อยๆ ก็ถูกด่าเท่านั้นเอง ส่วนวงเงินเท่าไรก็ยังดูกันอยู่ แต่ว่าเยอะ"(ผู้จัดการออนไลน์ 07/0758)

เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อ ที่มือกฎหมายคนสำคัญ ผ่านการทำงานมาหลายยุคหลายรัฐบาล แม้กระทั้งรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็เคยทำงานมาแล้ว จะกังวลในเรื่องค่าธรรมเนียมศาลในการฟ้องร้องความเสียหาย

ที่ตลกร้ายไปอีกก็คือ ระดับมือกฎหมายระดับประเทศไม่มั่นใจว่าการฟ้องความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวจะชนะหรือไม่...?

การส่งสัญญาณแบบนี้ หากเป็นภาษามวย เขาเรียกว่าออกอาการ คนดูระดับเซียน เรียกว่ามีหนาว ตลอด 4 ยกที่ผ่านมา นักมวยในสักกัดไล่ถล่ม ประเคนหมัด ศอก เข่า เท้า ใส่อาวุธเน้นหนักๆทุกดอก เล่นเอา นักมวยฝ่ายตรงข้ามยืนไม่ติด จวนเจียนจะหลับคาเวทีอยู่แล้ว พอพักยกก่อนยกสุดท้าย พี่เลี้ยงออกอาการไม่แน่ใจว่าจะให้นักมวยออกไปต่อยต่อดีหรือไม่เพราะไม่แน่ใจว่าอีกยกจะชนะหรือไม่....? อาการแบบนี้ ยิ่งกว่ามวยล้มเสียอีก

ที่ผ่านมาไม่ว่าคณะกรรมการตรวจสอบบัญชีโครงการจำนำข้าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ต่างทำหน้าที่อย่างเข้มข้น

มีรายงานว่า นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลชุดก่อน แถลงว่า คณะอนุกรรมการฯได้ดำเนินการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าวนับตั้งแต่เริ่มต้นโครงการในปี 2547 จนถึงวันที่ 22 พ.ค.2557 จำนวน 15 โครงการ พบว่ามีผล ขาดทุนประมาณ 680,000 ล้านบาท จากต้นทุนโครงการที่รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 1.1 ล้าน ล้านบาท

โดยผลการปิดบัญชีดังกล่าวจะรายงานต่อ คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในจำนวน 15 โครงการรับจำนำข้าว เป็นการดำเนินโครงการโดยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ระยะเวลา 3 ปี จำนวน 4 โครงการ คิดเป็นผลขาดทุนจำนวน 518,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือ 11 โครงการ ดำเนินการตั้งแต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีผลขาดทุนประมาณ 164,000 ล้านบาท

ขณะที่มติ ป.ป.ช. ให้กระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้ำประกันเงินในโครงการรับจำนำข้าว เรียกค่าเสียหายในการดำเนินโครงการรับจำนำข้าวทั้งระบบจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

การเรียกค่าเสียหายดังกล่าวเป็นตาม พ.รบ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 73 วรรค 1 ที่ให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเรียกค่าเสียหายกับผู้ซึ่งที่ ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด และอัยการสูงสุดได้ดำเนินการยื่นฟ้องดำเนินคดีอาญา
โดยตัวเลขความเสียหายจะเป็นไปตามผลการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ชุดที่มีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ที่เบื้องต้นสรุปค่าเสียหายไว้เป็นจำนวน 6.82 แสนล้านบาท

มาถึงตรงนี้ ต้องจับตาดูว่า การออกมาส่งสัญญาณของนายวิษณุ เครืองาม ที่กังวลว่าการฟ้องค่าเสียหายจำนวนมาก จะเป็นการทำให้รัฐต้องวางค่าธรรมเนียมศาลจำนวนมากนั้น จะออกมาอย่างไร...? หรือเรื่องเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องตลกร้าย ที่คนไทยทั้งประเทศต้องติดตามกันต่อไป....?

...โดย เปลวไฟน้อย