
หัวเรื่องอาจจะทะแม่งๆ สักหน่อยครับ แต่เชื่อไหมครับว่า ในยุคของเทปคาสเสตต์ และยุคที่นักเรียนที่จบการศึกษาต้องจากลากัน แล้วมีประเพณีเขียน Friendship แลกกันเมื่อสัก 30 ปีย้อนขึ้นไปในอดีต การเขียนเนื้อเพลงที่ตัวเองชอบ หรือเนื้อเพลงที่มีเนื้อหารักหวานเคลือบน้ำตาลให้กับเพื่อนที่แอบชอบเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
ยุคของเทปก็เช่นกัน หลายคนลงทุนอัดเพลงรักเพลงที่ตัวเองคิดว่าไพเราะ มีเนื้อหาโดนใจผู้รับมากที่สุดเพื่อส่งให้คนพิเศษของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าร้อยทั้งร้อย ชายอัดเทปส่งให้หญิง เพราะในอดีต ฝ่ายหญิงสำรวม มีกิริยามารยาทสมเป็นกุลสตรี ไม่แสดงออกทางรักๆ ใคร่ๆ กับฝ่ายชายง่ายๆ จนออกนอกหน้า
บทความต่อไปนี้น่าจะช่วยเคาะสนิมในห้วงความหลังของบางคนได้ว่า ครั้งหนึ่ง เราชอบ หรือแอบชอบใคร เอาจะบรรณาการเธอด้วยเพลงที่เราชอบ หรือเพลงที่เราคิดว่าสื่อความรู้สึกของเราได้ดีที่สุดครับ ผมก็เคยทำ หลายครั้งด้วย เพราะบางครั้งส่งไปให้ฝ่ายหญิงแล้ว ทุกอย่างเงียบกริบ จนต้องส่งใหม่จนกว่าเธอจะแสดงออกว่ายอมรับหรือปฏิเสธ เอาละ มาเริ่มกันเลย
ด้วยเสียงหล่อระดับเทพ กับเนื้อหาชวนเคลิ้ม นุ่มนวล สามารถเป็นตัวแทนบอกความในใจของหนุ่มๆ ได้เลย แต่งในปี 1958 ตัดเป็นซิงเกิล และขึ้นอันดับ 2 ในอเมริกาปี 1959 ซึ่งเป็นปีที่เขามีเพลงฮิตติดท็อป 5 ถึง 3 เพลง ปัจจุบันเป็นเพลง Oldies ระดับขึ้นหิ้งไปแล้ว ที่แม้มาเปิดในยุคนี้ คนรุ่นหลังก็ต้องคุ้นหูกันบ้าง
เป็นเพลงที่นำทำนองเพลงรักเก่าแก่ของฝรั่งเศสมาดัดแปลง บันทึกอย่างในอัลบัม Blue Hawaii (1961) เป็นเพลงที่ฮิตมากในบ้านเรายุคนั้น ภายหลังมีศิลปินหลายรายนำเพลงนี้มาร้องคัฟเวอร์ ทำให้เพลงนี้ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของคนฟังเพลงเลย
ถูกแต่งเป็นเพลงธีมของภาพยนตร์เล็กๆ เรื่อง Unchained (1955) และกลายเป็นเพลงที่คนรู้จักมากที่สุดเพลงหนึ่งแห่งยุค ด้วยท่วงทำนองอ้อยสร้อย ไพเราะจับใจ The Righteous Brothers นำมาร้องในปี 1965 บ้านเรารู้จักในยุค '90s จากภาพยนตร์เรื่อง Ghost ปัจจุบันมีผู้นำไปร้องมากกว่า 600 ศิลปินทั่วโลก
ซิงเกิลจากอัลบัมชื่อเดียวกันของ Louis Armstrong ออกปี 1967 แต่ฮิตไม่เลิก เพราะถูกนำไปใช้ในภาพยนต์จอเงินและในโฆษณาในบ้านเราด้วย เสียงขยี้ฟองเบียร์ของ Louis กับท่วงทำนองเยือกเย็น เนิบนาบ ช่างกินใจเหลือเกิน อารมณ์เพลงก็ประมาณได้เห็นเธอแล้ว โลกนี้ช่างน่าพิสมัยเสียจริง
ซิงเกิลจากวงดนตรีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก รวมทั้งเป็นอิทธิพลให้กับวงดนตรีรุ่นน้องไปจนถึงรุ่นหลาน เป็นเพลงชื่อเดียวกับอัลบัมที่ออกในปี 1970 ของพวกเขา แต่งและร้องนำโดย Paul McCartney ที่สมบูรณ์แบบและไพเราะจนเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก
เป็นเพลงฝึกกีตาร์โปร่งของวัยรุ่นยุคนั้น แต่งโดย Carole King เพื่อนสนิทของ James ที่เธอร้องไว้ในอัลบัม Tapestry ปี1971 แล้ว James ร้องในอัลบัม Mud Slide Slim and the Blue Horizon และตัดเป็นซิงเกิลในปีเดียวกัน ติดอันดับ 4 ในอเมริกาและฮิตมากในบ้านเรา ทั้งด้วยความไพเราะและเนื้อหา
วงดนตรีที่คนไทยชอบมากเป็นพิเศษ ด้วยเพลงที่เล่นด้วยกีตาร์โปร่งเป็นหลัก เสียงร้องนุ่มนวล อบอุ่นของ David Gates เล่นเอาเคลิ้มได้ง่ายๆ เป็นซิงเกิลที่ขึ้นอันดับ 5 ในอเมริกาปี 1972 เพลงอย่าง "Diary", "Make It With You", "Aubrey" ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของแฟนเพลงบ้านเรา
นักร้อง/นักแต่งเพลงชาวอเมริกันที่โด่งดังและมีแฟนเพลงในบ้านเรามากที่สุดคนหนึ่ง เพลงของเขาเล่นด้วยกีตาร์โปร่งเป็นหลัก จึงมีคนหัดเล่นเพลงของเขามาก เพลงนี้ฮิตในปี 1973 แต่เขาประสบความสำเร็จตั้งแต่ซิงเกิล "Me and You and a Dog Named Boo" ในปี 1971 แล้ว เพลงที่คนฟังเพลงบ้านเราชื่นชอบก็มี "I'd Love You to Want Me", "Don't Tell Me Goodnight", "Stoney", "Where Were You When I was Falling In love"
มีเพลงฮิตในบ้านเรามากเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็น "Take Me Home Country Roads", "Leaving on a Jet Plane", "Rocky Mountain High", "For Baby", "Annie's Song" เป็นขวัญใจคอเพลงโฟล์กและคันทรีทั่วโลก เคยมาแสดงคอนเสิร์ตที่ศูนย์สิริกิติ์ เสียชีวิตปี 2007 จากอุบัติเหตุเครื่องบินส่วนตัวตก
เพลงคัฟเวอร์ที่ต้นฉบับเป็นของ Ray Peterson ที่ตัดเป็นซิงเกิลในอเมริกา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ทว่าฮิตระเบิดในบ้านเรา ถึงขนาดมีเวอร์ชั่นเนื้อไทยชื่อ "บอกลำดวนว่าฉันรักเธอ" บรรยากาศของเพลงระคนเศร้าตามเนื้อหาของหนุ่มที่ไม่สมหวังในความรัก แต่ด้วยความฮิตของมัน ไม่มีใครปฏิเสธที่จะฟังเพลงนี้ครับ
ความฮิตของเพลงนี้ถึงขนาดมีสาวๆ บอกกับหนุ่มที่มาจีบว่า "ถ้ารักฉันก็รักหมาของฉันด้วยนะ" ว่าเข้านั่น เป็นเพลงประเภท One Hit Wonder ของนักร้องชาวอังกฤษ ด้วยบรรยากาศที่สดใสเหมือนออกไปวิ่งกลางทุ่งหญ้า กับเนื้อหาที่มีสุนัขเป็นตัวยึดเหนี่ยวหนุ่มสาวเอาไว้ ฮิตมากในช่วงปี 1976-77 ร้องกันได้แทบจะทุกบ้าน
แม้จะเป็นเพลงแห่งการร่ำลาของหนุ่มสาวที่ยังอาลัยอาวรณ์กันอยู่ แต่ด้วยความไพเราะกับสไตล์เพลงโซลป๊อป คงไม่มีหนุ่มคนไหนปล่อยให้สาวเจ้าพลาดเพลงนี้ไปได้ เพราะทั้งอาวรณ์และออดอ้อน จนอาจทำให้สาวใจอ่อนได้ไม่ยาก อีกเพลงหนึ่งที่วงนี้ร้องไว้และฮิตไม่น้อยหน้ากันคือ "Hurt" ที่โหยหาอาวรณ์ยิ่งกว่าเพลงนี้เสียอีก
วงออสเตรเลียที่อัลบัมชื่อเดียวกับเพลงนี้ประสบความสำเร็จในอเมริกา โดยก่อนหน้านั้นมีผลงานในออสเตรเลียบ้านเกิดมาหลายชุด เป็นสไตล์เพลงที่ป๊อป หวานแหววที่สุดในช่วงนั้น เพลงฟังสบายทั้งชุด และเพลงนี้เป็นซิงเกิลดังติดอันดับ 3 ในอเมริกา เป็นเพลงสไตล์ซอฟต์ร็อค/บัลลาดที่ทำให้พวกเขาเป็นวงระดับโลก และเป็นเพลงที่บ่งบอกรสนิยมของคนที่มอบเพลงนี้ให้กับผู้อื่นด้วย
ก่อนหน้านี้เพลงของ Leo Sayer มีคนไทยชอบหลายเพลง แต่ไม่ถึงขนาดคลั่งไคล้ อาทิ You Make Me Feel Like Dancing, Easy to Love แต่พอนำเพลงเก่าของ The Crickets มาร้องเท่านั้นแหละ ได้ทั้งกลุ่มแฟนใหม่และเพลงเก่าจากคนร้องดั้งเดิมด้วย ฮิตทุกหัวระแหงจริงๆ น่าจะเป็นเพลงที่หนุ่มบอกรักสาวผ่านเพลงนี้มากที่สุดเพลงหนึ่งของยุคนั้น มีหลายศิลปินนำมาร้องใหม่ ล้วนได้รับความนิยมทั้งสิ้น
เพลงของพี่น้องตระกูล Gibb ขึ้นชื่อในความไพเราะ เสียงประสานระดับเซียน ท่วงทำนองติดหูเป็นทุนอยู่แล้ว ยิ่งเป็นเพลงที่อยู่ในช่วงพีกสุดของพวกเขาจากอัลบัม OST Saturday Night Fever ที่มีซิงเกิลฮิตอันดับ 1 ในอเมริกาถึง 3 เพลง รวมเพลงนี้ด้วย เป็นเพลงที่หนุ่มนำไปออดอ้อนสาวมากที่สุดของยุคนั้นเลยก็ว่าได้ สมบูรณ์ไปหมดทุกส่วนจริงๆ
ความหวานหยดย้อยยังถูกนำเสนออย่างต่อเนื่องด้วยซิงเกิลฮิตจากอัลบัม Spirits Having Flown แต่เดิมเพลงนี้ใช้ร้องในคอนเสิร์ตการกุศล Music for UNICEF ขึ้นอันดับ 1 ตามฟอร์ม ในช่วงนั้นไม่มีใครไม่รู้จักเพลงนี้ และเป็นเพลงที่อยากให้คนรู้ใจได้ฟังมากที่สุด และจะดียิ่งขึ้นหากได้ร้องเพลงนี้ไปด้วยกัน
อดีตนักร้อง/กีตาร์และแต่งเพลงของ The Eagles ที่ทำเพลงกระชากใจหนุ่มสาวได้อยู่หมัด ความหวานละมุนจากเสียงเปียโน และแซ็กซ์ แทบทำให้ใจละลายทีเดียว เพลงจากอัลบัมเดี่ยว No Fun Aloud ในปี 1982 หลังจาก The Eagles แยกตัวกัน ใครฟังเป็นต้องเคลิ้มตามอารมณ์เพลง
งานในยุคที่ Peter Cetera เป็นแกนหลักของวง เพลงบัลลาดของเขาเชื่อขนมกินได้ทุกเพลงว่าไพเราะ นับตั้งแต่ "Baby What a Big Surprise", "If You Leave Me Now" ไปจนถึง "You're the Inspiration" เพลงนี้จัดว่าฮิตจนเป็นเพลงตัวแทนของยุค '80s ไปโดยปริยาย
เพลงรักที่หนุ่มทุกคนอยากร้อง อยากเปิดให้สาวคนพิเศษฟังแทนคำสารภาพรัก อยู่ในยุคที่เพลงจากฝั่งอังกฤษครองตลาดส่วนใหญ่ วงสไตล์ New Romantic ที่ทำเพลงไพเราะก็มีมาก แต่ของ Spandau Ballet เป็นแบบพิเศษจริงๆ ใครได้ฟังก็หลงรักครับ
เพลงเอกในอัลบัม Make It Big ของ Wham! วงที่ George Michael ทำร่วมกับ Andrew Ridgeley และเพลงนี้ก็เป็นซิงเกิลสร้างชื่อให้ George จนต้องผันตัวเองมาเป็นศิลปินเดี่ยวในเวลาต่อมา เสียงแซ็กซ์ในเพลงนี้จัดเป็น Sound of Sex ได้เลย
อันที่จริงยังมีเพลงดีๆ อีกมากที่หนุ่มสาวยุคก่อนชื่นชอบ และหนุ่มอยากให้สาวที่ตนเองชอบได้ฟัง ลองไปย้อนอดีตเสาะหากันดูครับ จะได้มีเพลงเพราะๆ ฟังกันแยะๆ ครับ อีกทั้งโอกาสเหมาะกับเทศกาลปีใหม่ที่จะทำย้อนยุคด้วยการอัดเทปเพลงที่ชื่นชอบให้คนที่เราชอบด้วยครับ