นายกฯหาเรือช่วยไทยในลิเบียแล้วรอจังหวะ

นายกฯหาเรือช่วยไทยในลิเบียแล้วรอจังหวะ
INN News

สนับสนุนเนื้อหา

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมเรือเพื่อช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศลิเบีย จำนวนกว่าหมื่นคนแล้ว แต่การตัดสินใจให้เดินทางมาขึ้นเรือนั้น ต้องดูสถานการณ์เนื่องจากหากมาขึ้นเรือในขณะที่สถานการณ์มีความรุนแรง ก็จะมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับอันตราย และขณะนี้ แรงงานส่วนใหญ่ก็ยังคงอยู่ในที่หลบภัย ดังนั้นจึงต้องรอจังหวะช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยในช่วงสายของวันนี้ กระทรวงการต่างประเทศจะมีการแถลงมาตรการช่วยเหลือคนไทยในลิเบีย

อย่างไรก็ตามคาดว่า เหตุความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในประเทศลิเบีย จะไม่กระทบกับปริมาณการผลิตน้ำมัน เพราะในประเทศอื่นๆ ก็สามารถผลิตได้ แต่คงกระทบในแง่ของจิตวิทยา ที่จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น ทั้งนี้ การสรุป
ราคาน้ำมันดีเซลไม่เกินลิตรละ 30 บาท จนถึงปลายเดือนเมษายน นี้ จะทำให้เงินในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงเหลือ 8,000 - 9,000 ล้านบาท ส่วนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำอีกครั้งหรือไม่นั้น จะต้องพิจารณาในเรื่องของราคาสินค้าและเงินเฟ้อ โดยตัวเลขเงินเฟ้อในเดือนมกราคม ยังไม่สูงมากนัก ขณะที่ราคาสินค้า หากมีปัจจัยเฉพาะก็สามารถเข้าไปแทรกแซงได้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงผ่านรายการสนทนาทางวิทยุรัฐสภา ถึงผลการดำเนินงาน ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่
30 ธ.ค.2551-2552 โดยยืนยัน ผลงานในปี 2552 รัฐบาล สามารถเข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจให้กระเตื้องขึ้น ด้วยนโยบายคิดช่วยชาติ รวมถึง การจัดสวัสดิการให้กับประชาชน ต่อเนื่องมาถึงการนำนโยบายดังกล่าว มาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วม ในปี 2553 ขณะที่ ปัญหาสินค้าราคาแพงและน้ำมันปาล์มขาดแคลนนั้น นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่า 2-3 วันนี้ จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่ การแสวงหาผลประโยชน์ เกี่ยวกับปาล์มน้ำมันนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะดำเนินการสะสางทั้งหมด ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยันที่จะเดินหน้าทำงานเต็มที่ ไม่ว่าจะมีการยุบสภาเมื่อใด ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดวันชัดเจนของวันยุบสภาได้ เพราะต้องรอให้รัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ และคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. แก้ไขระเบียบการเลือกตั้งก่อน ซึ่งหากมีความชัดเจน ก็จะสามารถให้คำตอบถึงวันเวลาที่จะยุบสภาได้ แต่ส่วนตัวนั้นยอมรับว่าเคยตั้งใจไว้ว่า จะยุบสภาภายในกลางปีนี้

ขณะที่ ผลกระทบของคนไทยจากเหตุแผ่นดินไหวที่ประเทศนิวซีแลนด์ นั้น นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า รู้สึกเป็นห่วงและจะมีการติดตามช่วยเหลือ อย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้ยังมีอีก 6 คนไทย ที่ค้นหาไม่พบ