15 ความรู้สึกในปีนี้ที่ทำให้เราอยากกลับไป Maho Rasop Festival ในปีหน้า

15 ความรู้สึกในปีนี้ที่ทำให้เราอยากกลับไป Maho Rasop Festival ในปีหน้า

ปลายปี 2018 “Maho Rasop Festival (มหรสพ เฟสติวัล)” เทศกาลดนตรีนานาชาติในสเกลที่ไม่เคยมีมาก่อนในเมืองไทยได้ถือกำเนิดขึ้นเป็นครั้งแรก จากการผนึกกำลังกันของ 3 ผู้จัดอย่าง HAVE YOU HEARD?, Seen Scene Space และ ฟังใจ กับไลน์อัพสุดโหด อาทิ Slowdive, The Vaccines, Dean, Washed Out, Miami Horror และอีกเพียบ

แน่นอนว่าบรรยากาศอันแสนอบอุ่นที่สัมผัสได้ แต่อาจเอื้อนเอ่ยเป็นประโยคได้ไม่ง่ายนัก กับศิลปินที่คุ้นชื่อบ้างไม่คุ้นชื่อบ้าง แต่คุณภาพระดับคับแก้ว ก็นำมาสู่ Maho Rasop Festival 2019 ที่เพิ่มเป็น 2 วันในวันเสาร์ที่ 16 และ อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562 ณ Live Park พระราม 9 เช่นเดิม

Sanook Music ร่วมสนุกอยู่ในบรรยากาศอันยอดเยี่ยมของ Maho Rasop Festival 2019 ทั้ง 2 วัน แปรเปลี่ยนมาเป็นตัวอักษรที่อยากจะบรรยายความรู้สึกเท่าที่จะบอกเล่าได้

01

ปีที่แล้วรู้สึกอบอุ่นอย่างไร ปีนี้ก็ยังรู้สึกเช่นเดิม มันคือความอบอุ่นของ “คนดนตรี” ที่พร้อมใจกันไปซึมซับกับทุกท่วงทำนองที่เกิดขึ้น บางคนศึกษาไปก่อนว่าแต่ละวงมาในแนวไหน บางคนตั้งใจไปเซอร์ไพรส์ด้วยสองตาและสองหู ณ ตรงนั้น บางคนไม่รู้จักกันแต่หันไปสบตาก็ส่งต่อความรู้สึกดีๆ ที่ได้อยู่ ณ โมเมนท์เดียวกันได้ เพราะจุดมุ่งหมายของทุกคนคือการไปฟังดนตรีดีๆ และ มหรสพ เขาก็จัดให้อย่างจุใจ

02

ต่อเนื่องมาจากข้อเมื่อสักครู่ แม้ตารางการแสดงของวงแรกๆ จะเริ่มต้นตั้งแต่ยังไม่บ่ายสามโมงดี ดวงอาทิตย์ยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขัน แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทำให้ชาวมหรสพหวั่นไหว อย่างในวันที่ 2 กับโชว์ของ Swim Deep วงอินดี้ร็อคจากเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ที่อุณหภูมิชวนเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ซีนกระโดดโลดเต้นและปรบมือไปตามจังหวะย่ำกระเดื่องต่างๆ นานาก็ยังมีให้เห็น

Swim DeepSwim Deep

03

การตกแต่งโดยรอบงานก็ดูมีความคล้ายคลึงกับปีที่แล้ว มีบ้างที่เพิ่มเสริมกิมมิคต่างๆ ลงไปเล็กน้อยถึงปานกลาง ไฮไลท์ที่หลายคนประทับใจคือการขึ้นไปรับชมเทศกาลดนตรีในมุมสูง เป็นอะไรที่แปลกตาไปอีกแบบสำหรับมิวสิคเฟสติวัลในเมืองไทย

04

ซาวด์โดยรวมก็ไม่แย่เลย แม้จะมีบ้างที่เวที Maholan และ Khamram เขาจะทับซ้อนกันบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ หากจะว่ากันตามตรงก็คงมีในเรื่องของรายละเอียดปลีกย่อยที่ทำให้ซาวด์ของแต่ละวงนั้นแตกต่างกัน บางวงอาจเบาบางไปนิด บางวงอาจล้นไปหน่อย บางวงก็ดีเลิศจนน้ำตาไหล ในขณะที่ระบบแสงก็ตื่นตาตื่นใจพอสมควรในมาตรฐานของมิวสิคเฟสติวัล

05

ปีนี้เราได้ดูศิลปินไทย 4 ราย เริ่มต้นด้วย Stoic ที่ดนตรีของพวกเขาสร้างความตราตรึงได้พอสมควร อาจจะเพราะแดดร้อนเอามากๆ ณ ตอนพวกเขาแสดง ทำให้สมาธิถูกตีซ่านไปในบางขณะ, ภูมิ วิภูริศ ดูค่อนข้างเหนื่อยล้ากับการเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตในหลายทวีป ทำให้พลังของโชว์ดูน้อยลงอย่างถนัดตา, Tontrakul กับเวิลด์มิวสิคที่ผสมผสานเครื่องดนตรีพื้นถิ่นอีสานเข้าไปได้อย่าง... โอ้โห ม่วนสุดๆ มาทั้งแคน มาทั้งพิณ พอมาผสานกับเสียงสังเคราะห์ต่างๆ ก็ทำให้เซิ้งกันยับได้เหมือนกัน ปิดท้ายด้วย YOUNGOHM ที่มาทันแค่ราวๆ 3-4 เพลง แต่แดนซ์ยับ!

YOUNGOHMYOUNGOHM

06

มหรสพปีนี้ผู้ชมชาวต่างชาติเยอะ ฝรั่ง เอเชีย มากันหมด สิ่งที่สัมผัสได้คือ ทุกคนมีรอยยิ้ม ทุกคนสนุก ดีใจที่ทุกคนได้ลองลิ้มชิมรสเครื่องดื่มสไตล์ไทยๆ

07

วงเอเชียฝีมือดีมีเยอะแยะ No Party for Cao Dong จากไต้หวันคือวงร็อคที่แต่ละไลน์ของเครื่องดนตรีเท่ใช้ได้ พลังการเล่นสดก็น่าติดตาม, LITE จากดินแดนญี่ปุ่นกับดนตรีแมธร็อคอันบ้าคลั่ง คืออยากถามมากว่าดีไซน์แต่ละท่อนแต่ละจังหวะกันอย่างไร โหดชะมัด เรียกได้ว่าไม่ต้องแกะตามกันเลยทีเดียว, Say Sue Me วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคจากเกาหลีใต้ที่เราได้อยู่ดูแป๊บนึง กีตาร์สาดๆ กับนักร้องหญิงก็ดูเข้ากันไม่หยอก

08

นี่ก็ตัวแทนจากทวีปเอเชียเช่นเดียวกัน แต่ยกให้ 1 พารากราฟเต็มๆ เลยสำหรับ CHAI สี่สาวจากดินแดนอาทิตย์อุทัยที่สร้างเซอร์ไพรส์ตลอดโชว์ เราเชื่อว่าทุกเทศกาลดนตรีมักจะมี “ตัวละครลับ” แบบนี้เสมอ หากปีที่แล้ว Oddisee with Good Compny ทำให้ทุกคนอ้าปากค้าง สาวๆ CHAI กับยูนิฟอร์มจี๊ดจ๊าด ดนตรีโพสต์พังก์กับซินธิไซเซอร์หนักๆ ก็เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยไปกว่ากัน คือมันไม่สามารถละสายตาไปจากโชว์ของพวกเธอได้เลย และนอกจากความสามารถทางดนตรีแล้ว ยังมีโชว์เต้นแบบจริงจังที่คิดในใจว่า “ถึงขั้นนี้เลยหรือ” กับโชว์ทำบีตที่โคตรเท่ เอาใจไปเลยจ้า

CHAICHAI

09

เวที Yoklor ชะแวบไปแป๊บเดียว ค่อนข้างร้อนเลยออกมา แก้ตัวใหม่ปีหน้าละกัน

10

Summer Salt, BADBADNOTGOOD, Benny Sings และ Deafheaven คือ 4 วงดนตรี 4 สไตล์ที่เราดูไม่จบโชว์ วงแรกอย่าง Summer Salt เดินทางมาจากเท็กซัส มีความเรโทรเรียบง่าย เสมือนว่ากำลังนั่งฟังอยู่มุมใดมุมหนึ่งในอเมริกาเลยด้วยซ้ำ กลิ่นอายชัดมาก วงต่อมาขอคารวะ ดนตรีบรรเลงของ BADBADNOTGOOD มีทั้งความเหนือชั้น รายละเอียดยิบย่อยเพียบ ไดนามิกก็สุดยอด ต่อด้วยพ่อหนุ่มมาดเซอร์จากเนเธอร์แลนด์อย่าง Benny Sings กับเพลงป็อปที่ฟังแล้วอารมณ์ดีชะมัด ส่วน Deafheaven ทำเอาหลายคนน้ำตาอาบแก้ม กับความอัศจรรย์ในความหนักหน่วง ท่าโยกหัวอันทรงพลัง ราวกับว่ากำลังมอดไหม้อยู่บนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

BADBADNOTGOODBADBADNOTGOOD

DeafheavenDeafheaven

11

อีกหนึ่งวงดนตรีที่แฟนชาวไทยรอคอยมาอย่างยาวนาน The Horrors กับมาดดิบๆ เท่ๆ คอสตูมสีดำล้วน และบทเพลงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความลึกลับ ยอมรับตามตรงว่าไม่อินนัก แต่ซาวด์นัวๆ บีบๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของพวกเขาก็ทำเอาตกไปอยู่ในภวังค์หลายต่อหลายรอบ เล่นแน่นดีเหลือเกิน

The HorrorsThe Horrors

12

แม้ว่า The Drums จะลดสถานะจากวงดนตรี 4 คนมาเหลือเพียงศิลปินเดี่ยว ทว่า Jonathan Pierce กลับทำให้ The Drums ดูสุขุมนุ่มลึกขึ้นแม้จะขาดความดีดดิ้นอย่างที่หลายคนถวิลหาก็ตาม บรรดาเพลงอันคุ้นหูอย่าง “Money”, “Days”, “How It Ended” ต่างถูกหยิบมาเล่น รวมถึงซีนที่สาวๆ วง CHAI ขึ้นมาแดนซ์แจมในเพลง “Let’s Go Surfing” ได้อย่างน่ารักน่าชัง

The DrumsThe Drums

13

Bombay Bicycle Club อีกหนึ่งเฮดไลเนอร์ที่ทุกคนรอคอย แม้อายุอานามจะเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นรุ่นเก๋าเกมในวงการ แต่พลังบนเวทีนั้นยากที่จะบรรยาย เอาเป็นว่าแทบไม่มีนาทีไหนที่ไม่สนุก ชวนให้ขยับแข้งขยับขาเป็นที่สุด แฟนเพลงชาวไทยได้ฟังกันแบบครบถ้วนทั้ง “Luna”, “Always Like This”, “Shuffle”, “Lights Out, Words Gone” รวมไปถึงซิงเกิลใหม่ในรอบหลายต่อหลายปีอย่าง “Eat, Sleep, Wake (Nothing But You)” คารวะอีกหนึ่งวงโดยดุษฎี

Bombay Bicycle ClubBombay Bicycle Club

14

ปิดท้ายด้วยศิลปินเฮดไลเนอร์ประจำค่ำคืนแรกอย่าง King Gizzard & the Lizard Wizard ที่ทำเอาพื้นที่บริเวณ Live Park พระราม 9 เดือดไปทุกหย่อมหญ้า 19 บทเพลงที่ไม่มีช่องว่างให้แฟนเพลงได้พักหายใจ ริฟฟ์กีตาร์จากเพลงร็อคทุกยุคสมัย เสมือนว่าเรากำลังฟัง The Mars Volta, Led Zeppelin, Pantera, Motörhead และอะไรต่อมิอะไรในยุคนี้ ในความเป็นไซคิเดลิกอยู่กลายๆ พวกเขามีมือกลอง 2 คน มือกีตาร์ 3 คน มือเบสและคีย์บอร์ดอย่างละ 1 คน โยกหัวแทบหลุด นับจาก Foo Fighters ก็มีวงนี้แหละที่อยากจะใช้คำว่า “เล่นจนคนดูร้องขอชีวิต”

King Gizzard & the Lizard WizardKing Gizzard & the Lizard Wizard

15

พอ Maho Rasop Festival 2019 สิ้นสุดลง มันก็เป็นความรู้สึกคล้ายๆ กับปีก่อนว่า อย่างไรเสีย เราก็อยากกลับมาใช้ชีวิตในเทศกาลดนตรีอีกครั้ง มันเต็มไปด้วยมวลความสุขทางดนตรี ทางร่างกาย และทางจิตใจ บอกได้คำเดียวว่า เจอกันปีหน้า Maho Rasop Festival 2020