Pink Sweat$: ศิลปินกับการพูดถึงปัญหาสังคม ทำเพลงกับ Seventeen และความประทับใจที่มีต่อประเทศไทย

Pink Sweat$: ศิลปินกับการพูดถึงปัญหาสังคม ทำเพลงกับ Seventeen และความประทับใจที่มีต่อประเทศไทย

Pink Sweat$ พี่หมีสีชมพูที่มาพร้อมกับเพลงหวานสุดโรแมนติก ให้สัมภาษณ์กับ Sanook Music ถึงจุดเริ่มต้นบนถนนสายดนตรี ความสำเร็จของเพลงดัง “Honesty” แนวดนตรีในอีพีล่าสุด รวมถึงอัลบั้มเต็มที่กำลังจะปล่อย และการหาสมดุลของศิลปินในการออกมาพูดถึงปัญหาสังคม

ก่อนหน้านี้เราอาจจะคุ้นหูคุ้นตากับเพลงชื่อดังอย่าง “Honesty” ผลงานแรกในฐานะศิลปินมืออาชีพที่ Pink Sweat$ หรือชื่อจริง David Bowden ปล่อยออกมาในปี 2018 ล่าสุดเขากลับมาพร้อมอัลบั้มอีพีชุดที่ 3 ที่มีชื่อว่า The Prelude ที่มีเพลงเพราะๆ อย่าง “17”, “Icy” รวมไปถึง “At My Worst” ที่มีเนื้อเพลงเด็ดโดนใจหลายคนอย่าง “I need somebody who can love me at my worst” ถ้าได้ฟังเพลงของเขาแล้วจะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแฟนเพลงทั่วโลก โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย (และโดยเฉพาะแฟนเพลงในเกาหลี) รักเพลงของเขามาก และเราอยากจะบอกว่าตัวตนของเขาก็น่ารักไม่แพ้เพลงที่เขาแต่งเลยด้วย


ได้ยินมาว่าคุณไม่ได้เติบโตในครอบครัวที่เป็นนักดนตรี หรือมีอิทธิพลทางดนตรีอะไรมากนัก จนกระทั่งอายุ 17 ปี คุณได้เป็นศิลปินมิวสิคัลหลังจากต้องเผชิญกับโรคอะคาเลเซีย (หลอดอาหารผิดปกติ กลืนลำบาก) นาน 3 ปี เพราะอะไรคุณถึงหันมาสนใจงานด้านดนตรี และในตอนนั้นเสียงดนตรีเปลี่ยนแปลงชีวิตของคุณอย่างไรบ้าง?

Pink Sweat$: โอ้ คุณทำให้ผมนึกถึงช่วงเวลาที่สวยงามนั่นอีกครั้งเลยนะ ผมเติบโตมากับการเข้าโบสถ์ แม่ผมมักไปร้องเพลง และเล่นเปียโนในโบสถ์บ่อยๆ เมื่อผมได้เริ่มต้นทำความรู้จักกับเสียงดนตรี มันเริ่มเปลี่ยนชีวิตให้ผมได้แสดงความรู้สึกต่างๆ ผ่านบทเพลง มันไม่เหมือนกับการเล่าหรือพูดออกมาเฉยๆ เมื่อได้ถ่ายทอดความรู้สึกผ่านบทเพลงที่มีเนื้อร้องและทำนองอันสวยงาม มันฟังดูดีกว่ามาก การร้องเพลงทำให้ผมได้แสดงความรู้สึกออกมามากขึ้น และได้ส่งผ่านความรักไปถึงคนจำนวนมากในรูปแบบต่างๆ เป็นเรื่องที่ดีมากๆ ครับ   

ซิงเกิลแรกในชีวิตอย่าง “Honesty” ดังเป็นพลุแตกไปทั่วโลกในเวลาอันสั้น และมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ในวงการดนตรีของโลก คุณคิดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เพลงนี้โด่งดัง และประสบความสำเร็จมากขนาดนี้?

Pink Sweat$: ไม่ทราบเลยครับ (ยิ้ม) ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนี้ ผมก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะมันเป็นเพลงที่นุ่มละมุน สบายหู และเนื้อหาของเพลงก็สวยงามมากด้วย นอกจากนี้มันก็เป็นเรื่องจริงที่ว่า คำว่า “Honesty” (ความจริงใจ) มันใช้ได้กับทุกเรื่อง ทุกครั้งเสมอด้วยครับ

พูดถึงอัลบั้มอีพีล่าสุด The Prelude แตกต่างอย่างไรบ้างกับอัลบั้มก่อน ทั้งในแง่ของแนวดนตรี และขั้นตอนในการทำอัลบั้ม? 

Pink Sweat$: แตกต่างทุกอย่างเลยครับ ผมทุ่มเทกับการสร้างสรรค์ผลงานในแต่ละเพลงมากขึ้นในอีพีนี้ ผมอยากให้ซาวน์ดนตรีมีความซับซ้อนและละเอียดมากขึ้น ทดลองอะไรใหม่ๆ ที่ไม่น่าจะมีใครเคยได้ยินในเพลงของผมมาก่อน หลังทำอัลบั้มเสร็จผมกลับมาเปิดฟังอีก เพื่อให้มั่นใจว่ามันออกมาดีแล้วหรือยัง ปรากฏว่ายิ่งฟังผมก็ยิ่งชอบ (หัวเราะ) ผมมักจะคิดว่า “ว้าว เพลงนี้โครตเจ๋ง ชอบมาก” แบบนี้บ่อยๆ ครับ

แม้ว่าอีพีนี้จะค่อนข้างแตกต่างจากอีพีก่อนๆ แต่ก็ยังพอจะมีซาวน์เดิมที่แฟนๆ ชอบกันอยู่ เหมือนอย่างเพลง “At My Worst” ผมเลยเลือกโปรโมทเพลงนี้ด้วย เพราะผมอยากมอบสิ่งที่ทุกคนอยากได้ยินให้ได้ฟังกัน แต่บางครั้งผมก็อยากแนะนำอะไรใหม่ๆ ให้แฟนๆ ได้ฟังเหมือนกันครับ (Sanook: ส่วนตัวเราชอบ “Low” มากๆ ฟังทุกวันเลย) ว้าว จริงเหรอครับ (ร้องให้ฟังสดๆ)

คุณปล่อยเพลง “17” เวอร์ชั่นรีมิกซ์ที่ได้ 2 สมาชิกจากวง Seventeen (ชื่อเดียวกับชื่อเพลงไปอีก) อย่างโจชัว และดีเค พวกคุณมาร่วมกันทำเพลงด้วยกันได้อย่างไร? ทำงานกับศิลปิน K-POP อย่างโจชัว และดีเค เป็นอย่างไรบ้าง?

Pink Sweat$: ผมจำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าใครเป็นคนโพสต์คลิปคัฟเวอร์ของเขา (ดีเค) แต่ผมเห็นคลิปนั้นใน Twitter ต่อมาผู้จัดการของผมเอามาให้ผมดู แล้วบอกว่า “นายต้องดูคัฟเวอร์อันนี้ให้ได้นะ มันเจ๋งมาก” ผมบอกกลับไปว่า “ผมเห็นแล้ว” เขาเลยบอกผมว่า “เราต้องทำอะไรด้วยกันกับเขาแล้วล่ะ” แล้วแฟนๆ ชาวเอเชียของผมก็เริ่มคอมเมนต์กันเข้ามาเยอะมากว่า “คุณต้อง collab กับเขาให้ได้นะ” ผมเลยอยากจะตอบแทนแฟนๆ ด้วยการทำเพลง collab โดยให้มีเนื้อเพลงภาษาของแฟนๆ เองอยู่ในเพลงด้วย เพราะบางครั้งภาษาก็อาจทำให้แฟนๆ ไม่เข้าใจเนื้อเพลงได้ 100% เหมือนผมเองที่ไม่เข้าใจเนื้อเพลงที่ดีเคร้อง และเหมือนกับที่แฟนๆ ชาวเกาหลีอาจฟังเพลงของผมและอาจจะไม่ได้เข้าใจภาษาอังกฤษ 100% แต่พวกเขาเข้าใจเพลง ชอบเพลงจากความรู้สึก และอารมณ์ของเพลง ผมเข้าใจความรู้สึกของแฟนๆ เมื่อผมได้ฟังเนื้อร้องภาษาเกาหลีของดีเจและโจชัว ผมฟังไม่ออกหรอก แต่มันรู้สึกดีชะมัด ดนตรีเป็นภาษาสากลจริงๆ

อยากร่วมงานกับศิลปินคนไหนเพิ่มเติมอีกไหม? ศิลปินต่างชาติ หรือ K-POP อีกก็ได้ หรือสนใจร่วมงานกับศิลปินชาวไทยไหม?

Pink Sweat$: ผมกำลังจะบอกเลยว่า ผมอยาก collab กับศิลปินไทย ปกติแล้วผมไม่ได้เป็นคนคอยเสิร์ชหาว่าจะ collab กับใครเอง แต่จะให้แฟนๆ ช่วยแนะนำมากกว่า เพราะพวกเขารู้มากกว่าผม ทุกครั้งที่แฟนๆ แนะนำอะไรมา ผมจะคอยฟังเสมอ มันก็จะมีทั้งที่ฟังแล้วชอบ กับที่ฟังแล้วอาจจะรู้สึกว่าไม่ใช่สไตล์เดียวกันกับผมเท่าไร แต่จะลองฟังเพลงอื่นๆ ดู จนอาจจะไปเจอเพลงอื่นของเขาที่ถูกใจกว่า ผมเลยอยากรอให้แฟนๆ แนะนำผมครับว่าอยากเห็นผม collab กับใคร แฟนๆ ชาวไทยแนะนำผมเข้ามาได้เลยนะครับ ผมรออยู่

Pink Sweat$Pink Sweat$

คุณโพสต์ใน Twitter ว่าคุณกำลังจะปล่อยอัลบั้มใหม่ นี่จะเป็นอัลบั้มเต็มครั้งแรกของคุณเลยหรือเปล่า? ตอนนี้บอกอะไรเราได้บ้าง?

Pink Sweat$: ใช่แล้วครับ อัลบั้มนี้จะเป็นอัลบั้มเต็มชุดแรกของผมเลย เย้! ตื่นเต้นมากๆ ครับ อัลบั้มนี้เหมือนกันลูกน้อยของผมเลย ผมอยู่ในสตูดิโอทั้งวันทั้งคืน นั่งแต่งเพลง ปรับนู่นแต่งนี้จนกว่ามันจะออกมาใกล้เคียงกับคำว่า “เพอร์เฟ็กต์” ให้มากที่สุด คิดว่าแฟนๆ น่าจะชอบกันนะครับ เพราะเพลงในอัลบั้มไม่ได้มีแค่แนวเดียว เหมือนมีทั้งสไตล์เพลงแบบ The Prelude ผสมกับซาวน์แบบโซล มันเหมือนเป็นสองแนวที่แตกต่างกันมากๆ ถ้าทุกคนได้ฟังน่าจะเข้าใจได้ แต่โดยรวมแล้วเป็นอัลบั้มที่ดีมากๆ ทุกคนน่าจะได้ฟังในเดือนมกราคม 2021 นี้ครับ

ทราบหรือไม่ว่าคุณเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในกลุ่มคนไทยเมื่อคุณโพสต์ภาพเกี่ยวกับ #WhatsHappeninginThailand ที่ผู้ชุมนุมออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง คุณคิดว่าศิลปิน หรือเหล่าคนดังควรเป็นกระบอกเสียงที่ต้องออกมาพูดถึงปัญหาสังคมหรือไม่?

Pink Sweat$: เป็นคำถามที่น่าสนใจมากๆ ครับ ผมมองว่ามันเป็นดาบสองคมนะ ต้องเข้าใจว่าบางครั้งศิลปินก็ไม่ได้ตามข่าวตลอดเวลา ชีวิตวุ่นอยู่กับการขังตัวเองอยู่ในสตูดิโอ หรือยุ่งๆ อยู่กับการทำเพลงตลอดเวลา ส่วนใหญ่สตูดิโอไม่มีหน้าต่างด้วยซ้ำ หลายครั้งที่ผมนั่งอยู่ในนั้นโดยไม่รู้วันรู้คืน บางครั้งเราเลยต้องการเวลาที่จะเปิดรับข้อมูลให้ได้มากที่สุด เพื่อที่จะส่งผ่านข้อความต่างๆ ออกไปสู่ผู้อื่นได้ มันไม่ใช่ว่าเราจะพูดอะไรออกมาเมื่อไรก็ได้ เพราะเราเป็นกระบอกเสียงให้กับใครหลายๆ คน แต่เราต้องใช้เวลาศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งๆ นั้นให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ อย่างผมเองก็อยากรู้ว่าโดนัลด์ (ทรัมป์) เป็นคนอย่างไร ในอเมริกาเองก็มีปัญหาสังคมเยอะมาก และผมอยากใช้เสียงที่มีค่าของผมในการลงคะแนนเลือกตั้งให้ได้มากที่สุด และเชื่อมโยงปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวผมเองเข้ากันกับคนอื่นๆ ด้วย

ขณะนี้ทั้งโลกกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาหลายๆ อย่าง หลายคนถูกกดให้จมดิน ถูกสั่งห้ามทำอย่างนู้น ห้ามทำอย่างนี้ มันกลายเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร ดังนั้นสำหรับผมแล้วการวางสมดุลเป็นเรื่องสำคัญมาก เหล่าศิลปินเติบโตด้วยการทุ่มเทเวลาทั้งชีวิตไปกับการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ในขณะที่ยังมีอีกหลายคนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ได้ดีกว่ามากๆ ถ้าเป็นตัวผมเอง ผมอยากจะเข้าไปถามไถ่กับผู้คนที่กำลังประสบปัญหาด้วยตัวเองว่า มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ผมจะได้เข้าใจและรู้สึกเชื่อมโยงกับพวกเขาเหล่านั้นมากขึ้น และผมจะได้พูดถึงปัญหานั้นๆ ได้อย่างเต็มที่จริงๆ

Pink Sweat$ #WhatsHappeninginThailand

ฝากอะไรถึงแฟนเพลงชาวไทยหน่อย

Pink Sweat$: ผมรักพวกคุณมากๆ ครับ รู้สึกขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนผลงานของผมมากๆ จริงๆ แล้วช่วงก่อนโควิด-19 ผมไปเมืองไทยมาเมื่อช่วงเดือนธันวาคม (2019) แล้วค่อยไปที่เกาะโบราโบราต่อ เมืองไทยสวยมากครับ ผู้คนก็ดีมากๆ ทุกคนเต็มไปด้วยพลังงานบวก ทุกคนที่ผมได้เจอน่ารักมากๆ ผมไม่จำเป็นต้องใส่ชุดชมพูทั้งตัวให้พวกเขาเห็นว่าผมเป็นใครเลย ไม่มีใครรู้ว่าผมเป็นใคร แต่ผมก็ยังได้รับการต้อนรับที่ดี เหมือนผมได้รับความรักตลอดเวลา ผมไม่มีทางลืมช่วงเวลาที่ได้มาประเทศไทยเลยครับ หวังว่าจะได้พบกันในอนาคตนะครับ