ดัชนีความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นคืนชีพ ผงกหัวขึ้นรอบ 5 เดือนรับรัฐบาล

นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน ธ.ค. 51 จากกลุ่มตัวอย่างประชาชนทั่วประเทศ 2,238 คน พบว่าดัชนีเพิ่มขึ้นเกือบทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือนนับจากเดือน ส.ค. 51 โดยดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมเพิ่มเป็น 67.5 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเกี่ยวกับโอกาสหางานทำเพิ่มเป็น 68.0 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้อนาคตเพิ่มเป็น 88.8

ทั้งนี้ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนธ.ค. 51 เพิ่มเป็น 74.8 ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคตเพิ่มเป็น 75.7 มีเพียงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปัจจุบันเท่านั้นที่ลดลงเหลือ 66.3 สำหรับปัจจัยบวกที่ช่วยให้ความเชื่อมั่นกลับมาดีขึ้น มาจากการคลี่คลายทางการเมือง ที่มีการเปลี่ยนขั้วทางการเมืองและได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ อีกทั้งราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลงเหลือลิตรละ 18-20 บาท นอกจากนี้ยังได้รับผลดีต่อเนื่องจาก 6 มาตร การ 6 เดือนฝ่าวิกฤติฯ และคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายลง 1% จาก 3.75% เหลือ 2.75%

อย่างไรก็ตามความวิตกเกี่ยวกับปัญหาการตกงาน การว่างงาน กลายเป็นเรื่องใหญ่ที่บั่นทอนดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวม หลังจากมีสัญญาณการชะลอตัวและข่าวปลดคนงานเกิดขึ้นต่อเนื่อง รวมทั้งคนส่วนใหญ่ยังกังวลปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจโลก เสถียรภาพการเมือง และปัญหาค่าครองชีพราคาสินค้า

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ประชาชนกลับมีความหวังอีกครั้ง หลังจากเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นเริ่มฟื้นคืน โดยเฉพาะดัชนีการเมืองเพิ่มสูงสุดในรอบ 9 เดือน แต่ภาพรวมยังชี้วัดไม่ได้ว่าความเชื่อมั่นจะอยู่ช่วงขาขึ้น เพราะเป็นการสำรวจก่อนมีนโยบายรัฐบาลออกมา จึงต้องดูดัชนีเดือน ม.ค. 52 ก่อนถึงตัดสินได้ แต่ทิศทางความเชื่อมั่นน่าจะดีขึ้น เพราะคนคาดหวังว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นคืนได้.

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด