กรณ์เฉือนเนื้อหมื่นล.หั่นภาษีกระตุกศก. ธปท.ผวา!จีดีพีปีนี้โต0%-ฉุดตกงานพุ่ง1.4ล้านคน

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า เตรียมนำเสนอมาตรการภาษีเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในวันที่ 20 ม.ค. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นมาตรการสมทบต่อเนื่องจากการจัดทำงบกลางปีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ได้แก่ มาตรการภาษีภาคอสังหาริมทรัพย์ เบื้องต้นจะให้เงินต้นมาหักลดหย่อนภาษี แต่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ซื้อบ้านในปี52 นอกจากนี้ ยังมีมาตรการที่เป็นการปรับลดอัตราภาษีด้านการท่องเที่ยว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้ โดยรัฐบาลจะสูญเสียรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะมีผลต่อการซื้อบ้านในทุกระดับราคา แต่จำกัดสิทธิ์เฉพาะผู้ซื้อบ้านในปี52 เพื่อต้องการให้เกิดธุรกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อให้ผู้ที่กำลังตัดสินใจซื้อบ้านและมีความพร้อมทางการเงินได้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น หวังผลในการเพิ่มการก่อสร้าง และส่งผลต่อการจ้างแรงงานและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง

ส่วนการปรับลดรายได้นิติบุคคลจาก 30% เป็น 25% แม้รัฐบาลจะเห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่จังหวะเวลาในขณะนี้ยังไม่เหมาะสม เนื่องจากมองว่าแม้จะปรับภาษีเงินได้นิติบุคคลในขณะนี้จะยังไม่มีผลให้นักลงทุนเกิดการลงทุนมากขึ้น แต่กลับทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ถึง 6 หมื่นล้านบาทต่อปีโดยเปล่าประโยชน์ รวมถึงการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ก็ยังไม่มีแนวคิดลดลงในช่วงนี้เช่นกัน เนื่องจากไม่มั่นใจว่าการลดแวตจะทำให้ราคาสินค้าลดลง และจะทำให้ประชาชนเพิ่มการใช้จ่ายหรือไม่

สำหรับผลทางอ้อมที่รัฐบาลจะได้รับจากการกระตุ้นเศรษฐกิจคือการจัดเก็บภาษีที่จะมีการเพิ่มสูงขึ้นจากแรงงานที่ไม่ถูกเลิกจ้าง 5 แสนรายโดยผ่านทางภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งมีการประเมินไว้เบื้องต้นที่ 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนมาตรการระยะยาวตามที่ได้หารือกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีนั้นเห็นว่าจะต้องตั้งคณะกรรมการติดตามการลงทุนขึ้นมา 1 ชุด โดยร่วมมือกับกระทรวงคมนาคมเพราะมีโครงการขนาดใหญ่หลายโครงการที่ต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

นายกรณ์กล่าวต่อว่า จากมาตรการต่างๆ ทั้งหมดนี้เชื่อว่าจะสามารถผลักดันให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ทั้งปีขยายตัวได้ที่ 2% และจะส่งผลให้อัตราการเลิกจ้างอยู่ในระดับที่ไม่เลวร้าย หรือเพิ่มจากปกติของอัตราว่างงานเดิมที่ 3 แสนราย ไปอีก 4-5 แสนราย หรือรวมสิ้นปีอัตราว่างงานจะอยู่ที่ 7-8 แสนราย หรือประมาณ 2.25% ของกำลังแรงงาน

นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ประเมินสถานการณ์การว่างงานกับจีดีพี เบื้องต้นพบว่า กรณีเลวร้าย หากเศรษฐกิจไทยปีนี้โต 0% จะมีผู้ว่างงาน 1.4 ล้านคน รวมทั้งบัณฑิตจบใหม่และแรงงานภาคเกษตรที่พ้นฤดูการเก็บเกี่ยว คิดเป็นอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.7% กรณีที่ดีที่สุด เศรษฐกิจโต 2% ผู้ว่างงาน 1.1 ล้านคน อัตราการว่างงาน 2.9% ซึ่งการว่างงานปีนี้มีแนวโน้มรุนแรงกว่าปี51 เนื่องจากเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้น้อย ส่วนการที่รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้เศรษฐกิจโต 2.5% และมีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ช่วยเหลือผู้ว่างงาน ก็น่าที่จะช่วยดูแลผู้ว่างงาน 1 ล้านคนได้

(กรอบบ่าย)

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด