นายกฯขอบคุณพธม.เปิดถนนปัดถ่วงแก้ชายแดน

นายกฯขอบคุณพธม.เปิดถนนปัดถ่วงแก้ชายแดน
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนได้รับทราบเกี่ยวกับคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอคืนพื้นที่การจราจร หน้ากระทรวงศึกษาธิการ จากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ แล้ว ซึ่งสถานการณ์ขณะนี้ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ขณะที่ ตนก็ขอขอบคุณกลุ่มพันธมิตรฯ ที่ยอมเปิดถนนให้ประชาชนได้ใช้สัญจร อย่างไรก็ตาม หวังว่า จะมีการเปิดอย่างถาวรด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า บริเวณถนนพิษณุโลก ซึ่งเป็นพื้นที่การชุมนุมของกลุ่มคนไทยหัวใจรักชาตินั้น ก็เป็นเป้าหมายหนึ่ง ที่จะมีการดำเนินการด้วย


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดพื้นที่ ให้กับผู้สังเกตการณ์ชาวอินโดนีเซีย ที่จะเดินทางมา เพื่อลงพื้นที่พิพาท บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งตนยืนยันว่า ควรใช้กลไกในระดับทวิภาคี ก่อนซึ่งหากการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC ในวันที่ 7-8 มี.ค. ยังไม่ได้ข้อสรุป เกี่ยวกับปัญหาดังกล่าวนั้น ตนเห็นว่า ยังมีการเจรจาในระดับคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาคไทย-กัมพูชา หรือ RBC และระดับคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา หรือ GBC

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไทยไม่มีเจตนาถ่วงเวลาแก้ไขปัญหาชายแดน แต่จะเร่งรัดให้มีข้อยุติโดยเร็ว พร้อมกันนี้นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทางการกัมพูชา ยังไม่มีปฏิกิริยาใด ภายหลังที่ผู้แทนจากองค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก เข้าพบเมื่อวานนี้


นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึง กรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พร้อมขอเวลาอภิปราย 4-5 วัน ว่า จะต้องดูตามความเป็นจริง เนื่องจากยังไม่เห็นญัตติ ซึ่งจะเป็นการยื่นถอดถอนก่อน ส่วนจะอภิปรายได้เมื่อใด ก็จะต้องพูดคุยกับ นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้ราษฎรพร้อมคณะรัฐมนตรี ก่อน โดยจากการหารือกับคณะรัฐมนตรีนั้น เห็นว่า สามารถทำได้เร็ว ขณะที่รัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปราย ก็ต้องช่วยเหลือตัวเอง พร้อมในการชี้แจง และรับผิดชอบ เพราะการทำงาน ก็ต้องรู้ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง ขณะที่การอภิปรายจะเป็นการขยายต่อความขัดแย้ง ในสังคมอีกครั้งหรือไม่นั้น มองว่า หากยังอยู่ในกรอบกฎหมาย ฝ่ายค้านก็มีสิทธิ์ในการอภิปราย โดยรัฐบาลพร้อมจะชี้แจง แต่ประชาชนคาดหวัง จะฟังการอภิปรายเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ ฝ่ายค้านก็ต้องรับผิดชอบต่อสังคม ในกลุ่มที่เสนอด้วย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า หลังจากมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นเงื่อนไข 1 ที่จะนำไปสู่การประกาศยุบสภาได้ อย่างไรก็ตาม กรณีที่จะลงพื้นที่ต่างๆ แต่ยังมีกลุ่มต่อต้านอยู่นั้น ตนได้มีการตรวจสอบว่า เป็นเจตนาขัดขวางการทำงานหรือการหาเสียงหรือไม่ ซึ่งหากนำไปถึงผู้ใด ก็ต้องดำเนินการ รวมถึงจะให้คณะกรรมการเลือกตั้ง หรือ กกต. เข้าดู ว่าเป็นการดำเนินการของพรรคการเมือง หรือถูกขัดขวางจากพรรคการเมือง