หรือ ? ประชาธิปัตย์ จะชะตาขาดเสียแล้ว

เข้าสู่การพิจารณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งต่อไป ผมขอเรียกสั้นๆ ว่า กฎหมายงบประมาณกลางปี 52 ก็แล้วกันนะครับ

วงเงินงบประมาณเต็มจำนวนคือ 115,655,927,600 บาท เขียนให้จำได้ง่าย ๆ ก็คือ 1.15 หรือ 1.16 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้สามารถนำไปใช้จ่ายจริงๆ 96,516.5 ล้านบาท ส่วนอีก 19,139.5 ล้านนั้น ไม่สามารถใช้ได้ เพราะต้องนำไป ชดใช้เงินคงคลัง

จำเงินคงคลังที่ผมเคยเขียนถึงเมื่อวันจันทร์ที่แล้วได้นะครับ นั่นแหละ กำลังจะกลายเป็น บูมเมอแรง ที่ย้อนใส่รัฐบาลเต็มๆ เนื่องจากไม่ได้เขียนถึงที่มาของเงินก้อนนั้น ว่ารัฐบาลจะหามาจากไหน

จะมาทำคลุมเครืออย่างที่เขียนไว้ในร่าง มาตรา 21 (1) ว่า รายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง 19,139,476,300 บาท (หรือ 19,139.5 ล้าน) มาจากการจัดเก็บภาษี 0 บาทนั้นคงเป็นไปไม่ได้แน่ หรือถึงแม้ว่ารัฐบาลจะเตรียมแผนสองด้วยการ แก้จากการจัดเก็บภาษี 0 บาท เป็นภาษี 19,139,476,300 บาท ลอยๆ ก็ไม่ได้อีกเหมือนกัน

รัฐบาลต้องแจกแจงต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ได้ว่า เงินภาษีจำนวน 19,139.5 ล้านบาทที่ว่านั้นจะได้มาจากภาคธุรกิจใด ซึ่งจริงๆ แล้ว มีธุรกิจหลายแขนงที่รัฐบาลควรจัดเก็บภาษีได้ แต่รัฐบาลก็เพิ่งยอมลดภาษีให้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยกที่สอง ทำให้ต้องสูญรายได้ไปถึง 4 หมื่นล้านบาทอย่างที่ผมพูดถึงปในจันทร์ที่แล้ว

รัฐบาลจะแก้เกมว่า กำลังเตรียมหารายได้เพิ่ม ด้วยการวางแผนจะออกกฎหมายจัดเก็บภาษีที่ดิน และภาษีมรดก ผมว่าฟังไม่ขึ้นหรอกนะครับ แม้ว่ากฎหมายทั้งสองฉบับจะเคยถูกร่างเอาไว้แล้ว แต่กว่าจะปัดฝุ่นเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อผ่านไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกา จนถึงสภาผู้แทนราษฎร มันก็ไม่ง่ายหรอกครับ

แค่เสนอเข้าไปในคณะรัฐมนตรี ผมว่าก็คงถูกเบรกจากบรรดารัฐมนตรีที่เป็นเศรษฐีที่ดินทั้งพรรครัฐบาล รวมไปถึงรัฐมนตรีในพรรคร่วมรัฐบาลอย่างแน่นอน ผมไม่เชื่อจริงๆ ว่าจะมีนักการเมืองไทยหน้าไหน กล้าเสียสละสมบัติส่วนตัวเพื่อส่วนร่วม ยกเว้นการเสียสละสมบัติส่วนตัวเพื่อให้ได้รับเลือกตั้งเข้ามาเป็นรัฐมนตรี

ร่างกฎหมายงบประมาณกลางปี 52 อาจทำให้พรรคประชาธิปัตย์ชะตาขาดกลางสภาเอาง่ายๆ นะครับ ธรรมเนียมปฏิบัติแต่ไหนแต่ไรมา หากรัฐบาลใดเสนอร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงินเข้าสู่การพิจารณาของสภาแล้วไม่ผ่าน ตามมารยาทแล้วจะต้องลาออกนะครับ...

นี่ละครับ คือผลจากการไม่ได้ทำการบ้านเอาไว้ล่วงหน้าของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งๆ ที่ในระหว่างที่เป็นพรรคฝ่ายค้านมีเวลาอยู่ออกถมเถ แทนที่จะลองตั้งโจทย์ในหมู่นักเศรษฐกิจของพรรคว่า หากเป็นรัฐบาลแ้วเจอวิกฤติอย่างนี้ ควรจะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่ใช่คอยชะเง้อดูช้างอย่างอเมริกาว่าจะขี้ยังไง อย่างที่ทำอยู่

จะอ้างว่าช่วงนั้นไม่ว่าง ต้องคอยตรวจสอบการบริหารงานของรัฐบาลที่มาจากพรรคพลังประชาชนหรือก็ไม่ใช่ ชาวบ้านเขารู้กันทั้งบ้านทั้งเมืองครับ ว่าภารกิจดังกล่าวมาจากพลังชาวบ้านที่ร่วมกับแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล้วนๆ นะครับ

หาข้อแก้ตัว...เอ๊ย ข้ออ้างในสภาผู้แทนราษฎรดีๆ นะครับ พลาดท่าตกม้าตายกลางสภางวดนี้ ประชาธิปัตย์อาจไม่ได้ผุดได้เกิดอีกก็ได้นะ ทำเป็นเล่นไป

ภาณุมาศ ทักษณา

ตะลุยข่าว : ตามรอยจ้างฆ่า...สแตมฟอร์ด

สามวันที่แล้วต่างกับสามเดือนก่อนหน้าลิบลับ นับตั้งแต่ โดนัลด์ ไวท์ติ้ง สัญชาติอเมริกันสามีรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด สาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกคนร้ายดักยิงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2551

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด