NCT 127 โชว์เต็มที่ เอาอยู่ทุกนาที 3 วัน 3 รอบ พวกเขาไม่ใช่ SM Rookies อีกต่อไป

NCT 127 โชว์เต็มที่ เอาอยู่ทุกนาที 3 วัน 3 รอบ พวกเขาไม่ใช่ SM Rookies อีกต่อไป
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่วงการ K-POP จะต้องมีศิลปินแห่งยุครุ่นใหม่ที่จะต้องเป็นที่พูดถึง และจดจำในฐานะ “ศิลปินระดับตำนาน” ประจำยุค 2020s

… และเราเชื่อว่าฝั่งค่ายเพลงสำคัญของวงการอย่าง SM Entertainment เตรียมส่ง NCT สู่ตลาดโลกอย่างไม่รอช้าแน่นอน เห็นได้จากการส่งยูนิตใหญ่อย่าง NCT 127 ทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลกตั้งแต่ต้นปี 2019 ที่ผ่านมา ออกอีพีอัลบั้มภาษาญี่ปุ่น บุกโปรโมตในอเมริกา วางแผนทัวร์ยุโรป และยังแวะมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทยถึง 3 วัน 3 รอบ ในวันที่ 21-23 มิ.ย. 62 ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซึ่งพวกเขาได้สร้างปรากฏการณ์บัตรหมดในทันทีที่เปิดจำหน่าย รวมทั้งสิ้น 18,000 ใบ โดยบัตรคอนเสิร์ตของ 2 รอบการแสดงแรกจำนวน 12,000 ใบ ถูกจำหน่ายหมดในระยะเวลาเพียง 3 นาที ส่วนรอบการแสดงสุดท้ายที่ประกาศเพิ่มเป็นรอบที่ 3 นั้น บัตรหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง 1 นาทีเท่านั้น พิสูจน์ให้เห็นถึงความนิยมอันถล่มทลายของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ SM True ยังจัดหนักจัดเต็ม โปรโมต NCT 127 ในเมืองไทยอย่างเต็มที่ ทั้งงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต และแจกลายเซ็นให้กับแฟนๆ ผู้โชคดีทั้ง 100 คนใน NCT 127 FANSIGNING EVENT in BANGKOK กลางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ในวันที่ 19 มิ.ย. 62 รวมถึงการเดินสายตามรายการโทรทัศน์ วิทยุ และร่วมงานประกาศรางวัลใหญ่ของเมืองไทยอย่าง Nine Entertain Awards 2019 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 62 อีกด้วย ทำให้หนุ่มๆ ได้อยู่ในประเทศไทยยาวนานถึง 5 วันเลยทีเดียว

 

รอบที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2562 เป็นรอบที่สื่อมวลชนสายออนไลน์ได้เข้าไปชมคอนเสิร์ตร่วมกับ NCTzen (ชื่อแฟนคลับ NCT) เป็นวันสุดท้ายของการทัวร์คอนเสิร์ต NCT 127 WORLD TOUR ‘NEO CITY : BANGKOK– The Origin’ ในประเทศไทย ยอมรับว่าแฟชั่นเสื้อผ้าหน้าผม พร้อมแท่งไฟสีเขียวนีออนโดดเด่นสะดุดตา ทำให้ฮอลล์ในธันเดอร์โดมสว่างไสวภายใต้แสงสลัวในฮอลล์ก่อนเริ่มโชว์ได้อย่างง่ายดาย โชว์วันอาทิตย์เริ่มขึ้นในเวลา 16.10 น. ทั้ง 9 หนุ่ม แทยง (TAEYONG), แจฮยอน (JAEHYUN), โดยอง (DOYOUNG), แทอิล (TAEIL), ยูตะ (YUTA), จองอู (JUNGWOO), แฮชาน (HAECHAN), จอห์นนี่ (JOHNNY) และ มาร์ค (MARK) ทยอยออกมาจากหลังเวทีทีละคนพร้อมชื่อแนะนำตัวบนจอใหญ่ พร้อมอินโทรเพลง “Cherry Bomb” หนึ่งในเพลงที่ฮิตที่สุดของ NCT 127 ที่มีการเพิ่มโซโล่แดนซ์ให้กับสมาชิกแต่ละคนระหว่างเพลงด้วย ต่อจาก “Come Back” ช่วงแรกของโชว์หนุ่มๆ กระหน่ำเพลงฮิตแบบไม่ให้แฟนๆ ได้พักหายใจ ทั้ง “Limitless” และ “Chain” ก่อนจะสลับมาพูดคุยทักทายแฟนๆ ว่าวันสุดท้ายแล้ว พวกเขาจะปล่อยเอเนอจี้ให้หมด ว่าแล้วแฟนๆ ก็เริ่มกำแท่งไฟในมือกันให้แน่นมากขึ้นไปอีก

[nct127_image3]nct127wor

แต่หลังจากนั้นกลับเป็นช่วงเพลงหวานๆ ที่เริ่มลดจังหวะลงด้วย “Fly Away With Me” และ “Back 2 U (AM 01:27)” ก่อนเข้าสู่ช่วงนั่งร้องเพลงชิลล์ๆ ให้แฟนๆ ได้ฟังเสียงสดๆ ทั้ง “City 127 ”, “Angel” และ “Jet Lag” แต่ถ้าคิดว่านี้จะหมดช่วงซึ้งๆ หวานๆ กันแล้ว หลังจากหนุ่มๆ ออกมาพูดคุยคั่นโชว์เล็กน้อย ก็เข้าสู่ช่วงเพลงบัลลาดที่แท้จริง กับ “Timeless” และ “No Longer” ที่พิสูจน์ความสามารถทางด้านการร้องเพลงของโวคอลไลน์อย่าง โดยอง แทอิล แจฮยอน จองอู และแฮชาน ออกมาได้อย่างไร้ข้อกังขา

ก่อนที่แฟนๆ จะเริ่มนิ่ง จอห์นนี่ ออกมาพร้อมคีย์บอร์ด และจรดนิ้วเล่นเพลง “Regular to Irregular” และเริ่มเร่งจังหวะด้วย “Regular”, “Wake Up” และ “Baby Don’t Like It” ที่ได้เห็นหนุ่มๆ โชว์ลีลาปีนป่ายโครงเหล็กสูงอย่างคล่องแคล่ว ช็อตที่ไม่พูดไม่ได้คือการเล่นกับกล้องที่ติดอยู่โครงเหล็กของ ลีดเดอร์แทยง และช็อตนอนร้องเพลงของโดยอง ที่ยืนยันเลยว่าเป็นช็อตที่แฟนๆ หลายคนจำได้ติดตามไม่ลืมแน่นอน จากนั้นเพิ่มความเดือดให้ระอุยิ่งขึ้นด้วยหนุ่ม แจฮยอนโซโล่แดนซ์ก่อนที่มาร์ค และแทยงจะควงคู่กัยมาแร็ปสดรัวๆ กับ “Mad City” และค่อยๆ ลดระดับความเดือดมาที่เพลงจังหวะน่ารักๆ และเล่นกับคนดู ชวนโบกไฟไปพร้อมๆ กันใน “Good Thing”, “TOUCH” และ “Replay (PM 01:27)” ที่หนุ่มๆ มาในธีมยุค ‘90s เสื้อผ้าและวิชวลบนจอสดใส ชวนให้เต้นตามตลอดทั้งเพลง

nct127_1

nct127_2

nct127_3

ปิดท้ายด้วย “Simon Says” และ “Fire Truck” เพลงแรกของยูนิต NCT 127 ก่อนจะหายเข้าหลังเวทีไปแล้วออกมาโชว์เพลงใหม่ล่าสุด “Superhuman” โยนของแจกแฟนๆ ใน “Summer 127” และปิดท้ายอังกอร์ด้วย “0 Mile” เพลงจังหวะสนุกๆ ที่ทำให้แฟนๆ โบกมือลาหนุ่มๆ ด้วยรอยยิ้ม

 

การแสดงตลอด 2.30 ชม. ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับศิลปินในยุคนี้ที่จะดึงสมาธิให้แฟนๆ อยู่กับโชว์ได้ตลอดทุกนาที เราถือว่าหนุ่มๆ NCT 127 สอบผ่านในข้อนี้ได้แบบเฉียดฉิว มีบางช่วงที่เป็นเพลงช้าติดๆ กัน อาจทำให้แฟนๆ หลุดโฟกัสได้ง่ายไปบ้าง แต่สามารถเรียกพลังกลับมาได้เรื่อยๆ จากเพลงเร็ว และการคั่นโชว์ด้วยการชวนพูดคุยอย่างเป็นกันเอง หนุ่มๆ มีท่าทีสบายๆ แม้จะเป็นบทพูดคุยที่ค่อนข้างเป็นสคริปต์อยู่บ้าง และมีช่วงที่เว้นระยะให้ล่ามแปลผิดจังหวะไปอีกนิดหน่อย แต่ยังถือว่าไม่ได้ทำให้บรรยากาศระหว่างพูดคุยติดขัดอะไร

เพอร์ฟอร์แมนซ์ของหนุ่มๆ เต็มที่ทุกนาทีอย่างที่พูดไว้จริงๆ ไลน์เต้นคมชัดเหมือนเพิ่มมีคอนเสิร์ตวันแรก แรงดีไม่มีตกแม้จะเข้าสู่วันที่ 3 จะมีก็แต่ช่วง “Fly Away With Me” ที่เราแอบมองว่าท่าเต้นสะเปะสะปะเล็กน้อยเมื่อมองจากมุมสูง เป็นการอกแบบท่าเต้นที่เหมาะกับการชมจากด้านข้างเวทีในโซนหลุม เพื่อมองสมาชิกทีละคนๆ มากกว่า และช่วง “Mad City” ที่แอบรู้สึกว่าถ้าแร็ปดุดันแบบสไตล์ฮิปฮอปได้มากกว่าจะให้คะแนน 10 เต็ม 10 จริงๆ ส่วนเสียงร้องสดถือว่าสอบผ่านฉลุยสำหรับเรา แค่เสียดายระบบเสียงในธันเดอร์โดมที่ยังคงเป็นปัญหาอยู่ดีไม่ว่าจะงานไหน ความบวมของเสียงไมโครโฟนที่ก้องในฮอลล์ยังคงทำให้ได้ยินเสียงไม่ชัดคมใสเท่าที่ควรจะเป็น ส่วนเรื่องวิชวล แสง และสีต่างๆ ถือว่าทำได้ในระดับดีสมกับที่เป็นโชว์จากค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง SM Entertainment เสียดายนิดหน่อยที่การมาของเพลงใหม่ เช่น "Superhuman" และ "Jet Lag" ทำให้เราอดฟังเพลงที่เราชอบมากๆ ในอัลบั้มก่อนหน้านี้อย่าง "Sun & Moon" และ "Welcome to My Playground" แต่ใครที่อยากชม ซื้อ DVD บันทึกการแสดงสดของหนุ่มๆ ที่ญี่ปุ่นมาชมกันได้ที่บ้าน (ซื้อผ่าน Amazon.co.jp ได้ ส่งถึงไทยพร้อมบวกภาษีแล้ว)

การเกลี่ยซีนให้กับสมาชิกแต่ละคนก็ทำได้ดีอย่างน่าชมเชย นอกจากการแนะนำชื่อสมาชิกแต่ละคนในช่วงต้นโชว์แล้ว ยังแบ่งเป็นยูนิตย่อยๆ ให้สมาชิกได้ร้อง ได้เต้น และได้แสดงความสามารถพิเศษอย่างการเล่นเปียโน และแร็ปอย่างชัดเจนอีกด้วย ใครที่ยังจำหนุ่มๆ ไม่ได้ จบโชว์ไปจำหน้าจำชื่อได้ทั้ง 9 คนแน่นอน

ที่อยากจะฝากไว้อีกนิดน่าจะเป็นเรื่องของการจัดคิวหน้างานที่เราเห็นว่าน้องๆ หลายพันชีวิตต้องยืนตากแดดหลายชั่วโมง กับระบบรันคิวที่ไม่ได้ราบรื่นมากนัก ทั้งนี้เป็นข้อจำกัดของสถานที่ที่ทำให้หลายคนไม่สามารถอยู่ใต้ร่มได้ และการเข้าคิวที่ยาวนานหลายชั่วโมงจึงส่งผลให้หลายคนเป็นลมก่อนจะได้เข้าชมในฮอลล์ คงต้องฝากเป็นการบ้านให้กับผู้จัดทุกคนที่คิดจะใช้ธันเดอร์โดมเป็นสถานที่จัดงานในครั้งต่อไป (เพราะไม่ว่าจะแดดแรง หรือฝนตก ธันเดอร์โดมไม่มีที่มากพอให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนได้หลบแดดหลบฝนจริงๆ)

ถึงกระนั้น การแสดงของหนุ่มๆ ทั้ง 9 คนทำให้เราสนุก และอิ่มเอมไปกับเพลงเพราะๆ ที่มาครบทุกรสโดยไม่ได้มีส่วนไหนที่ทำให้รู้สึกเบื่อ เพราะเอเนอจี้ระหว่างศิลปิน และแฟนๆ ที่ส่งกลับไปกลับมาอย่างไม่ลดละ ฝั่งหนึ่งขอเสียงหน่อย อีกฝั่งส่งเสียงให้ดังไม่หยุด ทั้งร้องทั้งโบกแท่งไฟกันอย่างพร้อมเพรียง พร้อมแฟนโปรเจกต์สวยๆ ทำให้ทุกคนในฮอลล์ประทับใจไปตามๆ กัน และไม่อยากให้คอนเสิร์ตจบลงเลย ใบหน้าเปื้อนยิ้มของหนุ่มๆ ตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้ายเป็นเครื่องการันตีในเรื่องนี้ได้เช่นกัน

[nct127_image4]nct127wor

[nct127_image1]nct127wor

นี่คือบทพิสูจน์ของความสามารถครบด้านของอดีตเด็กฝึกหน้าใสใน SM Rookies ในวันนี้ ที่กลายเป็นไอดอลป็อปสตาร์ขวัญใจชาวไทยได้ในวันนี้ ที่ทำให้ฮอลล์ในงานแฟนมีตติ้ง NCT 127 ครั้งแรกที่ว่าโล่งๆ กลับถูกเติมเต็มให้แน่นขนัดแบบไหล่เบียดไหล่ได้ภายในไม่กี่ปี พัฒนาการอันรวดเร็วของพวกเขาไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้แน่ เพราะพวกเขาเริ่มจากกรุงโซล สู่ประเทศไทย และกำลังก้าวไปสู่การเป็นศิลปินที่ทั่วโลกต้องจับตามองในอีกไม่นานแน่นอน



_____________________

Story : Jurairat N.

Photos : SM True