เอสคิวชี้ทิศตลาดปี52 สินค้าเพื่อสุขภาพโตต่อ

เอสคิว มองปี 2552 สินค้าเพื่อสุขภาพยังโตเฉลี่ย 30% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา พร้อมทุ่มงบ 20% ของยอดขาย ลอนช์สินค้าใหม่ 3-5 รุ่น และอัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย ชี้แบรนด์เล็กจะปิดกิจการลง เนื่องจากทนพิษเศรษฐกิจไม่ไหว ตั้งเป้ารักษายอดขายปีนี้ที่ 100 ล้านบาท

นายบุญฤทธิ์ ฉันสุวรรณ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอสคิว จำกัด หรือในชื่อเดิม แสงชัย แอร์ ควอลิตี้ ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายเครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์แบรนด์ ฮันนี่เวลล์ เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อสุขภาพจะมีอัตราการเติบโตท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซา เนื่องจากผู้บริโภคห่วงใยในเรื่องของสุขภาพ และอนามัยมากขึ้น โดยอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 30%

สำหรับบริษัทจะทำการลอนช์สินค้าใหม่ประมาณ 3-5 รุ่น ชูจุดขายในเรื่องของคุณภาพ และการออกแบบที่สวยงาม เพื่อรองรับปริมาณความต้องการดังกล่าว พร้อมทำตลาดผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขายที่ไม่ผ่านสื่อหลัก ภายใต้งบการตลาดประมาณ 20% ของยอดขาย

ในส่วนของสินค้าคู่แข่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มาจากประเทศจีน จับกลุ่มผู้บริโภคระดับล่าง ราคาจำหน่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 10,000 บาท แตกต่างจากบริษัทซึ่งจับกลุ่มกลางถึงบน โดยราคาจำหน่ายประมาณ 7,000-30,000 บาท อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ไฟท์ติ้ง โมเดลตั้งแต่ช่วงต้นปี 2551 เพื่อรองรับตลาดล่างเช่นกัน โดยมองว่าในปีนี้แบรนด์เล็กจะต้องปิดกิจการลง เนื่องจากไม่สามารถรับมือกับภาวะเศรษฐกิจได้

ด้านแนวทางการดำเนินธุรกิจในปี 2552 บริษัทให้ความสำคัญในเรื่องของการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด และยอดขาย โดยกลุ่มเป้าหมายของบริษัทเป็นผู้บริโภคระดับ B+ ขึ้นไป ซึ่งมีกำลังซื้ออยู่แต่ยังคงชะลอไว้ อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดการณ์ว่าภาวะทางการเมืองที่เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีจะส่งผลให้กำลังซื้อกลับมาดีขึ้นในช่วงต้นไตรมาส2

ทั้งนี้ บริษัทจะโฟกัสในเรื่องของระบบการทำงานภายในองค์กรมากขึ้น โดยเน้นในเรื่องของการทำงานของพนักงาน หรือกลยุทธ์ Cross Functional Management (CFM) คือการที่พนักงานสามารถทำงานทดแทนหน้าที่กันได้ อาทิ ทีมขายต้องเข้าใจ และทำงานการตลาดได้ และทีมการตลาดจะต้องทำหน้าที่ในการขายของเป็น นอกจากนี้จะต้องทำการปรับยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์เพื่อรองรับสภาพตลาดในปัจจุบัน โดยการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น พร้อมใช้ประโยชน์กับพนักงานที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

บริษัทมั่นใจว่ากิจกรรมส่งเสริมการขาย และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้บริษัทรักษายอดขายไว้ที่ 100 ล้านบาทเทียบเท่ากับปีก่อน โดยสัดส่วนการขายผลิตภัณฑ์เครื่องฟอกอากาศ และพัดลมดีไซน์ของบริษัทอยู่ที่ 70:30 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 60:40 โดยขณะนี้บริษัทเป็นผู้นำตลาดเครื่องฟอกอากาศด้วยส่วนแบ่งทั้งสิ้น 70% จากมูลค่าตลาดรวมกว่า 500 ล้านบาท โดยกว่า 60% เป็นส่วนแบ่งในตลาดพรีเมียม นายบุญฤทธิ์ กล่าว

เรื่องล่าสุดของหมวด เศรษฐกิจ

ดูหมวด เศรษฐกิจ ทั้งหมด