"โบ สุนิตา" เมื่อจังหวะชีวิตเหนือจินตนาการนำพาสู่คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี | Sanook Music

"โบ สุนิตา" เมื่อจังหวะชีวิตเหนือจินตนาการนำพาสู่คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี

"โบ สุนิตา" เมื่อจังหวะชีวิตเหนือจินตนาการนำพาสู่คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ปลายปีนี้โบจะมีคอนเสิร์ตเดี่ยวให้ดูแล้วค่ะ"

ท่ามกลางความสนุกสนานของคอนเสิร์ต Cassette Festival ศิลปินชื่อดัง โบ-สุนิตา จรรยาธนากร ที่ร่วมแสดงงานดังกล่าวได้ประกาศข้อความดังกล่าวต่อหน้าคนดูว่า เธอกำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่แฟนๆ จะได้ฟังเพลงของเธออย่างเต็มอิ่มในช่วงปลายปี พ.ศ. 2562 ซึ่งทำให้เราประหลาดใจมาก เพราะถึงแม้จะเป็นศิลปินที่มีเพลงฮิตมากมาย แต่ที่ผ่านมาแฟนๆ ก็ไม่ได้ชมคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบของ โบ สุนิตา มานานกว่า 22 ปีนับจากงาน Beau Big Concert ที่จัดขึ้น ณ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2540 

หลังจากการประกาศในคอนเสิร์ตไม่นาน ทาง Atime Showbiz ก็ได้ออกมาประกาศจัดงาน Rhythm of Beau Sunita Concert ในวันที่ 23-24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562รอยัล พารากอนฮอลล์ ร่วมกับแขกรับเชิญอย่างวง Lipta, ละมุนแบนด์ และ ป๊อด-ธนชัย อุชชิน นักร้องนำวง Moderndog โดยตอนแรกนั้นชื่อคอนเสิร์ตได้สร้างความแปลกใจให้กับเรามาก เพราะเรามองว่า คำว่า Rhythm หรือจังหวะ ควรเป็นชื่องานของศิลปินที่ชื่นชอบการเต้นมากกว่า โบ สุนิตา ซึ่งเป็นศิลปินสายร้องมืออาชีพ

แต่ทว่าในอีกมุม เราเองก็มองว่า โบ สุนิตา เป็นศิลปินที่มีจังหวะชีวิตน่าทึ่งมาก เพราะหลังจากที่ส่งเดโม่เข้ามาในแกรมมี่ เธอก็ได้ผ่านการฝึกฝนหลายปีและต้องผ่านเหตุการณ์ที่ต้องโละอัลบั้มทิ้งเพราะผู้บริหารมองว่าผลงานดังกล่าวไม่เหมาะกับโบ แต่ทว่าหลังจากนั้นไม่นานเธอก็สามารถมีอัลบั้มแรกแนวป็อปร็อคที่ประสบความสำเร็จ จนมียอดขายล้านตลับ

นอกจากจุดเริ่มต้นที่น่าทึ่งแล้ว เมื่อโบกลับมาทำผลงานเต็มตัว เธอก็ได้รับโอกาสมากมายอย่างเช่นการทำเพลง "ความรักครั้งสุดท้าย" กับค่าย Mono Music และการขึ้นแสดงคอนเสิร์ตของ Atime Showbiz ทั้งงานคอนเสิร์ต ล้านตลับ, Stage Fighter 2 และ Cassette Festival รวมถึงล่าสุดก็ได้เป็นแขกรับเชิญการแสดง Singing Bird ครั้งที่ 1 ตอน "เพลงตามคำขอ" ของซูเปอร์สตาร์ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ ซึ่งทำให้เราเริ่มมองว่าการนำคำว่า "จังหวะ" มาใช้เป็นชื่องานอาจจะเหมาะกับคอนเสิร์ตครั้งนี้มากกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก 

และก่อนที่คอนเสิร์ต Rhythm of Beau Sunita Concert จะมาถึง ทาง Sanook Music ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับ โบ สุนิตา เกี่ยวกับความเชื่อในเรื่องจังหวะชีวิต ไปจนถึงเรื่องราวบนเส้นทางสายดนตรีตั้งแต่จุดเริ่มมาจนถึงวันที่เธอกลับมามีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่ 2 ที่ต้องรอนานกว่า 22 ปี

จังหวะที่ 1 เมื่อจังหวะกลายเป็นชื่อคอนเสิร์ต : ทำไมถึงนำคำว่า "จังหวะ" มาเป็นชื่อของคอนเสิร์ต "RHYTHM Of BEAU SUNITA Concert"?

ธรรมชาติการร้องเพลงของโบ คือโบเป็นคนที่ให้ดนตรีนำตัวเอง ดึงตัวเองเข้าไปในเพลง ปกติโบจะไม่ค่อยมั่นใจถ้าแสดงกับดนตรีอะคูสติก แต่จะมั่นใจเวลาแสดงกับเครื่องดนตรีใหญ่ๆ หลายๆ ชิ้น ที่ค่อยๆ ดึงโบเข้าไปในเพลง ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่นำจุดนี้มาเป็นชื่อคอนเสิร์ต จริงๆ เราจะเน้นไปที่คำว่า Rhythm & Blue ที่เป็นชื่อแนว R&B แต่ด้วยความที่เราไม่ได้ไปถึงขนาดนั้น เลยเหลือแค่คำว่า Rhythm แทน 

จังหวะที่ 2 ความเชื่อในจังหวะชีวิตของ โบ สุนิตา : ที่ผ่านมาคุณเป็นศิลปินที่ได้รับโอกาสพิเศษมากมาย อยากรู้ว่าคุณเชื่อในเรื่องจังหวะชีวิตไหม?

เชื่อค่ะ เชื่อว่าถ้าทุกอย่างทำถูกที่ถูกเวลามันจะใช่เองค่ะ 

จังหวะที่ 3 จังหวะเริ่มต้นและการเรียนรู้ : ตอนที่เซ็นสัญญากับค่าย จังหวะนั้นคิดไหมว่าตัวเองต้องผ่านการฝึกนานกว่าจะมีอัลบั้มชุดแรก?

ด้วยความที่โบเป็นคนที่สนใจการร้องเพลงมาตั้งแต่ตอนเด็ก ดังนั้นเวลามีให้สัมภาษณ์ศิลปินก็จะอ่านมาเยอะมาก ก็จะรู้ว่าเราต้องมีเรียนร้องเพลง แต่ไม่คิดว่าจะต้องเรียนนานเป็นปี เพราะตอนนั้นเข้ามาเราเด็กมาก เรียนจนจบเล่มโน้ตที่ครูให้มา ก็จะมี พี่อิงค์-อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา, พี่อ่ำ-อัมรินทร์ นิติพน พี่โย-ยศวดี หัสดีจิวิตร และ พี่กอล์ฟ Y Not 7 (รุ่งโรจน์ ผลหว้า) ที่เรียนด้วยกัน คือจริงๆ แล้วตอนเรียนโบเป็นเด็กหลังห้อง เป็นเด็กดื้อเงียบ และเป็นคนหัวช้ากว่าคนอื่น ก็บอกครูว่าค่อยๆ ไปนะคะ เพราะไม่เก่ง แต่พอไปเรียนร้องเพลงแล้วเราทำคะแนนได้ดี มันอาจจะเป็นสิ่งที่เราชอบและอยากรู้ด้วย คือมีพี่กอล์ฟและโบที่คะแนนสูงสุด ก็ตกใจเพราะตอนเรียนมีแก้เกรดศูนย์หลายรอบ พอมาตรงนี้เราทำได้ดีก็เลยงงเหมือนกันค่ะ 

จังหวะที่ 4 จังหวะที่เปลี่ยนแปลงแนวทาง: ตอนที่ทำอัลบั้มแรกเสร็จแล้วต้องโละผลงานทิ้งทั้งอัลบั้ม จังหวะนั้นคุณมีความรู้สึกท้อบ้างไหม?

ตอนนั้นเราเด็กและไม่เคยทำงานด้านนั้นมาก่อน ก็เลยคิดว่าเป็นเรื่องปกติถ้าจะมีการรื้อทำงานใหม่ มันเป็นความใหม่หมดเลย ก็ไม่ประหลาดใจค่ะ และเราก็อยากเปลี่ยนอยู่แล้ว เพราะตอนนั้นเราไม่สบายใจกับอัลบั้มนั้นเท่าไหร่ เพราะมันไม่ใช่ตัวเราทั้งหมดค่ะ ตอนนั้นเพลงเสร็จหมดแล้ว 10 เพลงมิกซ์แล้วด้วย เหลือแค่ถ่ายปกอย่างเดียวค่ะ

จังหวะที่ 5 จังหวะทะลุล้านตลับ :  จังหวะที่อัลบั้มชุดแรกขายได้ล้านตลับอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นคุณมือกับชื่อเสียงที่เข้ามาด้วยวิธีไหน?

เมื่อตอนคอนเสิร์ตล้านตลับที่ผ่านมาก็เพิ่งรู้ว่าเราเป็นศิลปินที่มียอดขายล้านตลับเร็วที่สุด คือตอนแรกรู้ว่าได้ล้านตลับเร็วมากเท่านั้น (หัวเราะ) ตอนนั้นก็ค่อยเรียนรู้รับการเปลี่ยนแปลง คือวันที่ผลงานปล่อยและคนรู้จักเชื่อเราหมดแล้ว เรายังซื้อของกับพี่สาวอยู่เลย ก็สังเกตว่าปฎิกริยาของคนไม่ปกติ มียิ้มให้ จนพี่สาวพูดว่าเมื่อวานเอ็มวีออกแล้ว ก็เลยคิดว่า "ตายละกลับบ้านดีกว่า" (หัวเราะ) ก็ขอกลับไปตั้งหลักก่อน 

ตอนนั้นได้ล้านตลับ ก็มีอัลบั้มรวมเพลงพิเศษ ก็ช่วงนั้นมีงานก็รีบทำจนเสร็จ ยังพูดกับโปรดิวเซอร์ พี่ปอนด์-ธนา ลวสุต อยู่เลยว่า "เจอกันล้านหน้านะพี่" และสุดท้ายมันก็ล้านตลับจริงๆ ก็ประหลาดใจว่าคนชอบอะไร เพราะแค่ใส่เพลงพิเศษ "คนของเธอ" เข้าไปอีกเพลงเท่านั้น 

จังหวะที่ 6 จังหวะของคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรก : ในวันที่คุณมีคอนเสิร์ตใหญ่ Beau Big Concert จังหวะที่ก้าวขึ้นคอนเสิร์ตรู้สึกอย่างไร แล้วอะไรคือสิ่งที่ประทับใจที่สุดในวันนั้น?

ยังจำได้อยู่ค่ะ เพราะโบจะเป็นคนจำวันเวลา อย่างเช่นวันเข้าห้องอัดวันแรก ก็จะจำไว้หมด เก็บเป็นความทรงจำ ตอนทำคอนเสิร์ตก็มองว่าเหมือนงานจ้างงานหนึ่ง เพราะตอนนั้นงานเยอะมาก มี 200 กว่างาน บางทีแสดงต่อกัน 15 วัน ก็คิดว่าเป็นคอนเสิร์ตงานธรรมดาในตอนแรก แต่พอขึ้นเวทีก็เริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่แล้ว เพราะทุกคนอยากมาดูเราจริงๆ อย่างถ้าเป็นงานจ้างบางคนอาจจะได้บัตรมาฟรีตอนเติมน้ำมัน บางคนอาจจะอยากมาดูจริงๆ แต่อันนี้คือทุกคนตั้งใจซื้อบัตรมาดูเรา ก็คิดว่าต้องทำให้ดีและเต็มที่

จังหวะที่ 7 จังหวะของความผิดพลาด : ตั้งแต่ทำงานในฐานะศิลปินมา มีจังหวะหรือเหตุการณ์ไหนที่คุณอยากย้อนกลับไปแก้ไขบ้างหรือเปล่า? 

จริงๆ โบว่า โบทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว เพราะทุกงานตั้งใจทำมาก แต่จะมีบางอัลบั้มที่รู้สึกว่าลูกคอเราเยอะเกินไป บางทีเราร้องเพลงเส้นเสียงพัฒนาไปแบบไม่รู้ตัว บางทีไม่รู้ว่าเยอะไปหรือน้อยไป ซึ่งเวลาได้ยินลูกคอเยอะๆ บางทีคนฟังจะเครียด บางทีเขาก็คิดว่า "มาอีกแล้วเหรอ" พอเราได้คอมเมนต์ก็ลองฟัง ก็พบว่ามันจริง คือเราต้องถอยออกมาฟังคำติคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ฟังคำชมอย่างเดียว ก็เอาคำแนะนำมาปรับใช้อัลบั้มต่อไป ช่วงที่ใช้ลูกคอเยอะจะเป็นประมาณอัลบั้มที่ 3 เพราะตอนนั้นฟังเพลงสากลเยอะ มีความอยากให้สีดนตรีไปทางต่างประเทศมีอะไรที่แตกต่างออกไปค่ะ  

จังหวะที่ 8 จังหวะแห่งความท้อแท้ : ที่ผ่านมามีจังหวะหรือเหตุการณ์ที่ทำให้คุณอยากเลิกร้องเพลงไหม?

ไม่มีเลยค่ะ ขนาดตอนที่ท้องยังร้องไห้เลย เพราะรู้ว่าจะไม่ได้ร้องเพลง ก็คิดว่าทำไงดีถ้าไม่ได้ร้องเพลง ส่วนเวลาเจอเรื่องท้อ โบจะชัตดาวน์และปล่อยมันเร็วมาก ก็จะคิดว่าแก้ได้ไหม จะต้องไปแก้ตรงไหน ถ้าแก้ไม่ได้ก็ปล่อยไป บางทีเราก็วางมันไว้ และพอถึงเวลาก็จะกลับมาแก้ทีละจุด คือทุกปัญหาที่เข้ามามันมีทางออก ไม่ว่าจะรูเล็กหรือรูใหญ่ หรือบางทีประตูมันเปิดกว้างให้เรา แต่มันแก้ได้ตลอดค่ะ

จังหวะที่ 9 จังหวะที่หายไป : ช่วงที่คุณห่างจากการทำเพลง มีจังหวะไหนที่พี่อยากกลับมาทำเพลง แต่สุดท้ายไม่ได้ทำบ้างหรือไม่?

มีอยู่แล้วค่ะ เพราะนักร้องทุกคนอยากมีซิงเกิลใหม่ของตัวเอง เอาจริงๆ นักร้องยุคอัลบั้มจะไม่ชินกับคำว่าซิงเกิล พอบอกว่าทำเพลงเดียวก็จะแบบคิดว่า "เราไม่โอเคแล้วเหรอ" มันจะมีความคิดแบบนี้ ก่อนจะคิดได้ว่ามันเป็นยุค แต่มันก็ดีตรงที่ปล่อยมา 10 ซิงเกิลทุกคนก็ได้ฟังกันหมดทั้ง 10 เพลง วิธีมันเป็นแบบนั้นค่ะ 

กับค่าย Mono Music ตอนนั้นก็อยากทำเพลงและพี่กอล์ฟ Y Not 7 เขาก็เป็นโปรดิวเซอร์ให้ ก็อยากลองทำดู เพราะเขาเคยแต่งเพลงให้ แต่ไม่เคยเป็นโปรดิวเซอร์ให้เรา ก็ไม่ได้เซ็นสัญญา เพราะตั้งใจทำเป็นเพลงๆ ไป มันเป็นจังหวะที่ใช่ด้วย เพราะจริงๆ เพลง "ความรักครั้งสุดท้าย" โบก็ชอบนะ แต่มันไม่ใช่เพลงตลาด มันเป็นเพลงที่ต้องค่อยๆ ฟังถึงจะเข้าใจ บางทีก็คิดว่ามันใหม่ไปสำหรับคนฟังหรือเปล่า และพอมา Atime ก็ได้ทำเพลงที่เป็นตัวเองอย่าง "ฉันไม่รู้" เป็นเพลงช้า ซึ้ง และเข้าใจง่าย และมีเพลงพิเศษกับแขกรับเชิญคอนเสิร์ตตัวเองด้วยค่ะ

จังหวะที่ 10 จังหวะเมื่อได้รับโอกาสคอนเสิร์ตเดี่ยว : ในวันที่ได้รับการติดต่อเรื่องคอนเสิร์ตใหญ่ จังหวะนั้นรู้สึกอย่างไรที่ได้รับโอกาสในการจัดคอนเสิร์ตอีกครั้ง?

วันนั้นน้องที่ Atime ติดต่อมาว่าจะมีการทำคอนเสิร์ตเดี่ยวให้พี่โบ เราก็รู้สึกว่า "จริงเหรอ?" เพราะมันมีจังหวะที่เกือบมีงานคอนเสิร์ต แต่มันก็ไม่เกิดขึ้น ก็คิดว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ใช่แล้วค่ะ ถ้าไม่ใช่ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะทำตอนไหนแล้ว จริงๆ คิดเรื่องว่าเราจะมีคอนเสิร์ตใหญ่มาตลอด แต่ไม่ได้โหยหาอะไรมาก เพราะเราก็ได้ขึ้นร้องเพลงและพบคนดูอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว และได้ขึ้นแสดงงานอย่างคอนเสิร์ตล้านตลับ กับงานของหลายๆ ผู้จัดด้วยค่ะ

จังหวะที่ 11 จังหวะของการเตรียมพร้อม : ประสบการณ์ตอนขึ้นแสดงกับศิลปินอื่น ทำให้การทำงานคอนเสิร์ตเดี่ยวคุณง่ายขึ้นไหม?

ตอนที่ทำ Cassette Festival ก็จะมีพี่ อ้อม-สุนิสา สุขบุญสังข์ ที่รู้ข่าวเรื่องงานก็มาแสดงความยินดีและให้กำลังใจ ส่วนตอนทำงานคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดเขาจะทำงานทุกอย่างให้สมบูรณ์แบบ นอกจากกำลังใจและคำแนะนำจากเพื่อนศิลปินแล้ว การขึ้นคอนเสิร์ตก่อนหน้านี้ก็ช่วยให้การทำงานครั้งนี้ง่ายขึ้นด้วย เพราะถ้าเราห่างจากเวทีไปนาน มันประหม่าก็ตื่นเต้นมาก อย่างตอนคอนเสิร์ตล้านตลับที่เป็นการกลับมาขึ้นเวทีใหญ่ในรอบหลายปี ตอนแรกก็ไม่คิดอะไร แต่พอขึ้นไปก็มีแรงปะทะเสียงกรี๊ดต่างๆ ที่ทำให้เราตกใจว่ามันขนาดนี้เลยเหรอ ก็น้ำตาไหลออกมาเลย คือตอนแสดงก็เกือบไม่ไหวเลย พอแสดงเสร็จก็คิดว่าเราจะมีภาพแบบนี้อีกไหมค่ะ

จังหวะที่ 12 จังหวะชีวิต และ จังหวะการเต้น : คอนเสิร์ตคราวนี้แฟนๆ จะได้เห็นคุณโชว์สเต็ปการเต้นไหม แล้วคุณคิดว่าสเต็ปการเต้นแบบไหนที่บ่งบอกความเป็น โบ สุนิตา ได้ดีที่สุด?

เรื่องเต้นเราก็ไม่คิดว่าจะมีใครอยากดู เพราะโบเองก็ไม่ใช่สายเต้น แต่เป็นสายร้อง ก็จะเต้นสนุกๆ มากกว่า แต่จะไม่ได้เป็นสเต็ปชัดเจน ส่วนถ้าเทียบชีวิตเป็นการเต้นมันพูดยากมาก เพราะชีวิตคนเรามีหลายจังหวะ มันจะมากำหนดไม่ได้ บางทีเดินเร็ว บางทีเดินช้า คือมันไม่มีอะไรตายตัวค่ะ ถ้ารวมๆ อาจจะเป็นแนว Contemporary ร่วมสมัยที่มีหลายแนวรวมกัน 

จังหวะที่ 13 จังหวะที่จะก้าวขึ้นเวทีอีกครั้ง : คิดว่าตอนนี้เป็นจังหวะที่ใช่หรือยัง ที่ โบ สุนิตา จะมีคอนเสิร์ตใหญ่อีกครั้ง?

พร้อมค่ะ พร้อมมาก โบมันเป็นเวลาที่ถูกที่ควรที่ใช่ เพราะถ้าไม่ใช่ตอนนี้ก็ไม่รู้ตอนไหนแล้ว เพราะองค์ประกอบทุกอย่างมันใช่แล้ว มันเป็นคอนเสิร์ตที่ไม่เกิดขึ้นบ่อย บางคนมีคอนเสิร์ตใหญ่ทุก 2-3 ปี แต่ของโบมันคือ 22 ปี ระหว่างการเดินทาง มันมีหลายเพลงที่ไม่ได้ถูกนำมาร้องบ่อย บางเพลงไม่เคยร้องเลยบนเวที อย่างตอน Beau Big Concert ก็มีเพลงของตัวเองแค่ 12 เพลง ตอนนี้มีเพลงตัวเอง 70 เพลงไม่นับเพลงละคร หรือเพลงภาพยนตร์ มันจะมีเพลงเพราะๆ เยอะมาก และยังมีโชว์จากแขกรับเชิญที่เป็นคนที่มีคุณภาพ เป็นคนดนตรีที่มีความสามารถซึ่งโบอยากได้คนกลุ่มนี้มาอยู่ในคอนเสิร์ต อย่าง Lipta ก็ไม่เคยเป็นเกสต์คอนเสิร์ตใครมาก่อน ก็เป็นคนที่มีความน่ารักในตัวเยอะมากมีเสน่ห์ด้วย อยากให้มาดูเพราะบรรยากาศในงานจะมีความน่ารักและเพลงเพราะๆ เยอะมาก และจะไม่มีช่วงเบื่อแน่นอน เพราะโบจะไม่ให้มีช่วงที่ง่วงเลยค่ะ

ในเวลานี้จับจองบัตรคอนเสิร์ต Rhythm of Beau Sunita Concert รอบวันที่ 23-24 พฤศจิกายน ได้แล้วที่ Thai Ticket Major ซึ่งงานนี้ใครที่รักในบทเพลงและเสียงของ โบ สุนิตา ห้ามพลาดโชว์ครั้งนี้เป็นอันขาด 

>> โบ สุนิตา กลับมาสะกดใจผู้ฟัง! ร่วมงานศิลปินมากฝีมือในเพลง "ความรักครั้งสุดท้าย" 

>> โบ สุนิตา ทำแฟนเพลงอมยิ้ม! หลังโพสต์ฉลองครบรอบ 22 ปีบนเส้นทางการเป็นศิลปิน

>> "โบ สุนิตา" ย้อนเหตุการณ์วันที่โละเพลงทิ้งยกอัลบั้ม หลัง "เต๋อ เรวัต" เจอเธอในผับดัง

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ

อัลบั้มภาพ 10 ภาพ ของ "โบ สุนิตา" เมื่อจังหวะชีวิตเหนือจินตนาการนำพาสู่คอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 22 ปี

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook