ทุ่มหมื่นล.ให้นายจ้าง-แรงงานกู้ฝ่าวิกฤต ยานยนต์ระส่ำ-ชงแผนอบรมรอเฟืองหมุนครึ่งปีหลัง

นายไพฑูรย์ แก้วทอง รมว.แรงงาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงานมีโครงการกู้วิกฤตแรงงานไทยคืนถิ่น โดยจะนำเงินจากกองทุนประกันสังคม 1 หมื่นล้านบาท ไปฝากกับธนาคารต่างๆ โดยเริ่มที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และจะขยายออกไปยังธนาคารพาณิชย์อีก 11 แห่งในเร็วๆ นี้ โดยแบ่งสัดส่วนให้นายจ้างหรือผู้ประกอบการกู้ 6 พันล้านบาท และให้ลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตนกับกองทุนประกันสังคมกู้ไปประกอบอาชีพอิสระ หรือพัฒนาฝีมือแรงงานอีก 4 พันล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ถูกเลิกจ้างหรือออกจากงาน และต้องการกลับสู่ภูมิลำเนา ไปประกอบอาชีพอิสระหรือพัฒนาอาชีพต่อไป คาดว่าจะบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกันตนที่ถูกเลิกจ้างได้ประมาณ 1 แสนคน

นายไพฑูรย์ กล่าวว่า ผู้ประกันตนที่มีความประสงค์จะขอกู้เงินไปลงทุนประกอบอาชีพ และต้องการเข้าร่วมโครงการกู้วิกฤตแรงงานไทยคืนถิ่น สามารถติดต่อยื่นคำขอกู้ พร้อมหลักฐานประกอบการขอกู้กับ ธ.ก.ส.และธพว. ได้ทุกสาขา วันนี้ถึง 31 ธ.ค.53 ทั้งนี้ กรณีทั่วไป ธ.ก.ส.จะคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้าใหม่ 9.25% ต่อปี ส่วนลูกค้าเก่าที่เป็นลูกค้าชั้นดีจะคิดดอกเบี้ย 7.25% ต่อปี สำหรับธพว. จะคิดดอกเบี้ย 7.25-12% ต่อปี

นายดำริ สุโขธนัง ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า เตรียมจัดทำข้อ เสนอไปยังครม. เพื่อขอใช้งบประมาณในการฝึกอบรม 1,000 ล้านบาท จากงบประมาณฝึกอบรมรวม 6,000 ล้านบาท มาช่วยเหลืออุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพราะขณะนี้พบว่ายอดผลิตปรับลดลงไปถึง 40% ทำให้มีแนวโน้มการปลดคนงานอย่างน้อย 20% หรือ 4 หมื่นคน จากแรงงานทั้งหมด 2.5 แสนคน

ด้านนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า ประเมินว่าช่วงครึ่งปีหลังอุตสาหกรรมยานยนต์จะกลับมาสู่ภาวะปกติ ดังนั้นจึงต้องรักษาแรงงานไว้ เพราะหากปลดออกในช่วงนี้ ต้องหาแรงงานใหม่เข้ามาเสริมในช่วงไตรมาส 3 และ 4 โดยแรงงานที่จะเข้าฝึกอบรมจะได้เงินเดือนคนละประมาณ 5,000 บาททั้งนี้ หากเศรษฐกิจยังไม่รับการตอบสนองแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ คาดว่าจะทำให้การผลิตรถยนต์ลดต่ำกว่า 1 ล้านคันในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อุตสาหกรรมยานยนต์มีข่าวดีเข้ามาเรื่อยๆ เช่น บริษัท นิสสัน เตรียมย้ายฐานการผลิตรถยนต์เข้ามาในไทยแทนญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นมีปัญหาเรื่องต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น และในอนาคตจะมีโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงาน (อีโคคาร์) เกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนคน

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 21 ม.ค. จะขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 5,000-10,000 ล้านบาท ไว้เป็นกองทุนค้ำประกันการส่งออกให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ที่มีมูลค่าการส่งออกไม่เกิน 10 ล้านบาท เพื่อป้องกันความเสี่ยงให้กับเอสเอ็มอีที่อาจจะถูกเบี้ยวค่าสินค้า เพราะขณะนี้เศรษฐกิจคู่ค้าอยู่ในภาวะที่ไม่ดีนัก

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด