กวนเพลงให้น้ำใส - ฟัง ซิมพลีเร็ด ก่อนเจอตัวจริง

ว่ากันว่า ปี 2009 จะเป็นการทัวร์ครั้งสุดท้ายของ ซิมพลีเร็ด (Simply Red) หลังจากอยู่ในวงการมานานกว่า 25 ปี

// //

ดังนั้น คอนเสิร์ตของเขาในเมืองไทยที่กำหนดจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี จึงไม่น่าพลาด หากคุณเป็นแฟนเพลงคนหนึ่ง

ที่ผ่านมา ซิมพลีเร็ด หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า มิค ฮัคนอลล์ (Mick Hucknall) เป็นที่รู้จักมักคุ้นในหมู่คนฟังเพลงสากลพอสมควร โดยเฉพาะในยุคสมัยที่รายการวิทยุบ้านเรามีความแตกต่างในเชิงสาระบันเทิงมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ซิมพลีเร็ด เป็นศิลปินป๊อปอังกฤษที่นำเสนอแนวทางการผสมผสานแจ๊ส, ริธึ่มแอนด์บลูส์, โซล และบลูส์ เข้าไว้ด้วยกันอย่างพอเหมาะ เขาจึงยืนหยัดเหนือกาลเวลามาได้ถึงเวลานี้

ในฐานะนักร้อง เขาได้รับการยกย่องว่าเข้าถึงอารมณ์เพลงได้ดีที่สุดคนหนึ่ง ด้วยศิลปะเฉพาะบุคคล ทำให้เรารู้สึกว่าสิ่งที่ถ่ายทอดออกมานั้น เป็น สิ่งจริงแท้ และด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวลแต่ทรงพลังของเขา สามารถสั่นไหวความรู้สึกของเราทุกครั้งที่ได้ฟัง

นอกจากเพลงแต่งใหม่ที่มีอยู่กว่า 10 อัลบั้มในรอบ 2 ทศวรรษบนถนนสายดนตรีแล้ว เรารู้จักเพลงเก่าๆ ผ่านเวอร์ชั่นใหม่จากการนำเสนอของ ซิมพลีเร็ด พอสมควร ตัวอย่างชั้นดีในเรื่องนี้ เห็นจะหนีไม่พ้น If You Dont Know Me By Now จากเวอร์ชั่นเดิมของ แฮโรลด์ เมลวิน แอนด์ เดอะ บลูโน้ตส์ ที่แฟนเพลงสากลบ้านเราผ่านหูกันมาโดยทั่วหน้า

และเมื่อปีที่แล้ว ซิมพลีเร็ด ในนาม มิค ฮัคนอลล์ ได้ทำงานเดี่ยวออกมา ในชุด Hucknall : Tribute to Bobby ซึ่งเป็นการหยิบเอาเพลงระดับคลาสสิก 12 เพลงของ บ๊อบบี บลู แบลนด์ มาถ่ายทอดด้วยความคารวะและศรัทธาในตัวตนทางดนตรีของศิลปินอาวุโสผู้นี้ ซึ่งเป็นเสมือนต้นธารแห่งแรงบันดาลใจของเขา

มิค เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขามีโอกาสได้ฟังงานของ บ๊อบบี้ แบลนด์ เป็นครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 19 ปี ในไนต์คลับชื่อ เอริคส์ ของเมืองลิเวอร์พูล ด้วยเพลง Farther On Up the Road ของบ๊อบบี เขาก็ค้นพบความงามของเสียงดนตรีอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแหวกกระแสดนตรีพังก์ในเวลานั้นได้อย่างเหลือเชื่อ

ผมฟังบลูส์มาตั้งแต่อายุ 13-14 แต่ บ๊อบบี้ ไปไกลกว่านั้น เขามิได้จำกัดตัวเองแค่บลูส์ และนั่นทำให้ผมเรียนรู้อะไรมากทีเดียว

ในที่สุด ฝันของ มิค ในการทำอัลบั้มนี้ก็กลายเป็นจริง เมื่อมีการนำ 12 เพลงฮิตมาปัดฝุ่นใหม่ ปรับแต่งแนวเสียงประสานให้สอดคล้องกับบุคลิกภาพของ มิค จนวันหนึ่ง มิค ตัดสินใจบินข้ามแอตแลนติคไปหา บ๊อบบี แบลนด์ เพื่อพบปะกันแบบตัวต่อตัว

ที่นั่น บ๊อบบี้ ที่มีอาวุโสมากกว่า 30 ปี ชื่นชม มิค ด้วยใจจริง เขายอมรับในการปรับแต่งเพลงใหม่ ด้วยแนวทางของมิค หลังจากกำแพงขวางกั้นถูกทำลายลง การสนทนาที่ออกรสชาติก็เริ่มขึ้น

การเอื้อนวลี (Phrasing) ของคุณดีทีเดียว ถึงไม่ใช่เฟรสซิงเดียวกันกับของฉัน คุณต้องทำงานที่ฝืนทนจริงๆ บ๊อบบี้ แบลนด์ กล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ

ด้านหนึ่งนั้น มิคเห็นว่า แม้ทั้งคู่จะมีความแตกต่างในด้านผิวพรรณ แต่ต่างมีประสบการณ์ยากลำบากคล้ายคลึงกัน กล่าวคือเติบโตมาบนความทุกข์ยาก โดย บ๊อบบี เกิดและเติบโตในหัวเมืองทางใต้ของสหรัฐอเมริกา ณ พื้นที่ล้าหลังซึ่ง (บางแห่ง) มีการใช้กฎหมาย จิม โครว์ แบ่งแยก-เหยียดสีผิวจนถึงกลางยุคฟิฟธ์ตีส์กว่าจะยกเลิก ส่วน มิค เติบโตในครอบครัวชนชั้นกรรมาชีพที่มีชีวิตอัตคัดฝืดเคืองทางตอนเหนือของอังกฤษ

นอกจาก Hucknall : Tribute to Bobby แล้ว ปลายปีที่ผ่านมา ซิมพลีเร็ด เพิ่งออกอัลบั้ม The Greatest Hit''s 25 นัยว่าเพื่อให้สอดรับกับการทัวร์เพลงฮิตของเขา เช่นเดียวกันกับในบ้านเราที่คาดว่า แฟนเพลงน่าจะได้ฟังเพลงฮิต อย่าง Stars ; Holding Back The Years ; Ev''ry Time We Say Goodbye ; You Make Me Feel Brand New ; Money''s Too Tight To Mention และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง If You Don''t Know Me By Now

การหยิบอัลบั้มทั้งใหม่และเก่าของ ซิมพลีเร็ด หรือ มิค ฮัคนอลล์ มาฟังในช่วงเวลานี้ จึงเป็นการเตรียมตัวที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ก่อนคอนเสิร์ตของศิลปินตัวจริงเสียงจริงจะเริ่มขึ้น ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

อนันต์ ลือประดิษฐ์

ภูมิใจไทย:ก้าวสำคัญของเนวิน

การเมืองแบบไทยๆ อะไรๆ ย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ ฟัดกันแทบจะตายกันไปข้าง วันหนึ่งก็อ้าขาผวาปีกเข้าหากันได้อย่างไม่เคอะเขิน

ติดตามSanook! News

ข่าวด่วน เกาะกระแสข่าวดัง บน Facebook คลิกที่นี่ และร่วมเป็นแฟนเพจเราบน Facebook.. ได้ที่นี่เลย!!