กวนเพลงให้น้ำใส - ไดโด กับเพลงรักกลับบ้าน

ไดโด เป็นสาวน้อยชาวอังกฤษผู้มีเชื้อสายผสมผสานระหว่างฝรั่งเศสและไอริช เจ้าของ 4 รางวัล บริท อวอร์ดส์ ผลงานชุดแรกของเธอ โน แองเจิล (No Angel) เปิดตัวในปี 1999 พร้อมกับซิงเกิลฮิต เฮียร์ วิธ มี (Here With Me) และ แทง คิว ( Thank You) ซึ่งขึ้นสู่ท็อปเท็นของชาร์ตเพลงในเวลาอันรวดเร็ว

เว้นวรรคอยู่ 2-3 ปี ไดโด นำเสนอ ไลฟ์ ฟอร์ เรนท์ (Life For Rent) ผลงานชุดที่ 2 ซึ่งยังคงเอาชนะใจแฟนๆ จากทั่วโลกเช่นเคย

สำหรับครั้งหลังสุดนี้ เธอสร้างความตื่นตาอีกครั้ง ด้วยการชักชวนผู้กำกับหนังจาก 11 ประเทศทั่วโลก ร่วมทำหนังสั้นให้แก่ 11 เพลงในอัลบั้ม โดยคอนเซ็ปต์ในการทำงานครั้งนี้ พูดถึงเรื่องราวของ บ้าน ในความหมายต่างๆ และเป็นการเลือกใช้เพลงที่มาจากอัลบั้มนี้ของเธอในการสร้างแรงบันดาลใจ

ในส่วนของมิวสิกวิดีโอและงานเพลง ไดโด มีโอกาสร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คุณภาพอย่าง จอน ไบร์ออน (Jon Brion) นอกจากจะเปลือยหัวใจโชว์ความอ่อนไหวแบบตรงใจผู้หญิงเช่นที่ผ่านมา งานนี้ ไดโด ยังโชว์ความสามารถทางดนตรีด้วยการร่วมบรรเลงเครื่องดนตรีหลายชิ้นด้วยตัวเองไม่ว่าจะเป็นกีตาร์, เปียโน, เบส ไปจนถึงกลองเลยทีเดียว

เปิดตัวด้วยซิงเกิล ดอนท์ บีลีฟ อิน เลิฟ (Dont Believe In Love) กับเรื่องราวของความไม่มั่นคงในจิตใจต่อความเชื่อมั่นในรัก เพลงนี้เพิ่มลูกเล่นของเสียงกลองและเครื่องเคาะ มีเสียงเครื่องสายคลอบางเบา เป็นเพลงเปิดตัวที่สวยงาม เช่นเดียวกับ ไควเอท ไทม์ส (Quiet Times) ซึ่งเลือกใช้เสียงกีตาร์โปร่งเบาเชื่อมต่อท่วงทำนอง โดดเด่นด้วยเสียงร้องอันเป็นธรรมชาติ

เนเวอร์ วอท์ ทู เซย์ อิทส เลิฟ (Never Want To Say Its Love) เพลงรักเาย แสดงแง่มุมที่ซับซ้อนของสตรี มีเสียงร้องใสๆ ของ ไดโด ถ่ายทอดเรื่องราว ร้อยเรียงไปกับท่วงทำนองหวานหู เป็นอีกหนึ่งบทเพลงที่คุณจะฮัมเพลงตามเธออย่างสบายอารมณ์ ก่อนจะส่งต่อสู่ กราฟตัน สตรีท (Grafton Street) ซึ่งเลือกใช้เสียงสังเคราะห์จากเครื่องโปรแกรมมิง เคียงคู่ไปกับเสียงร้อง สร้างสีสันให้บทเพลงไม่น่าเบื่อจนเกินไป

อิท คัมส์ แอนด์ อิท โกส์ (It Comes And It Goes) เพลงเนื้อหาดีที่แสดงให้เห็นอารมณ์อันหลากหลายของผู้หญิงที่ขึ้นๆ ลงๆ เอาแน่เอานอนไม่ได้ บางวันแข็งแกร่ง บางวันเปราะบาง บางครั้งต้องการความรัก แต่บางวันไม่ สอดรับไปกับเสียงดนตรีที่มีจังหวะคึกคักสลับกับการบรรเลงเพียงแผ่วเบา

ต่อเนื่องด้วย ลุค โน ฟิวเจอร์ (Look No Future) ที่เปลือยเสียงร้องของ ไดโด และเสียงเปียโนของเธอด้วยเครื่องดนตรีน้อยชิ้น ก่อนจะเพิ่มบีทให้จังหวะสนุกสนานขึ้นเล็กน้อยใน อัส ทู ลิตเติล ก็อดส์ (Us 2 Little Gods) และขยับสู่ช่วงสุดท้ายกับเสียงกีตาร์โปร่งบางบรรเลงวนเวียน คลอกับเสียงร้องใน เดอะ เดย์ บีฟอร์ เดอะ เดย์ (The Day Before The Day)

ปิดท้ายด้วย เลทส ดู เดอะ ธิงส์ วี นอร์มอลลี ดู (Lets Do The Things We Normally Do) ซึ่งเลือกใช้เครื่องดนตรีแปลกหูและเครื่องสายหวานฉ่ำ คั่นกลางด้วยเพลงรักสั้นกระชับอย่าง เบิร์นนิน เลิฟ (Burnin Love) และจากลาด้วย นอร์เธิร์น สกายส์ (Northern Skies) ซึ่งมีเสียงกลองนำทาง จบลงด้วยความอบอุ่น ให้บรรยากาศราวกับล่องลอยอยู่ในความฝันรอคอยให้เจ้าชายมาจุมพิต เพื่อตื่นขึ้นมาพบกับความเป็นจริง

โดยภาพรวม เซฟ ทริป โฮม คือจังหวะก้าวที่เติบโตขึ้นของนักร้องสาว เป็นการนำเสนอมุมมองลึกซึ้งผ่านบทเห้เราค้นหา ในทุกห้วงจังหวะที่เปี่ยมด้วยสุนทรีย์และความสุข

+++++++++++++

ปูสกรีนล้อมกรอบ

ชื่อศิลปิน : ไดโด ผลงาน : เซฟ ทริป โฮม

สังกัด/จัดจำหน่าย :

ความยาว : แทร็ค

ภาพรวม : อัลบั้มเพลงป๊อปที่มีชั้นเชิง ด้วยเสียงร้องอันไพเราะ และมีเอกลักษณ์ กับภาคดนตรีที่สวยงาม

วัตถุดิบ : 8.5

การเรียบเรียงดนตรี : 8

การบรรเลงดนตรี : 8

ความเห็นสุดท้าย : เหมาะสำหรับคนฟังเพลงที่ต้องการงานดีๆ และฟังได้นานๆ มากกว่าเพลงฮิตที่มีอายุสั้น

อนันต์ ลือประดิษฐ์

www.oknation.net/blog/rakmusic

ตะลุยข่าว : ตามรอยจ้างฆ่า...สแตมฟอร์ด

สามวันที่แล้วต่างกับสามเดือนก่อนหน้าลิบลับ นับตั้งแต่ โดนัลด์ ไวท์ติ้ง สัญชาติอเมริกันสามีรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด สาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกคนร้ายดักยิงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2551

เรื่องล่าสุดของหมวด บันเทิง

ดูหมวด บันเทิง ทั้งหมด