ประกบคู่คารมเดือด! วิวาทะ แม้ว เชือน มาร์ค เกทับประชานิยม

ขณะที่รัฐบาลนำโดย อภิสิทธิ์ อ้างว่านโยบายประชานิยมจำเป็นสำหรับสภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ ก็ถูก ทักษิณ กล่าวเหน็บแนมว่าเป็นนโยบายที่หวังซื้อใจประชาชน เพื่อแย่งคะแนนนิยมไปจากตน หมายเหตุ - นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ และเปิดให้ สู่ขวัญ บูลกุล ซักถามแทนประชาชน ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินผ่านรายการ ความจริงวันนี้ ทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ดี สเตชั่น มีนายวีระ มุสิกพงศ์ นายจตุพร พรหมพันธุ์ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เป็นผู้ดำเนินรายการ

------------------------------------

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เป็นความมุ่งหมายของผมว่า เข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ต้องการพาประเทศฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปให้ได้

-----------------

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลยังมุ่งหน้าในเรื่องของการผลักดันงานในเรื่องของการฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยมาตรการเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ มีมาตรการการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย 2,000 บาท ปรากฏว่าเมื่อมาตรการออกไปแล้ว ก็มีคำถามเข้ามา โดยเฉพาะมีพี่น้องประชาชนบางกลุ่มที่มีความเป็นห่วงว่าอาจจะไม่ครอบคลุมถึงตัวท่านเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราได้พูดถึงพี่น้องประชาชนที่เอาประกันตนในระบบประกันสังคม เงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท และในส่วนของข้าราชการที่มีเงินเดือนประจำไม่ถึง 15,000 บาทเช่นเดียวกัน มีประชาชนอยู่บางกลุ่มซึ่งขณะนี้ผมจะดูแลว่าให้ทั่วถึง เช่น พนักงานรัฐวิสาหกิจ ซึ่งไม่ได้เอ่ยเอาไว้ แต่ถ้าเข้าเกณฑ์ในเรื่องของรายได้ประจำไม่ถึง 15,000 บาท จะได้รับเช่นเดียวกัน

มีบุคลากรภาครัฐในส่วนของท้องถิ่น กำลังตรวจสอบรวบรวมเช่นเดียวกับกรณีของข้าราชการและบุคลากรที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานอิสระ และกำลังจะดูในอีกกลุ่มหนึ่งคือกรณีของครูเอกชนว่าจะมีมาตรการอะไร ถ้าไม่มีมาตรการนี้ จะมีมาตรการอะไรที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เป็นครูอยู่ในโรงเรียนเอกชนได้บ้าง

ทั้งหมดนี้จะไม่กระทบกับการประมาณการเรื่องงบประมาณไว้ เพราะว่าในการจัดทำงบประมาณกลางปีที่จะมาสนับสนุนมาตรการนี้ เราได้มีการจัดงบฯจำนวนหนึ่งเอาไว้เป็นงบกลาง เพื่อสำรองเอาไว้ ทราบว่าตัวเลขของจำนวนประชาชนที่จะได้รับประโยชน์จากเรื่องเหล่านี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากที่เราประมาณการไว้ตอนต้นบ้าง

สำหรับมาตรการที่สำคัญมากในเรื่องของการฝึกอบรมแรงงาน ขณะนี้ได้เดินหน้าวางแผน และเตรียมที่จะปฏิบัติการในขั้นตอนต่อไป โดยระหว่างที่งบประมาณยังไม่ผ่านสภา เราจะได้เตรียมการให้พร้อมที่สุด ขณะนี้โครงการนี้จะตั้งอยู่ที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และจะมีคณะกรรมการซึ่งได้เข้าไปประสานงานกับหน่วยงานที่จะทำการฝึกอบรมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของกระทรวงแรงงาน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่จะเข้ามาฝึกอบรมได้ แล้วจะมีการจัดแบ่งหลักสูตรการฝึกอบรม

พูดง่ายๆ คือว่าจะฝึกในเรื่องอะไรนั้น จะแบ่งให้ละเอียดมาก คาดว่าอาจจะเป็น 100 กลุ่มก็ได้ เพื่อที่ว่าเราจะได้มีการเตรียมงานที่จะรองรับงานคนที่เข้ามาฝึกอบรมตรงนี้ ที่เราตั้งเป้าไว้ 500,000 คน เพื่อรองรับภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ หมายความว่าเรากำลังเตรียมที่จะฝึกอบรมและมีความมั่นใจว่า เมื่อฝึกอบรมไปแล้วจะสามารถมีงานที่จะรองรับในช่วงระยะเวลาเฉพาะหน้านี้ได้

โครงการสำหรับเรื่องของกองทุน หรือโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเป็นเงินไปที่หมู่บ้านต่างๆ กำลังจะวางระบบการบริหารจัดการ และมั่นใจเช่นเดียวกันว่า เมื่องบประมาณกลางปีผ่านสภา จะสามารถโอนเงินไป และดำเนินการโครงการนี้ได้เช่นเดียวกัน

ในส่วนของงานทางด้านเศรษฐกิจนั้น เรายังไม่มีมาตรการเพิ่มเติมในอาทิตย์นี้ นอกจากมาตรการที่ได้ประกาศไปแล้ว และอยู่ในเรื่องของงบประมาณกลางปี ที่จะได้ดำเนินการเสนอต่อสภา เรามีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอีกหลายๆ เรื่องออกมา ในวันอังคารที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติในเรื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มุ่งมาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย ภาคอสังหาริมทรัพย์ และภาคการท่องเที่ยว ผมคงไม่ขอลงรายละเอียด แต่จะมีทั้งมาตรการภาษีที่มาผ่อนปรนเงื่อนไขของการเสียภาษี สำหรับในเรื่องของผู้ประกอบการรายย่อยมีมาตรการที่มาช่วยสนับสนุนเรื่องการประชุมสัมมนา เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว มีมาตรการทางภาษีมาช่วยในเรื่องของการปรับโครงสร้างหนี้ การโอนกิจการ และมีมาตรการในเรื่องของอสังหาริมทรัพย์ที่จะอนุญาตให้มีการได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเงินได้พึงประเมินคนที่มาซื้ออสังหาริมทรัพย์ มูลค่าไม่เกิน 300,000 บาท ภายในปีนี้ อย่างนี้เป็นต้น

ส่วนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้น นอกจากจะเร่งกระตุ้นในเรื่องของการประชุมสัมมนาภายในประเทศแล้ว ยังได้มีมติในเรื่องของการที่จะลดค่าธรรมเนียมต่างๆ สำหรับผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของค่าธรรมเนียมการประกอบธุรกิจโรงแรม การลดหย่อนค่าประกัน การใช้ไฟฟ้าสำหรับผู้ประกอบธุรกิจโรงแรม และมีการลดค่าธรรมเนียมวีซ่า ลดค่าธรรมเนียมการขึ้น-ลงของอากาศยาน ลดค่าธรรมเนียมการเข้าชมอุทยานฯ เพราะฉะนั้น มาตรการเหล่านี้คงจะสามารถที่จะกระตุ้นในเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างรุนแรงในช่วงที่ผ่านมาได้เช่นเดียวกัน

คำถาม - จะพูดคุยอย่างไรให้นานาอารยประเทศเชื่อมั่นในประเทศไทย

อภิสิทธิ์ - ผมคิดว่าสิ่งแรกเลยที่ผมยืนยันได้ และผมเชื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทราบดีก็คือว่า บ้านเมืองของเราและคนของเรา มีจุดแข็งมากมาย จริงๆ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสปาฐกถากับทางนักลงทุนชาวต่างชาติ ผมได้ชี้ให้เห็นเลยว่าเอาประเทศก่อน ประเทศของเราเป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ซึ่งทำให้มีความแข็งแกร่งในแง่ของพื้นฐานทางด้านเศรษฐกิจ มีไม่กี่ประเทศที่มีภาคการเกษตรที่เข้มแข็งและส่งออกอาหารได้ วันข้างหน้าทั่วโลกเขาพูดถึงวิกฤตอาหาร หลายคนมองด้วยซ้ำว่าเราจะมีส่วนช่วยเขาได้อย่างไร อันนี้หมายความว่าถ้าเรายิ่งปรับปรุงผลผลิตของเรา ปรับปรุงระบบของเรา ตรงนี้จะมีความเข้มแข็งมาก

อุตสาหกรรมที่ต่างชาติเขาได้เข้ามาลงทุน ต่อมาๆ มาร่วมทุนกับคนไทย และมีกิจการของคนไทยขึ้นมาในหลายอุตสาหกรรม เช่น ยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ สิ่งทอ ถ้าเราสามารถเสริมประสิทธิภาพการผลิตตรงนี้ ก็ยังไปได้ดี สำคัญที่สุดคืออัธยาศัยไมตรีของพี่น้องประชาชนคนไทยนี่ละครับที่คนเขาประทับใจ เพราะฉะนั้น รายได้จากการท่องเที่ยวการบริการก็จะเติบโตได้มาก เราเองก็เป็นประเทศที่ผ่านวิกฤตมาหลายครั้ง เขาก็เห็นว่าเราสามารถผ่านมาได้ด้วยดี เพราะฉะนั้น ครั้งนี้ก็เป็นบททดสอบอีกครั้งที่สำคัญ และผมก็เชื่อมั่นว่าเราทำได้

คำถาม - การแจกเงิน 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ มีคนไม่เห็นด้วยมาก

อภิสิทธิ์ - ไม่หรอกครับ ผมคิดว่ามีคนที่รอก็จำนวนมาก คนที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่าอยากจะได้ก็จำนวนมาก และมีคนที่มองว่าจะทำได้มากน้อยแค่ไหน หรือว่าจะมีส่วนกระตุ้นได้มากน้อยแค่ไหน ผมได้ย้ำไปแล้วว่าจริงๆ การกระตุ้นส่วนของเศรษฐกิจที่เร็วที่สุดคือการบริโภค และเราดูจากความเป็นจริง เราดูจากประสบการณ์ คนมีรายได้น้อยจะมีโอกาสที่จะใช้เงินที่ได้เพิ่มเข้ามา และเก็บน้อยกว่าคนที่มีรายได้สูง ในต่างประเทศที่บางคนบอกว่ากระตุ้นไปแล้วเหมือนกับไม่ได้ยั่งยืนอะไร แต่ว่ามีผลสำคัญในการรักษาระดับของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ผมไปดูรายงานที่เขาศึกษา เขาลงไปดูละเอียดนะครับ เพราะว่าเวลาเขาจ่ายเช็คไปที่สหรัฐ เขาไม่สามารถจ่ายพร้อมกันได้ เขายังสามารถแยกแยะได้ว่าพื้นที่ไหนที่จ่าย เศรษฐกิจในรัฐนั้นมันมีการกระตุ้นแตกต่างไหม การกระตุ้นมันแตกต่างกันจริงๆ แต่ว่าอันนี้เป็นเพียงมาตรการที่เราจะประคับประคองให้ผ่านช่วงครึ่งปีแรก ส่วนครึ่งปีหลังมาตรการระยะกลาง ระยะยาว ที่กำลังจะทยอยออกมา ก็จะมีผลสำคัญ และเราต้องมาประเมินกันอีกรอบหนึ่ง เพราะเราก็ยังไม่รู้ว่าความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในแง่ของตลาดโลกเป็นอย่างไร

คำถาม - มาตการของรัฐบาลที่ออกมาจำนวนมากต้องใช้เงินมหาศาล ถ้าวิกฤตเศรษฐกิจโลกยาวนาและสาหัสกว่าที่คิดไว้ จะหาเงินจากที่ไหน

อภิสิทธิ์ - เราดูจากตัวเลขที่ไม่ให้กระทบกระเทือนวินัยการเงินการคลัง เพราะฉะนั้น ทำไมงบประมาณกลางปีจึงเป็นแสนล้าน เราคำนวณจากว่าเรามีสิทธิในการกู้เงินในประเทศได้เท่าไรที่กฎหมายอนุญาต หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน ฉะนั้น ทุกอย่างอยู่ในกรอบของวินัยการเงินการคลังหมด พอปีงบประมาณต่อไปก็จะมีตัวเลขใหม่มาที่บอกกับเราได้ว่าเราจะมีเงินเท่าไร และมีแหล่งเงินอันหนึ่งซึ่งเรายังไม่ได้ใช้ แต่ว่าถ้าจำเป็นก็จะใช้คือเงินกู้จากต่างประเทศ อันนี้ก็เตรียมการเอาไว้ แต่จะใช้หรือไม่จะดูความเหมาะสมของสถานการณ์อีกทีหนึ่ง

คำถาม - หากมาตรการที่ออกมาไม่ได้ผล มีแผนสำรองเอาไว้หรือไม่

อภิสิทธิ์ - คำว่าไม่ได้ผลคงไม่มีนะครับ เพราะว่ายังไงเงินแสนล้านเข้าไปหมุนเวียนในเศรษฐกิจแน่นอน แต่จะเพียงพอหรือไม่ในการหยุดยั้งสภาพเศรษฐกิจที่ทรุดลงไปในโลก เราก็คงจะเห็นชัดเจนขึ้นในช่วงประมาณกลางปี ก็ได้เรียนไว้แล้วว่าเฉพาะในส่วนของครึ่งปีหลัง อาจจะเป็น 3 เดือนแรกของครึ่งปีหลัง ถ้าจำเป็นจะดูเรื่องของเงินกู้ต่างประเทศว่าจะมาช่วยเสริมได้หรือไม่ แต่ถัดจากตรงนั้นไปแล้ว จากตุลาคมไป เราจะมีงบประมาณใหม่ปี 2553 ซึ่งกำลังเริ่มทำอยู่ เพราะฉะนั้น เราได้เตรียมเป็นขั้นเป็นตอนไปเพื่อที่จะสามารถรองรับกับความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่างๆ ได้

ผมก็ต้องขอขอบคุณนะครับว่าทุกความเห็น ทุกคำวิจารณ์ ผมรับฟัง และพยายามดู บางเรื่องมีเหตุมีผล มีประเด็นหรือเราตกหล่นไป เราจะมาปรับปรุงแก้ไข บางเรื่องต้องเรียนว่าอาจจะมองต่างมุมกัน ก็เป็นธรรมดา แต่ว่ารัฐบาลก็มีความรับผิดชอบในการที่จะต้องดูแลว่ามาตรการเหล่านี้ประสบความสำเร็จจริงๆ และเป็นความมุ่งหมายของผมว่า เข้ามาเป็นรัฐบาลครั้งนี้ ต้องการพาประเทศฟันฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ไปให้ได้

***************************************

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

การทำประชานิยมแล้วจะทำให้ประชานิยมให้เหนือกว่าการแข่งขันทางการเมือง อย่างนี้ประเทศเจ๊ง

-----------------

นายวีระ : ขอให้คุณทักษิณเล่าถึงชีวิตความเป็นอยู่ในต่างประเทศให้ประชาชนคนไทยว่าเป็นอย่างไร

ทักษิณ - ตอนนี้ผมเหมือนคนร่อนเร่พเนจร ไปอยู่ตรงนั้นบ้าง ตรงนี้บ้าง แต่ไม่เหมือนตอนทัวร์นกขมิ้น เพราะตอนนั้นเป็นนายกฯที่มีความสุขได้ช่วยเหลือประชาชน แต่วันนี้ได้เดินทางไปพบปะเครือข่ายบนเวทีโลกแต่ก็เหงา เพราะไม่ได้อยู่กับครอบครัว และลูกๆ แต่นานๆ ลูกก็จะมาเยี่ยม เนื่องจากไม่รู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหน เดี๋ยวไปโน่น เดี๋ยวไปนี่ ร่างกายพอแข็งแรงอยู่ จิตใจก็ยังเข้มแข็ง และพร้อมที่จะต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม เพราะผมถือว่าการต่อสู้ทางอุดมการณ์เป็นสิ่งที่สูงสุด แต่สิ่งที่มากกว่านั้น คือการต่อสู้ทางอุดมการณ์แล้วไม่ได้รับความยุติธรรม ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเพิ่งเดินทางไปที่เซาธ์แอฟริกา ซึ่งเป็นเมืองที่เขานับถือเนลสัน แมนเดลล่า เป็นรัฐบุรุษ เพราะเขาเป็นนักต่อสู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ถูกจำคุก 40 ปี เมื่อออกจากคุกก็ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี เขาต้องการต่อสู้กับความไม่เป็นธรรม ผมเองภาวะจิตใจตอนนี้ ต้องอดทนและเข้มแข็ง ต้องต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมต่อไป ผมต้องแสวงหาความเป็นธรรมให้เจอ ไม่ว่าจะเจอบนสวรรค์หรือขุมนรกต้องเจอให้ได้ เพราะผมเชื่อว่าความเป็นธรรมต้องมี

นายวีระ : ที่บอกว่าเวลานี้ทำจิตใจยาก สมมุติว่าให้ท่านเป็นพระออกธุดงค์ไปอยู่ตามป่า ตามเขา ห่างไกลจากบุตร และภรรยา ตรงนี้จะต่อสู้ไหวหรือ

ทักษิณ - ผมโชคดี ได้ฝึกนั่งสมาธิ โดยเฉพาะผมได้กลับมาประเทศไทยเป็นระยะเวลา 4 เดือน ได้มีโอกาสเรียนรู้กับพระ นั่งสมาธิ ผมพยายามนั่งสมาธิให้ได้ทุกวัน ทำให้จิตเบา จิตว่างขึ้น ทำให้คิดอะไรออกได้เยอะขึ้น วันนี้ประเทศไทยมีระบบ 2 มาตรฐาน ไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชน สามารถใช้ศาลเปลี่ยนจากเสียงข้างน้อยเป็นเสียงข้างมาก จากมากเป็นน้อยได้ มันน่าเชื่อถือตรงไหน ถ้าไม่น่าเชื่อถือก็เรียกใครมาลงทุนไม่ได้ ตอนนี้ประเทศอาเซียนพูดกันว่าประเทศไทยลากอาเซียนลง เราถูกตำหนิ เราเป็นประธานจัดการประชุมอาเซียนแต่เลื่อนแล้วเลื่อนอีก วุ่นวายตลอด จะไปเซ็นสัญญาก็ไม่ได้ เพราะกฎหมายต้องผ่านสภาก่อน เป็นอะไรที่ทำงานยาก เป็นรัฐธรรมนูญที่ผมเรียกว่า รัฐธรรมนูญสมเสร็จ ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ช่วยกันทำอย่างโน้น อย่างนี้ แต่ไม่มองภาพรวมของประเทศ โดยไม่ตระหนักว่าผลร้ายจากรัฐธรรมนูญจะส่งผลกระทบกับประเทศอย่างไร ตอนนี้ต้องคิดถึงความสุขของประชาชน ความเจริญก้าวหน้าของประเทศ แต่กติกาเป็นอย่างไรเวลานี้ แม้ว่าจะใช้ไม่ได้ก็ต้องทำให้ใช้ได้ แต่ถ้าหากยังใช้กติกานี้อยู่ประเทศก็ไปไม่รอด

นายวีระ : นโยบายประชานิยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด หวยบนดิน กองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค หากคุณทักษิณยังเป็นนายกฯ จะต่อยอดอย่างไร

ทักษิณ - กล้าพูดได้เลยว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่กล้าเอาหวยใต้ดินขึ้นมาบนดิน เพราะบรรดาแกนนำพันธมิตรในหลายจังหวัดเป็นพ่อค้าขายหวยกันทั้งนั้น ถ้าเราว่ากันตามกติกา ตามกฎหมาย ให้ประชาชนเป็นคนตัดสิน บ้านเมืองไปได้ แต่วันนี้บอกว่าสู้ไม่ได้ ต้องใช้วิธีทุกรูปแบบ คนที่เสียประโยชน์จากการทำนโยบายรัฐบาลก็ไปรวมตัวประท้วง ไปให้ท้ายระบบ 2 มาตรฐาน

ผมไปที่แอฟริกาใต้และพักที่โรงแรมเดียวกันกับที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีคนมาบอกผมว่าเขามาประชุมเกี่ยวข้องกับศาลโลก ซึ่งผมก็แปลกใจว่ามาทำไมวะ มาแล้วจะเอาอะไรไปพูดบนเวทีโลก คงจะไปบอกวิธีการใช้ศาลแก้การเมืองอย่างไร โลกเขาไม่ทำกัน และที่สำคัญเมืองแอฟริกาเป็นเมืองที่รัฐบุรุษของเขาต่อสู้กันในเรื่องความยุติธรรม ผมถึงได้นั่งงงว่า เฮ้ย มาทำไมวะ เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรไปบ้าง ผมถึงบอกว่าก็ดีเหมือนกัน ปัญหาประเทศของเราคือปัญหาที่ต้องยอมให้การเคารพกติกาเกิดขึ้น อย่าแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย จนไม่เอาประเทศ

อยากฝากให้ทุกคนเข้าใจว่าต่อไปนี้ไม่ยึดกติกา ปล่อยให้การเมืองเอาพี่น้องมาเป็นเครื่องมือมันไปไม่ได้ ดังนั้น จึงต้องยึดกติกา เคารพกติกา หันหน้าเข้าหากัน สร้างความปรองดองข้างเดียวไม่อยู่ อย่างที่เคยพูดว่าตบมือข้างเดียวไม่ดัง การสร้างความปรองดองข้างเดียวไปไม่รอด ต้องสร้างทุกภาคส่วนเข้าเกี้ยเซี้ย คุยกัน ตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นรัฐบาลก็ควรมาสร้างความปรองดองให้กับประเทศดีกว่า อย่าไปบอกว่าต้องมาตอบแทนกันก่อน

นายณัฐวุฒิ : ชาวบ้านเป็นห่วงได้ยินว่าไม่มีเงิน ชาวบ้านบอกจะรวบรวมส่งเงินและส่งไปให้ท่านใช้จ่ายจะทำอย่างไร

ทักษิณ - ผมอยากจะร้องไห้ เป็นน้ำใจต้องขอบคุณที่ยังนึกถึง ต้องกราบขอบพระคุณ ผมรู้ว่าประชาชนหลายภาคส่วนยังรัก และยังห่วงใยผมอยู่ ผมยังช่วยตัวเองได้ ยังพอทำมาหากิน พอดีมีเพื่อนที่มีเงินพอที่จะหยิบยืมได้ มั่นใจว่าผมต้องได้รับความเป็นธรรม ไม่ว่ากี่ปี ต้องต่อสู้จนกว่าจะได้รับความเป็นธรรม เพราะเงินที่ครอบครัวทำมาหากินตลอดชีวิตและประกาศว่ามีเงินมาเท่าไหร่ก่อนเข้ารับตำแหน่งทางการเมืองมันก็คือเงินก้อนเดียวกัน ผมถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นเงินตัวเอง ผมก็ไม่เข้าใจว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร ต้องขอบคุณประชาชนที่เป็นห่วง เรียนว่าผมใช้จ่ายสูงต้องเดินทาง ต้องพักโรงแรม บางทีรู้สึกว่าชีวิตเหงา หว้าเหว่ เราเคยมีบ้านอยู่

นายณัฐวุฒิ : มีคนบอกว่า วันนี้ท่านทักษิณต้องหยุด แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเพราะไม่หยุด แต่ถ้าหยุดคนเดียวปัญหาจบ ถามว่าวันนี้ที่ท่านยังสู้อยู่ เพราะต้องการอะไรในการต่อสู้ครั้งนี้

ทักษิณ - ผมต้องการความเป็นธรรมให้กับผมเอง ครอบครัวและประชาชน วันนี้ความเป็นธรรมเป็นเรื่องสำคัญที่สุด การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมนั้นต่อสู้ได้ตลอด ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรก เพราะฉะนั้นหากไม่เคยความเป็นธรรมมา ไม่มีใครหยุด ต้องบอกว่าผมไม่ใช่ปัญหา การที่ผมชนะการเลือกตั้งนั่น คือปัญหา เพราะเขาไล่ให้ผมเปลี่ยนขั้ว เปลี่ยนข้างตลอดเวลาจนทำทุกอย่างที่ไม่อายชาวโลก อายฟ้าดิน นั่นคือปัญหา พยายามดำเนินคดีทุกอย่างแม้กระทั่งขี้หมู ขี้หมา แต่กับอีกฝ่ายทำอะไรก็ไม่ผิด ตั้งข้อหาก็ถอนข้อหา ไม่มีใครในโลก ที่เขาโง่และจะไม่รู้หรอก ฉะนั้น ถ้าอยากให้ทุกอย่างยุติต้องคืนความเป็นธรรมและหันหน้าเข้าหากัน และปฏิบัติตามกติกา

ถ้าผมตายตอนนี้ คนที่จะมาต่อสู้เรื่องความเป็นธรรมก็ไม่หยุด อย่าไปคิดว่าผมตายแล้วจะมีการหยุด ถ้าไม่คืนความเป็นธรรมให้กับสังคมให้กับผู้ที่ถูกรังแก ไม่คืนความเป็นธรรมให้กับคนในโลกนี้ก็ไม่มีใครหยุด อย่าไปคิดว่าส่งคนมาฆ่าผมในต่างประเทศ ฆ่าผมตายแล้ว ความวุ่นวายจะหยุดไม่มีหรอก ยิ่งผมตายยิ่งมีความวุ่นวายมากขึ้น เพราะความไม่เป็นธรรมอยู่ในใจคน เอาออกยาก เพราะฉะนั้นคืนความเป็นธรรมให้กับคนไทยดีกว่า หันหน้าเข้าหากันดีกว่า ประเทศไทยไม่เคยเป็นแบบนี้ ที่เป็นแบบนี้เพราะระแวง และระแวงคำเดียวที่หนักที่สุดก็คือว่า ผมไม่จงรักภักดี ทั้งๆ ที่ผมไม่เคยคิด ผมคือคนที่จงรักภักดีมากที่สุดคนหนึ่ง ผมเป็นคนกตัญญูมากที่สุด แต่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี ดังนั้น ทุกคนเดินหน้าฟันผมว่าไม่จงรักภักดี โดยไม่สนใจกติกา มันถึงได้วุ่นวายแบบนี้

ถ้ามีสมมติฐานที่ผิดเราก็จะทำในสิ่งที่ผิดต่อไป ถ้าสมมติฐานมันผิดก็ทำให้มันถูกก็จะทำให้สิ่งที่ถูกนั่นคือผมก็จงรักภักดี ผมไม่ใช่ไม่จงรักภักดี อย่าหาเรื่องกันเท่านั้นเอง ทุกอย่างก็ถูกหมด ผมต้องสู้ต่อไป ขอให้พี่น้องอดทนสักระยะหนึ่ง สมมติฐานที่ผิดต้องได้รับการแก้ไข เพราะตามข้อเท็จจริงแล้วอย่างไรก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าผมไม่จงรักภักดี สักวันหนึ่งถ้าผมใช้กรรมที่เกิดขึ้นจากชาติที่แล้วหมดทุกอย่างคงจะดีขึ้น ผมคงจะไม่โชคร้ายไปอีกนานเท่าไหร่หรอก ผมพยายามจะทำกรรมดีและคิดถึงสิ่งที่ดีงามในประเทศ พยายามและจะศึกษาทุกอย่างในโลกนี้เพื่อเป็นแนวทางเพื่อส่งไปแก้ปัญหาของประชาชน

นายวีระ : จากประสบการณ์ที่ได้เป็นนายกฯ และตอนนี้ได้เดินทางไปประเทศต่างๆ ประจวบกับขณะนี้เกิดภาวะเศรษฐกิจโลกจะให้คนไทยเตรียมรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลกอย่างไร

ทักษิณ - ในต่างประเทศมีโครงสร้างทางการเมืองที่ต่างกันไปและมีวิธีการจัดการพัฒนาประเทศต่างกันไป บางประเทศการเมืองสามารถทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนที่แย่ๆ เหมือนอยู่ในนรก สามารถพลิกให้มาอยู่บนสวรรค์ได้ อย่างประเทศทะเลทรายทั้งหลาย ที่สามารถเนรมิตเมืองขึ้นมาทำให้ประชาชนทำมาหากินสะดวก มีความเป็นอยู่ที่ดี เขาเรียกว่าเปลี่ยนนรกให้เป็นสวรรค์ แต่การเมืองบางประเทศที่ดีอยู่แล้วก็ทำให้สวรรค์กลายเป็นนรกได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นการเมืองเป็นส่วนสำคัญในประเทศมาก ถ้าคนที่มีอำนาจรักประชาชน ทำสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน แต่ถ้าคนมีอำนาจ รักอำนาจมากกว่าประชาชนก็จะไม่ทำสิ่งดีๆ ให้กับประชาชน แบบนี้น่ากลัว ผลสุดท้ายก็จะทำให้ประเทศเสียหายไปเรื่อยๆ

เศรษฐกิจโลกในขณะนี้น่ากลัว สิ่งที่เกิดขึ้นบังเอิญเกิดขึ้นกับประเทศที่มีความเจริญด้านเศรษฐกิจสูง เช่น อเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น สมัยก่อนพิษเศรษฐกิจเกิดจากประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย อินโดนีเซีย เม็กซิโก และพัฒนาไปสู่ประเทศที่เจริญกว่าแต่ว่าไปไม่ถึง สำหรับเศรษฐกิจไทยเชื่อว่าการส่งออกมีปัญหาแน่นอน เพราะตลาดขาดกำลังซื้อ การท่องเที่ยวก็เช่นกัน เพราะว่าเรามีโรคพิเศษ คือ โรคที่อยู่ๆ อยากจะเปลี่ยนรัฐบาลก็ไปปิดสนามบิน ส่งทหารเข้าไปช่วยกับกลุ่มพันธมิตรปิดสนามบิน ก็ยังไม่พอ ยังเอาพวกพันธมิตรมาเป็นรัฐมนตรี มาเป็นที่ปรึกษา การดำเนินคดีก็ไม่รู้ว่าไปถึงไหน บอกแต่ว่ากำลังทำอยู่ๆ ซึ่งก็ไม่มีใครเขาเชื่อ

มันเป็นสิ่งที่ชาวต่างชาติไม่แน่ใจว่ามาเที่ยวเมืองไทยดีหรือไม่ อย่างเช่น ทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ช่วงปีใหม่จะมาเที่ยวภูเก็ต แต่ปรากฏว่าภรรยาไม่ยอมมาเพราะกลัวถูกปิดสนามบิน อุตสาหกรรมอาหาร รถยนต์ ส่งออก มีปัญหาเพราะปิดสนามบิน กลุ่มเหล่านี้จะต้องหาตลาดใหม่ เช่น แอฟริกา หรือ ตะวันออกกลาง ก็มีคนมาเชิญชวนผมไปลงทุนเหมือนกัน

นายวีระ : ประเทศอังกฤษกำลังออกกฎหมายค้ำประกันเงินกู้ 50 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ความคืบหน้าเป็นอย่างไร

ทักษิณ - ฝากบอกพี่น้องคนไทยว่าวันนี้ พวกที่กู้เงินมากๆ ต้องเตรียมตัวแก้ไขสภาพคล่องของตัวเองให้ดี เพราะตอนนี้แบงก์ก็เตรียมระวังตัวในการให้เงินกู้และพยายามที่จะเรียกเงินกู้คืน เพราะแบงก์เองถ้าไม่แข็งแรงก็จะไปก่อนและแบงก์เมืองไทยก็คงเข็ดกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เพราะมีหนี้เสียเยอะ แต่วันนี้หนี้เสียยังไม่มากเท่ากับครั้งที่แล้ว ประเทศไทยวันนี้ เข้าใจว่าการทำประชานิยมแล้วจะทำให้ประชานิยมให้เหนือกว่าการแข่งขันทางการเมือง อย่างนี้ประเทศเจ๊ง การเมืองดูเหมือนจะได้แต่ไม่ได้ เพราะสิ่งที่ทำไม่เกิดผลระยะยาวและยั่งยืน เหมือนการเกิดวิกฤตมิยาซาวาที่ผ่านมา เหมือนที่เราจ้างให้ประชาชนตัดหญ้ารุ่งขึ้นหญ้าก็ยาว แต่เงินก็หายไปแล้ว นึกว่าให้เงินประชาชนใช้แต่เงินไม่ถึงประชาชน

มันเหมือนไอติมกว่าไปถึงก็โดนเลียหมดแล้ว ได้จับแต่ไม้ไอติม นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการทำประชานิยม ความจริงแล้วการทำนโยบายของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย กว่าจะเป็นนโยบายออกมาต้องเข้าไปคลุกคลีกับชาวบ้าน ลงไปในพื้นนา เข้าไปในศาลาวัด พูดคุยกันว่าถ้าจะทำเรื่องนี้ประชาชนจะได้อะไร ตอนนี้ผมไม่หนักใจว่าใครจะเลียนแบบ ขอให้ทำให้สำเร็จ

นายวีระ : รัฐบาลชุดนี้ให้นโยบายว่าเวลานี้ไฟกำลังไหม้บ้าน เพราะฉะนั้นไม่ต้องเสียดายน้ำให้สาดเข้าไป

ทักษิณ - อย่าสาดน้ำเพื่อดับไฟจนไม่มีน้ำจะกิน จะหุงข้าว สุดท้ายก็จะตายหมด วันนี้อยากให้ภาครัฐและภาคประชาชน จับมือกันไว้ให้แน่นและประคองกันเดิน และคุยกันว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร และอยากจะให้รัฐช่วยอะไร ไม่ใช่เป็นลักษณะนั่งอยู่บนหอคอยคิดแล้วตกลงไป อย่างไรก็ตามเชื่อว่ากลางปีนี้ประชาชนจะตกงานอีกจำนวนมาก เพราะฉะนั้นประชาชนต้องคุยกับธนาคาร เพราะตอนนี้เกิดภาวะเศรษฐกิจทางการเงินของโลก ต้องมีการบริหารการเงินให้ดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ที่รู้เรื่องการเงิน ต้องบริหารการเงินให้ดี และต้องมาดูว่าจะแก้ปัญหาการเงินอย่างไร ธนาคารของรัฐต้องนำร่องให้ดี

นายวีระ : ถ้าไม่ถูกยึดอำนาจในปี 2549 ก็จะทำงานครบ 4 ปีในปีนี้ จะช่วยทำให้คนจนหายจนได้อย่างไร

ทักษิณ - จากที่ผมลงพื้นที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด มองเห็นปัญหาต่างๆ ถ้าวันนั้นผมทำต่อ ผมจะใช้โครงสร้างต่างๆ มาทำให้ประ ชาชนมีส่วนร่วม เอาเงินลงไปบริหารโดยไม่เอาไปทิ้งเอาไปขว้าง บริหารอย่างถูกต้องและอย่าดูถูกภาคประชาชนว่าคิดไม่เป็น ถ้าทำต่อเนื่องอย่างช้าปี 2552 งานจะสำเร็จ แต่ไม่เป็นไรเพราะเอาคืนไม่ได้แล้ว เราก็มาตั้งต้นใหม่ถ้าไม่ตั้งต้นใหม่ประเทศไทยก็ขาดความน่าเชื่อถือ รุนแรงมาก ผมไปที่ไหนทุกคนจะรู้เรื่องประเทศไทยหมดว่าอะไรเกิดขึ้นที่ประเทศไทย ใครอยู่เบื้องหลัง ต่างประเทศรู้เรื่องของเราดีกว่าคนไทยเสียอีก อย่างไรก็ตาม แม้ว่ารัฐบาลจะให้งบประมาณกับกระทรวงการต่างประเทศ จำนวน 570 กว่าล้านเพื่อสร้างความเชื่อถือในต่างประเทศก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย แต่จะทำให้งบประมาณหายไปอีกเยอะโดยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ต้องอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่การไปบอกเขา

เรื่องล่าสุดของหมวด การเมือง

ดูหมวด การเมือง ทั้งหมด