ศาลให้ประกัน นักเรียนใช้เก้าอี้ฟาดหน้าป้า พบประวัติเคยแทงคู่อริมาก่อน

ศาลให้ประกัน นักเรียนใช้เก้าอี้ฟาดหน้าป้า พบประวัติเคยแทงคู่อริมาก่อน

ศาลให้ประกัน นักเรียนใช้เก้าอี้ฟาดหน้าป้า พบประวัติเคยแทงคู่อริมาก่อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ศาลให้ประกันตัวชั่วคราวนักเรียนใช้เก้าอี้ฟาดหน้าป้า ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง พบเคยใช้มีดแทงคอเพื่อนนักเรียนที่ห้างมาบุญครอง

(26 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า คดีที่นายเอ ( นามสมมุติ) อายุ 17 ปี ผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายนางสมจิตร ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปทุมวัน ได้นำตัวนายเอ ส่งศาลเพื่อไต่สวน โดยศาลพิจารณาแล้วเห็นสมควรอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว ตีราคาประกัน 5,000 บาท ซึ่งญาติได้รับตัวเยาวชนกลับไป ทั้งนี้ศาลได้กำหนดนัดให้นายเอ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลในวันที่ 29 ส.ค.นี้ เวลา 10.00 น.

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลังของนายเอ ทราบว่าเคยก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงเด็กนักเรียนต่างโรงเรียน จนได้รับบาดเจ็บมาแล้วเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. โดยผู้ปกครองของนายกอล์ฟ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งย่านเทเวศน์ ได้เข้าแจ้งความกับสน.ปทุมวันว่า ลูกชายถูกนายเอ ใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่ลำคอขณะที่กำลังเดินเล่นกับกลุ่มเพื่อนในห้างมาบุญครอง

ผู้สื่อข่าวจึงโทรศัพท์ไปสอบถามบิดาของนายกอล์ฟ ก็ได้รับการชี้แจงว่า ในวันเกิดเหตุลูกชายพร้อมเพื่อนอีก 4 คน ได้เดินซื้อของอยู่ในห้างมาบุญครอง ระหว่างที่ขึ้นบันไดเลื่อนไปยังชั้น4  ได้พบนายเอซึ่งมากับเพื่อนอีกคน และทั้งสองฝ่ายเกิดมีปากเสียงกันก่อนแยกย้ายกันไป จากนั้นก็สังเกตเห็นว่านายเอ เดินตามมาพร้อมกับอาวุธมีด ก่อนจะเดินตรงเข้ามาเอามีดแทงที่คอลูกชายตนจนล้มลงไปนอนกับพื้น โดยเจ้าหน้าที่ รปภ.ได้เข้าให้ความช่วยเหลือ และโทรเรียกรถพยาบาลมารับไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬา

ผู้ปกครองของนายกอล์ฟ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นก็มีการโพสต์คลิปการทำร้ายร่างกายแม่บ้านทางอินเตอร์เน็ต เพื่อนของลูกชายซึ่งจำหน้านักเรียน ม.6 ผู้ก่อเหตุได้ จึงโทรมาบอกตนว่าเป็นคนเดียวกับที่ทำร้่ายลูกชาย ตนจึงประสานไปยังฝ่ายคู่กรณีให้ผู้ปกครองพาตัวนายเอ มาไกล่เกลี่ยกัน โดยฝ่ายคู่กรณีก็ยินยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลกับค่าทำขวัญให้ลูกชายตน ซึ่งตนก็ไม่อยากเอาเรื่องเนื่องจากเห็นคู่กรณีเรียนอยู่ชั้น ม.6 กำลังจะจบการศึกษาแล้ว และขณะนี้อาการของลูกชายตนก็หายเป็นปกติ ส่วนเรื่องของคดีความนั้นก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจไป

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล