งามตามเจ้า

คอลัมน์ เมืองไทย๒๕น.

นายมหาเศรษฐี

ไฟไหม้อย่าเสียดายน้ำ ประโยคเด็ดของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ใช้อธิบายถึงนโยบายประชานิยมของรัฐที่กำลังหว่านโปรยเงินลงไปกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ

และยืนยันอีกว่าการไล่แจกเงินชาวบ้านดื้อๆ แบบนี้ ไม่ว่าประเทศไหนเขาก็ทำกัน ไม่ใช่มีประเทศไทยเราเพียงแห่งเดียว

เมื่อเจ้าว่างามก็ต้องงามตามเจ้า เพราะหลายประเทศได้ใช้วิธีการแบบนี้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศตนจริง

รัฐบาลสหรัฐทุ่มเงิน 1,800 ล้านเหรียญด้วยการคืนภาษีให้กับชาวบ้าน รัฐบาลญี่ปุ่นแจกเงินให้ประชาชนคนละ 4,623 บาทฟรีๆ เพื่อให้นำไปจับจ่ายใช้สอย และล่าสุดรัฐบาลไต้หวันก็แจกอั่งเปาให้คนของเขาหัวละ 3,763 บาท ด้วยเหตุผลเดียวกัน

ขณะไทยแจกเงินผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาท/เดือนรายละ 2,000 บาท และแจกเบี้ยชราภาพให้ผู้อายุเกิน 60 ปี อีกคนละ 500 บาท

วิธีการเหมือนกัน จะต่างกันก็แค่ 3 ประเทศข้างต้นจัดอยู่ในระดับเศรษฐีมีเงินเก็บเหลือเฟือ ขณะไทยเราเข้าข่ายพวกยาจกยากจนต้องกู้หนี้ยืมสินเขามาใช้

หลักคิดของการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีนี้ไม่มีอะไรมากคือเชื่อว่าเมื่อชาวบ้านได้รับเงินดังกล่าวแล้วก็จะนำไปจับจ่ายใช้สอย เม็ดเงินจะสะพัดทั่วตลาด ธุรกิจทำมาค้าขายคล่องตัวขึ้น เศรษฐกิจก็จะกระเตื้องเองในที่สุด

แต่ก็มีเสียงท้วงติงด้วยความรู้สึกกังวลว่าถ้าสมมติชาวบ้านเกิดนำเงินดังกล่าวไปเก็บไว้ไม่ยอมใช้สอยเพราะขาดความมั่นใจในอนาคตทางเศรษฐกิจของประเทศล่ะอะไรจะเกิดขึ้น เท่ากับรัฐต้องสูญเงินไปฟรีๆหรือเปล่า

และที่สำคัญเงินทุกบาทที่รัฐโปรยทานไปนั้นมันมาจากภาษีอากรที่เรียกเก็บจากชาวบ้านทั้งประเทศไม่ใช่เงินของตระกูลเวชชาชีวะหรือ จาติกวณิช การจะจับจ่ายใช้สอยอะไรรัฐบาลจึงควรต้องระมัดระวังเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าด้วย

ชาวบ้านเขาไม่ได้เสียดายน้ำหรอก เพียงแต่ไม่มั่นใจว่ารัฐบาลราดน้ำลงไปดับไฟถูกจุดหรือเปล่าเท่านั้นเอง

จะถูกหรือผิดอย่างไรอีก 2-3 เดือนคงรู้ผล แต่ที่แน่ๆเงินหลายแสนล้านกำลังจะหมุนไปเข้ากระเป๋าชาวบ้านให้ระรื่นชื่นสุขกันราวเดือนเมษายนที่จะถึงโดยมีอนาคตเศรษฐกิจของประเทศเป็นเดิมพัน

แต่ทันทีที่มีการบำเหน็จรางวัลตอบแทนเจ้าบุญนายคุณหลายคนด้วยสารพัดตำแหน่ง แถมรัฐบาลยังหยิบนโยบาย ส.ป.ก.4-01 มาปัดฝุ่นใหม่อีก ชาวบ้านก็ชักรู้สึกหวั่นๆ

เกรงว่ารัฐบาลจะอยู่ไม่ถึงวันได้เห็นผลงานที่สร้างสรรค์เอาไว้

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด