รัฐเริ่มเชือดวิทยุชุมชนเชียงใหม่-ลำพูนปลุกระดมเสื้อแดง

(28ม.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการกับวิทยุชุมชนว่า วิทยุชุมชนขณะนี้มีทั้งที่มีปัญหาและไม่มีปัญหา ซึ่งช่วงหลังมีคนร้องเรียนมาเยอะเกี่ยวกับพฤติกรรมของวิทยุชุมชนบางสถานี บางคลื่นที่ใช้คลื่นวิทยุชุมชนผิดไปจากสิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นำไปใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้าใจผิด

ก่อนหน้านี้มีคนร้องเข้ามาเยอะ ผมเลยตัดสินใจที่จะเชิญคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง ซึ่งเป็นอนุกรรมการที่กรมประชาสัมพันธ์ตั้งร่วมกับคณะกรรมการกทช.ในสัปดาห์หน้าเพื่อรับทราบข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น แนวทางในการดำเนินการและผมจะมอบข้อมูลเกี่ยวกับวิทยุชุมชนที่ดำเนินการในลักษณะที่เป็นการละเมิดสิทธิบุคคลอื่น รวมถึงการใช้สิทธิที่ผิดไปจากที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ นายสาทิตย์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีกี่แห่งที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิ นายสาทิตย์ กล่าวว่า เท่าที่ร้องมาและมีหลักฐานบันทึกเป็นเทป จะมีประมาณ 5 แห่ง ซึ่งกระจายอยู่ 3-4 จังหวัด โดยมีสถานีวิทยุชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ และลำพูนด้วย ซึ่งในส่วนนี้จะมอบให้ทางอนุกรรมการฯ เข้าไปดูแล อย่างไรก็ตามยืนยันว่าปัญหาดังกล่าวนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจเพราะวิทยุชุมชนควรจะใช้สิทธิที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น และประโยชน์ควรเป็นไปเพื่อสาธารณะมากกว่าที่จะใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ถ้าปล่อยให้เป็นสภาพอย่างนี้ต่อไป ก็จะทำให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในบ้านเมือง จึงต้องมีมาตรการที่จะไปดำเนินการ ซึ่งมาตรการต่าง ๆ นั้น อนุกรรมการฯจะมีอำนาจตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และจะไม่มีการเลือกปฏิบัติ

อยากขอให้ประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส หากพบว่าสถานีวิทยุชุมชนใด มีการดำเนินการที่ผิดไปจากสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ก็สามารถบันทึกเทปและส่งมาที่ทำเนียบรัฐบาลได้ ผมจะได้ประสานงานและมอบให้อนุกรรมการฯ เขาไปดำเนินการได้ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีสถานีวิทยุชุมชนในต่างจังหวัดบางสถานีบอกว่า หากสถานีวิทยุชุมชนถูกปิด จะลุกฮือของประชาชนมาต่อต้าน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คงไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย จะใช้วิธีการอื่นมาอยู่เหนือกฎหมายคงไม่ได้ เพราะต้องคำนึงถึงความเรียบร้อยของบ้านเมืองด้วย ยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่เลือกปฏิบัติ จะดำเนินการอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าคนถูกร้องนั้นเป็นฝ่ายใด สีอะไรก็ตาม หากทำไม่ถูกต้องตามกฎหมายรัฐบาลก็มีที่จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ต่อข้อถามที่ว่า เท่าที่เห็นสามารถเอาผิดถึงขนาดปิดสถานีวิทยุชุมชนได้หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ถ้อยคำในบางสถานีนั้นรุนแรงมาก ซึ่งก็เป็นเรื่องของอนุกรรมการฯที่จะไปพิจารณาเพราะเขามีระเบียบอยู่ ซึ่งในทางนโยบายนั้น ตนได้กำชับว่าถ้าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย อนุกรรมการฯก็ต้องดำเนินการโดยเร็วไม่เช่นนั้นจะมีผลกระทบที่กว้างขวางมากขึ้นไปอีก และการจัดระเบียบให้สังคมจะดำเนินการไม่ได้เลย หากแต่ละฝ่ายต้องรอกฎหมายอย่างเดียว และไม่ใช้กฎหมายเท่าที่มีอยู่ไปดำเนินการ และจะทำให้คนที่ไม่ดีใช้ช่องว่างของโอกาสนี้ไปทำลายคนอื่น ซึ่งไม่ถูกต้อง ทั้งนี้อนุกรรมการฯชุดนี้จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรวมอยู่ด้วย ดังนั้นหากมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งกรณีนี้มีทั้งเอกสาร และเทป ก็น่าจะเพียงพอที่จะสามารถดำเนินคดีกฎหมายอาญาได้เลย

ผู้สื่อข่าวถามว่าทั้ง 5 สถานีหรือ สถานีใด สถานีหนึ่งที่บอกว่ามีหลักฐานครบถ้วนแล้ว รมต.ประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า เท่าที่ฟังทั้ง 5 สถานีก็ค่อนข้างรุนแรงพอ ๆ กัน

เมื่อถามว่าแสดงว่าสามารถปิดได้เลยใช่หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ปิดหรือไม่ปิด ขึ้นอยู่กับฝ่ายอนุกรรมการฯที่จะพิจารณา ส่วนการดำเนินคดีทางกฏหมายก็ขึ้นอยู่กับตำรวจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะถือโอกาสจัดระเบียบวิทยุชุมชนทั้งหมดเลยหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า วิทยุชุมชนเขาจะมีการจัดระเบียบกันในเดือนเมษายน เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ ออกใบอนุญาตวิทยุชุมชนในส่วนของผู้ประกอบการเพื่อชุมชนก่อน

เมื่อถามว่าทำอย่างไรไม่ให้ถูกมองว่า ฝ่ายการเมืองเข้าไปแทรกแซง นายสาทิตย์ กล่าวว่า ก็ต้องดำเนินการอย่างเป็นธรรม ปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าฝ่ายใดถูกร้องหากผิดอนุกรรมการฯก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย และในส่วนของรัฐบาลเองก็จะไม่ไปชี้ว่าทำคนนี้ ไม่ทำคนนี้ แต่เราต้องเอาความสงบเรียบร้อยของสังคมเป็นหลัก และเอาการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม เท่าเทียมกันเป็นหลัก

ต่อข้อถามที่ว่าตอนนี้ต้องอาศัยกฎหมายความมั่นคงมาดำเนินการได้หรือยังรมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า คงยังไม่ถึงขั้นนั้น ตอนนี้เรากฎหมายเท่าที่มีอยู่ก่อน เพียงแต่เราต้องรีบทำ

เมื่อถามว่าจะทำให้เสร็จก่อนการชุมนุมเสื้อแดงในวันที่ 31 มกราคม หรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับการชุมนุมของเสื้อแดง เพราะมันเป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานีวิทยุชุมชนที่รัฐบาลเตรียมเข้าไปดำเนินการประกอบด้วย สถานีวิทยุชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน อุดรธานี และกทม.อีกหลายแห่ง รวมถึงสถานีวิทยุชมรมคนรักแท็กซี่ ย่านถนนวิภาวดี

ตะลุยข่าว : ตามรอยจ้างฆ่า...สแตมฟอร์ด

สามวันที่แล้วต่างกับสามเดือนก่อนหน้าลิบลับ นับตั้งแต่ โดนัลด์ ไวท์ติ้ง สัญชาติอเมริกันสามีรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยสแตมฟอร์ด สาขาหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกคนร้ายดักยิงเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2551

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด