“Jennifer Kim Diva Chinatown” มหรสพครบรสชาติจาก “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” และบทเพลงที่หาฟังยาก (วันแรก)

“Jennifer Kim Diva Chinatown” มหรสพครบรสชาติจาก “เจนนิเฟอร์ คิ้ม” และบทเพลงที่หาฟังยาก (วันแรก)
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

เวลาเอ่ยชื่อดีวาแถวหน้าของประเทศไทย หลายๆ คนต้องนึกถึง เจนนิเฟอร์ คิ้ม (พรพรรณ ชุนหชัย) ศิลปินหญิงดีกรีโค้ชรายการ The Voice Thailand เสียงจริงตัวจริง ที่ทำผลงานเพลงมาต่อเนื่องนานกว่า 10 ปี โดยพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงและความเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ ก็ทำให้เธอเป็นศิลปินที่หลายคนชื่นชอบ รวมถึง ตัวเราเองที่ติดตามผลงานเพลงของเธอมาตั้งแต่ตอนเด็ก

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 

ความสามารถของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทำให้เธอสามารถจัดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบมาแล้วถึง 5 ครั้ง และในปี พ.ศ.2562 เธอก็กลับมาพร้อมคอนเสิร์ตใหญ่ Jennifer Kim Diva Chinatown ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 23-24 กุมภาพันธ์ โดยผู้จัดอย่าง Next Company ได้เป็นผู้สร้างสรรค์งานนี้ขึ้นมา 

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 

ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เราเองก็เป็นอีกคนที่ได้เข้าชมงานคอนเสิร์ตนี้ โดยนอกจากศิลปินเจนนิเฟอร์ คิ้ม แล้ว ทางผู้จัดเองก็ได้เปิดตัวแขกรับเชิญอย่าง พีท-พล นพวิชัย, อ๊อฟ-ปองศักดิ์ รัตนพงษ์ และ เบน-ชลาทิศ ตันติวุฒิ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินเสียงทรงพลังที่สนิทสนมกับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ทุกคน ซึ่งทำให้เราอยากชมคอนเสิร์ตครั้งนี้มากขึ้น 

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ พีท อ๊อฟ เบน

 

ช่วงแรกของคอนเสิร์ตได้เริ่มขึ้น เมื่อเจนนิเฟอร์ คิ้มได้ร้องเพลง “กุหลาบแดง” ของ ไก่-พรรณนิภา จิระศักดิ์ ขณะนั่งบนบัลลังก์ที่ทำให้เธอดูเหมือนนางพญา และเพลงจีนอย่าง “พระจันทร์แทนใจฉัน” ของ เติ้ง ลี่ จวิน เพื่อเปิดทางให้แขกรับเชิญอย่าง พีท, อ๊อฟ และ เบน ที่มาพร้อมเพลงสุดเเซ่บอย่าง “It’s Rainning Men” ของวง The Weather Girls ที่ผสมกับเพลง “บัวลอย” ของ คาราบาว ได้อย่างลงตัว ก่อนที่ เจนนิเฟอร์ คิ้ม จะกลับมาแจมกับพวกเขาในเพลง “พกเมียมาด้วยเหรอ” ของ ยุ้ย ญาติเยอะ (จริยา ปรีดากูล) โดยเมื่อเพลงจบทั้ง 4 ศิลปินจะพูดคุยและนั่งแฉเรื่องราววีรกรรมตอนซ้อมของกันและกัน ซึ่ง เบน ได้นำเรื่องราวดราม่าความรักตัวเองที่เพิ่งเป็นข่าวมาเล่นเป็นมุกบนเวทีจนเรียกเสียงเฮลั่นงาน 

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 

เมื่อจบช่วงพูดคุย เจนนิเฟอร์ คิ้ม เองก็ได้ขอบคุณทุกคนที่เคยให้การสนับสนุน และร้องเพลง “ไม่อาจเปลี่ยนใจ” ของ เจมส์-เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์ กับ “ขอแรง” ของ อนันต์ บุนนาค ก่อนตามด้วยเพลง “ยอม” ของ หิน เหล็ก ไฟ ซึ่งสร้างความประหลาดจนแฟนๆ กรี๊ดทั้งงาน เพราะเพลงที่เธอร้องนั้นมาจากค่าย RS ที่ผู้จัดคอนเสิร์ตส่วนใหญ่ ไม่ค่อยนำมารวมในเซ็ตลิสต์ โดยเจนนิเฟอร์ คิ้มก็ขอบคุณ ฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้บริหารบริษัท RS ที่อนุญาตให้เธอใช้เพลงในงานนี้

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

 

หลังจากที่ พีท อ๊อฟ และ เบน โชว์เพลงเดี่ยวบนเวที พวกเขาก็มาพร้อมเพลง “Run To You” ของ Whitney Houston ที่ประสานเสียงกันอย่างลงตัว ก่อนที่จะร่วมโชว์กับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม อีกครั้ง 3 เพลงติดและปิดท้ายช่วงของพวกเขาด้วยเพลง “บอกตัวเอง” ของ Room39 ที่ทั้ง 4 ศิลปินใส่เต็มทั้งไลน์ประสานเสียงที่ไพเราะและการเอื้อนเพื่อปิดท้ายช่วงเพลงดราม่า

 

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ พีท อ๊อฟ เบน

 

นอกจากศิลปินเสียงทรงพลังแล้ว เจนนิเฟอร์ คิ้ม ยังมีโชว์เซ็ตพิเศษที่มาพร้อมเพลงฮิปฮอปด้วย โดยแขกรับเชิญในช่วงนี้ก็คือ UrboyTJ (จิรายุทธ ผโลประการ) ที่เปิดตัวบนเวทีด้วยเพลง “วายร้าย” ของเขาและร่วมโชว์กับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ในเพลง “ลาลาลอย (100%)” ของ The TOYS (ธันวา บุญสูงเนิน), “อยู่ดีๆ ก็…” ของ WonderFrame (ศุภัคชญา สุขใบเย็น) และ เค้าก่อน” ของ TJ โดยถึงแม้ว่า TJ จะมีอาการตื่นเวทีเวลาพูดคุย แต่เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็สามารถทำบรรยากาศตอนพูดคุย ออกมาดูสบายๆ 

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ UrboyTJ

 

เนื่องจาก เจนนิเฟอร์ คิ้ม เองเป็นโค้ช The Voice Thailand ทำให้งานนี้เธอได้ลูกทีมจากซีซั่น 4 อย่าง นุ๊ก-สมัชญ์ เนียมสอาด ที่ปัจจุบันกลายเป็นนักแสดงเต็มตัว กับ ฟางข้าว-ณัชชา จิตตานนท์ และ แบงค์-วัชระ กัณธียาภรณ์ จากซีซั่น 2 มาโชว์บนเวทีในเพลง “แสงจันทร์” ของ มาลีฮวนน่า และ “จันทร์” ของ โจ้-ธนรัฐ ปิ่นเวหา ก่อนที่นุ๊กจะร้องเพลง “นอกจากชื่อฉัน” ของ ActArt กับเจนนิเฟอร์ คิ้ม และทั้ง 4 ก็คุยเรื่องประสบการณ์ตอนแข่งและอัปเดตผลงานปัจจุบัน ซึ่งแบงค์ กับ ฟางข้าว ก็รับหน้าที่เป็นคอรัสในคอนเสิร์ตครั้งนี้ด้วย โดยการแสดงรอบนี้ก็ทำให้เราทึ่งกับความสามารถในการร้องเพลงของนุ๊กที่พัฒนาขึ้นจากตอนที่แข่ง The Voice มาก เพราะในตอนนั้นเขาเป็นผู้เข้าแข่งขันที่ถูกวิจารณ์เรื่องความสามารถในแง่ลบบ่อยครั้ง 

 

ง นุ๊ก-สมัชญ์ เนียมสอาด กับ ฟางข้าว-ณัชชา จิตตานนท์ และ แบงค์-วัชระ กัณธียาภรณ์

 

ในช่วงท้ายคอนเสิร์ต ก็ถึงเวลาเปิดตัวแขกรับเชิญชุดสุดท้ายอย่าง ตั๊ก-ศิริพร อยู่ยอด ที่มากับเพลง “ฉันไม่ใช่นางเอก” ของเธอ และ สุนารี ราชสีมา ที่นำเพลง “มอเตอร์ไซค์นุ่งสั้น” ของตัวเองมาร้อง ก่อนที่ทั้งคู่จะพูดคุยและเเซวกันบนเวทีในสไตล์คู่กัด และทั้งคู่ก็ได้ร่วมร้องเพลง “ศรัทธา” ของ หิน เหล็ก ไฟ กับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม พร้อมพูดคุยเรื่องราวสมัยก่อนที่ทั้ง 3 รู้จักกันและยังแซวกันจนเราขำไม่หยุด โดย ตั๊ก และ เจนนิเฟอร์ คิ้ม นั้นเคยเป็นนักร้องในคลับเเห่งเดียวกันมาก่อนที่จะเข้าวงการ

 

 เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ ตั๊ก ศิริพร กับ สุนารี

 

เมื่อการแสดงของแขกรับเชิญสายนักร้องผ่านไป เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็ได้ร้องเมดเล่ย์เพลงจีนอีกครั้ง ก่อนตามด้วยเพลง “คิดถึงเธอทุกที (ที่อยู่คนเดียว)” ของเธอที่ได้โปรดิวเซอร์เพลงอย่าง โก้ Mr.Saxman (เศกพล อุ่นสำราญ) และ 3 สมาชิกวง ETC. ที่เป็น Music Director ของงานอย่าง โซ่-แมนลักษณ์ ทุมกานนท์, บี-โสตถินันท์ ไชยลังการณ์ และ หนึ่ง-อภิวัฒน์ พงษ์วาท มาร่วมแจม ก่อนที่เจนนิเฟอร์ คิ้ม จะร้องเพลง "สายลม" จากอัลบั้ม Love Maker by am:pm ที่เธอทำกับค่าย RS มาร้องท่ามกลางแฟนๆ ที่นำป้ายโปรเจกต์ Always #TeamKim มาชูเพื่อแทนการให้กำลังใจ

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ โก้ Mr.Saxman

 

ถึงแม้ว่าเวลาจะใกล้ 5 ทุ่มแล้ว เเต่คอนเสิร์ตก็ยังคงมีต่อ โดย เบน ชลาทิศ ได้กลับมาพร้อมเพลง “Believe” ของ Cher ในขณะที่อ๊อฟก็ร้องเพลง “I Love The Nightlife” ของ Alicia Bridges ส่วนพีทก็มาโชว์เพลง “Can't Take My Eyes off You”  ของ Frankie Valli and The 4 Seasons ก่อนที่ เจนนิเฟอร์ จะมาร้องเพลง “Hot Stuff” ของ Donna Summer และทั้ง 4 ก็ร้องเพลง “เจ้าภาพจงเจริญ” ของ สามโทน พร้อมกัน ก่อนที่นุ๊ก The Voice จะกลับมาบนเวทีพร้อมเพลง “กลับมาทำไม” จากภาพยนตร์ แหยมยโสธร และหลังจากนั้น ตั๊ก กับ สุนารี ก็ขึ้นมาบนเวที และทุกคนก็ร้องเพลง “เต่างอย” ของ จินตหรา พูนลาภ เพื่อปิดโชว์และส่งแฟนๆ กลับบ้าน

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ แขกรับเชิญ

 

สิ่งที่ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้พิเศษก็คือเซ็ตลิสต์ที่หลากหลาย โดยมีทั้งเพลงยุคใหม่ เพลงจีน เพลงลูกทุ่ง รวมถึงเพลงสายดราม่าในอดีต แต่ที่เซอร์ไพรส์ที่สุดก็คือการที่ทางผู้จัดได้นำเพลงของค่าย RS มาเล่นบนเวที โดยตกลงกับทางต้นสังกัดที่ดูแลลิขสิทธิ์เพลงจนทำให้โชว์นี้เกิดขึ้น แต่ถึงแม้ว่า 30 เพลงที่เลือกมาจะไม่ธรรมดา เราก็แอบเสียดายที่งานนี้ แฟนๆ ไม่ได้เห็น เจนนิเฟอร์ คิ้ม ร้องเพลง “ไม่ยอมหมดหวัง” อีกหนึ่งผลงานที่เป็นเหมือนโลโก้ประจำตัวเธอ

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ อ๊อฟ

ทางด้านของโชว์คราวนี้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็ทำออกมาได้ดีในแง่ของการร้อง รวมถึงการเอนเตอร์เทน โดยทางผู้จัดเองก็ได้ทำฉากให้เข้ากับอารมณ์โชว์ทุกช่วง และเตรียมเครื่องดนตรีให้กับวงแบ็คอัพของ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ที่สนับสนุนการแสดงได้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าช่วงเริ่มการแสดงจะมีปัญหาซาวด์ดนตรีที่กลบเสียงร้องบ้าง แต่ภาพรวมของโชว์ก็ถือว่าดี 

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ พีท อ๊อฟ เบน

 

สำหรับ แขกรับเชิญ ในงานนี้ เจนนิเฟอร์ คิ้ม ก็ได้ชักชวนศิลปินมาหลากหลายสไตล์ ราวกับว่าเธอเป็นเจ้าของร้านอาหารที่พยายามเซอร์ไพรส์ลูกค้าด้วยอาหารที่แตกต่าง โดยนอกจากคุณภาพการแสดงแล้ว ทุกคนก็มีเคมีที่เข้ากับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม เป็นอย่างดีจนทำให้เราแอบอยากเห็นคอนเสิร์ตใหญ่ของ เบน-อ๊อฟ-พีท และ ตั๊ก-สุนารี ขึ้นมาจริงๆ เพราะคิดว่าต้องสนุกแน่นอน ในขณะที่ UrboyTJ และ นุ๊ก ก็เอนเตอร์เทนบนเวทีได้ดีถึงแม้จะมีชั่วโมงบินบนเวทีใหญ่น้อยกว่าศิลปินหลายคนในงานนี้ 

 

เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ แขกรับเชิญ

 

การกลับมาครั้งนี้นอกจาก เจนนิเฟอร์ คิ้ม จะทำให้เราทึ่งกับความสามารถในการร้องเพลง และ เอนเตอร์เทนแล้ว เธอยังสามารถหาดนตรีแนวใหม่ๆ มาผสมผสานกับโชว์ได้ด้วย ซึ่งทำให้เราอยากรู้มากว่า ในคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งต่อไป เธอจะทำโชว์อะไรให้ผู้ชมเเปลกใจอีกบ้าง 

ขอบคุณภาพจาก Next Company 

Story : Sidhipong W.

>> "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" เผย 4 เรื่องน่าประหลาดใจ ที่แฟนเพลงของเธออาจไม่รู้มาก่อน

>> "เจนนิเฟอร์ คิ้ม" โพสต์ภาพ "ป๊อบ ปองกูล" ให้ข้อคิด โลกใบนี้ไม่มีใครไม่เคยทำผิด