เบอร์แทรมเทงบ 60 ล้านย้ำผู้นำ ขยายฐานคนรุ่นใหม่ คาดโต 20%

เบอร์แทรม เทงบ 60 ล้านบาท รักษาส่วนแบ่งตลาด พร้อมเดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้แบรนด์ เพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ ขยายฐานกลุ่มคนรุ่นใหม่ ปีหน้าคาดผลประกอบการโตไม่น้อยกว่า 20 % ส่วนผลประกอบการปลายปีอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท

นางสุวรรณา อัครพงศ์พิศักดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เบอร์แทรมเคมิคอล (1982)จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายยาหม่องน้ำเซียงเพียวอิ๊ว และผลิตภัณฑ์ยาดมและยาหม่องเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ และยาดมสมุนไพรกานพลู เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทเตรียมวางงบทางการตลาดไว้ประมาณ 60 ล้านบาท โดยแผนการดำเนินงานในปี 2552 จะเน้นทำตลาดภายในประเทศ ที่จะเน้นขยายตลาดเข้าสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่ พร้อมออกสินค้าใหม่ ภายใต้แบรนด์ เพพเพอร์มินท์ ฟิลด์มากยิ่งขึ้น เดินหน้ากิจกรรมการตลาดเพื่อให้ผู้บริโภคได้เกิดการทดลองใช้ และสัมผัสผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งยังสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการทำดีไม่มีมึน

จากทิศทางที่ดีของเพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ ในปีที่ผ่านมา บริษัทได้สร้างทีมขึ้นมา เพื่อดูแลแบรนด์นี้โดยเฉพาะ เนื่องจากมองเห็นทิศทางและแนวโน้มตลาดที่ได้รับการตอบรับมากยิ่งขึ้นจากปัจจุบันสัดส่วนยอดขาย 400 ล้านบาท แบ่งเป็น เซียงเพียวอิ๊ว 80 % เพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ 15 % และอื่นๆอีก 5% ตั้งเป้าในอนาคตจะสามารถผลักดันแบรนด์ เพพเพอร์มินท์ ฟิลด์ ขยับขึ้นมาเป็น 50 % ของยอดรายได้ได้ นางสุวรรณากล่าว

ส่วนแผนการตลาดนอกประเทศ นอกจากจะเน้นรักษาฐานลูกค้าที่ได้บุกเบิกไว้ใน 10 ประเทศก่อนหน้านี้ อาทิ กัมพูชา ลาว ฮ่องกง เวียดนาม มาเลเซีย อังกฤษ และเยอรมนี เป็นต้น ปีหน้าจะเน้นขยายตลาดเพิ่มขึ้นใน 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา ฟิลิปปินส์ และโคลัมเบีย เนื่องจากมองเห็นศักยภาพ แนวโน้มการเติบโตและมูลค่าการตลาดที่มีโอกาสอีกมาก ทั้งนี้ จากสถานการณ์การเมืองและวิกฤติเศรษฐกิจโลกที่เกิดขึ้น บริษัทมิได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ยาดม และยาหม่อง เป็นสินค้าจำเป็นไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความภักดีต่อแบรนด์สูง ผนวกกับก่อนหน้านี้ บริษัทได้เน้นการบริหารงานอย่างรอบคอบและระมัดระวัง ด้วยการควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยง เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง

อย่างไรก็ตาม สำหรับปี 2552 จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ปีหน้าตั้งเป้าจะมียอดรายได้เติบโตเพิ่มขึ้น 20 % ส่วนผลประกอบการปี 2551 มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท จากกลยุทธ์ดังกล่าวข้างต้นมั่นใจว่าปี 2552 บริษัทจะยังคงสามารถครองความเป็นผู้นำตลาด ด้วยส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับหนึ่งไว้ได้เช่นเคย

นางสุวรรณากล่าวในตอนท้าย

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด