ธาริตยันไม่ฝากขัง อภิสิทธิ์-สุเทพวาง 4ข้อห้าม

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แถลงผลการประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาคำร้องของญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเมษายน - พฤษภาคม ปี 2553 ที่คัดค้านการปล่อยชั่วคราว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมมีมติไม่นำตัวนายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ ไปขออำนาจศาลออกหมายขัง เนื่องจากบุคคลทั้ง 2 เป็นอดีตข้าราชการการเมืองระดับสูง และเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปัจจุบัน รวมไปถึงบุคคลทั้ง 2 ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี และยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่อเหตุประการอื่น จึงใช้ดุลยพินิจไม่ขออำนาจศาลฝากขัง แต่ขอกำหนดข้อตกลงร่วมกับทั้ง 2 คน ใน 4 ข้อ คือ 1.จะไม่มีพฤติการณ์หลบหนี โดยหากจะออกนอกประเทศ ต้องขออนุญาตพนักงานสอบสวนก่อน 2.จะไม่ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี 3.จะไม่ก่ออันตรายประการอื่นอีก และ 4.จะไม่กระทำการใดๆ อันเป็นการกระทบ หรือขัดขวางการดำเนินคดี ทั้งนี้นายอภิสิทธิ และนายสุเทพ จะเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนาเล็งเห็นผล ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ เวลา 13.00 น.ขณะที่เวลา 16.00 น. วันนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล 2 จะได้มีการประชุมร่วมกันกับดีเอสไอ เพื่อเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัย ในวันที่ 13 ธันวาคมด้วย นปช. ร้อง DSI ค้านปล่อยตัว'อภิสิทธิ์-สุเทพ'ทนายความ นปช. พร้อมญาติของผู้เสียชีวิต จากการสลายการชุมนุม ปี 2553 เดินทางเข้าพบ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านการปล่อยชั่วคราว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่สั่งการให้ทหารออกมาสลายการชุมนุม จนเป็นเหตุให้ผู้ชุมนุมเสียชีวิตด้าน นายธาริต กล่าวว่า จะรับคำร้องไว้ และนำเข้าที่ประชุมคณะพนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาทันที โดยเบื้องต้น มี 2 แนวทาง คือ ใช้อำนาจตามกฎหมาย ตาม ป.วิอาญา มาตรา 134 นำตัวทั้ง 2 ไปขออำนาจศาลออกหมายขัง หรือใช้ดุลพินิจให้ปล่อยตัวในชั้นพนักงานสอบสวน แต่กำหนดเงื่อนไขให้สอดคล้องกับกฎหมาย ห้ามยุ่งเกี่ยวพยานหลักฐาน ห้ามพฤติกรรมหลบหนี ไม่ก่อเหตุประการอื่น และไม่ขัดขวาง หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำคดี ส่วนผลการพิจารณาจะออกมาเป็นอย่างไร ขอเป็นดุลยพินิจ และอำนาจของพนักงานสอบสวน พร้อมยืนยัน จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ราเมศยัน13ธค.อภิสิทธิ์-สุเทพไปDSIรับข้อกล่าวหานายราเมศ รัตนเชวง ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันที่ 13 ธ.ค. เวลาประมาณ 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง จะไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ DSI อย่างแน่นอน และไม่มีความหนักใจ เพราะคดีนี้ เป็นคดีทางการเมือง แต่อยากให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา อีกทั้ง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้มาพูดคุยกับตนเองแล้วว่า นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองในระดับสูง ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี จึงไม่จำเป็นต้องไปฝากขังที่ศาล และสามารถปล่อยตัวได้ทันที แต่หากกลุ่มคนเสื้อแดงไปกดดัน นายธาริต ก็พร้อมสู้อย่างเต็มที่ และไม่รู้สึกกังวล ส่วนเรื่องการให้ประกันตัว หรือไม่ให้ประกันนั้น คงไม่เหนือความคาดหมาย ตลอดจนคิดว่า อาจจะมีการสร้างความยุ่งยากให้ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ อย่างไม่จบสิ้น เพราะมีความชัดเจนในการตั้งธง ที่ไม่ยอมรวมคดีให้เป็นเรื่องเดียวกันหมด ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้กลุ่มคนที่จะมาให้กำลังใจ นายอภิสิทธิ์ และ นายสุเทพ ไม่ต้องออกมาในวันดังกล่าว เพราะอาจทำให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบริเวณดังกล่าว อาจได้รับความเดือดร้อน และเจ้าหน้าที่ DSI อาจปฏิบัติงานไม่สะดวก ส่วนคนเสื้อแดง ก็ไม่ควรออกมา และควรทำตามที่แกนนำ นปช. บอก "ธาริต" พร้อมรับ "อภิสิทธิ์-สุเทพ" ยัน คดีอีกยาวไกลนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เปิดเผยกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่า ในวันที่ 13 ธันวาคมนี้ ทางดีเอสไอ พร้อมที่จะต้อนรับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ที่จะเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ในคดีร่วมกันสั่งการให้เกิดการเสียชีวิต ในช่วงการกระชับพื้นที่ เดือนพฤษภาคม 2553 ซึ่งคดีดังกล่าว ยืนยันอีกครั้งว่า ทาง ดีเอสไอ ทำตามหน้าที่ และไม่ธงในการสั่งคดีแต่อย่างใด ส่วนในสาระของคดีนั้น ถือว่ามีหลายคดี ต่างกรรมต่างวาระมาก ซึ่งหากว่าจะรวมคดีเป็นอันเดียว ก็สามารถทำได้ แต่ต้องอยู่ในดุลพินิจของศาล ว่าจะอนุญาตให้รวมคดีได้หรือไม่ และจำเลย หรือผู้ถูกกล่าวหาในอนาคตนี้ สามารถร้องขอต่อศาลได้ และคดีนี้ ยังต้องใช้เวลาดำเนินการอีกนาน กว่าจะได้ขอสรุป
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)