การค้าเสรีไทย-มะกันยุคโอบามา

คอลัมน์ เศรษฐกิจติดดิน

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด

นโยบายการค้าของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีบารัก โอบามา อาจจะส่งผลต่อการเปิดเสรีทางการค้าของประเทศไทยทั้งระดับทวิภาคีและพหุภาคี เพราะประธานาธิบดีโอบามาประกาศจะใช้มาตรการกีดกันทางการค้าเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมในประเทศและต่อต้านความตกลงการค้าเสรีที่มีผลกระทบต่อการจ้างงานชาวอเมริกัน

โอบามาอาจจะเปิดเกมรุกในตลาดต่างประเทศมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการส่งออกที่มีแนวโน้มจะชะลอตัวลงและลดปัญหาการขาดดุลการค้าอย่างหนักของสหรัฐอเมริกา รวมถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในการเปิดเสรีทางการค้าของภูมิภาคอาเซียน

แม้ว่าที่ผ่านมาประธานาธิบดีโอบามาไม่ได้มีนโยบายเศรษฐกิจเกี่ยวกับอาเซียนและไทยโดยตรงเมื่อเทียบกับจีน ญี่ปุ่นหรือเกาหลีใต้ แต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจของอาเซียนที่ยังไปได้ดีในปี 52 การแผ่อิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนและอินเดียตลอดจนการจัดตั้งประชาคมอาเซียนในปี 58 อาจจะทำให้โอบามาให้ความสำคัญกับไทยและอาเซียนมากขึ้นเพราะไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้และมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคนี้มาโดยตลอด

รัฐบาลไทยควรเร่งยกระดับมาตรฐานและแรงงานในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา สินค้าส่งออกของไทยที่มีตลาดหลักอยู่ในสหรัฐอเมริกา เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ อาหารแปรรูป ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ใช้แรงงานเข้มข้นอาจจะเผชิญกับความเข้มงวดเกี่ยวกับสิทธิแรงงานและปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นรัฐบาลและภาคเอกชนควรร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อมของไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานแรงงานขององค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) รวมถึงสร้างการยอมรับในตลาดส่งออกเพื่อให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในระยะยาว โดยเฉพาะสินค้าเกษตรและอาหารของไทย

ควรให้ความสำคัญกับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจกับประเทศในภูมิภาคก่อนเป็นลำดับแรกโดยเฉพาะกรอบ ASEAN และ ASEAN+3 เพื่อรักษาโอกาสทางการค้าควบคู่กับการสร้างเสถียรภาพทางการเงินในภูมิภาค ควบคู่กับการสนับสนุนให้การเจรจาการค้าโลกรอบโดฮาประสบความสำเร็จโดยเร็วเพราะผู้ประกอบการไทยจะได้รับประโยชน์จากการเปิดเสรีในกรอบ WTO มากกว่า TUSFTA เนื่องจากการเปิดเสรีทางการค้าในกรอบ WTO จะช่วยลดแรงกดดันต่อการใช้มาตรการกีดกันทางการค้าและการตอบโต้ทางการค้าที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยควรกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจแบบทวิภาคีกับสหรัฐอเมริกาภายใต้กรอบความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนไทย-สหรัฐอเมริกา (Thailand-US TIFA) และเร่งยกระดับมาตรฐานและแรงงานในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา

แม้ว่าจะมีปัญหาอุปสรรคจากระดับการพัฒนา และความพร้อมในการเปิดเสรีทางการเงินของประเทศสมาชิก แต่ความพยายามในการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งในและนอกภูมิภาคและสร้างความพร้อมที่รับมือกับวิกฤตการเงิน

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด