“Bodyslam” ความมหัศจรรย์ตลอด 17 ปีที่เกิดขึ้นจากการเล่า “ความจริง” ผ่านเสียงดนตรี

“Bodyslam” ความมหัศจรรย์ตลอด 17 ปีที่เกิดขึ้นจากการเล่า “ความจริง” ผ่านเสียงดนตรี
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกว่า ชื่อของวงดนตรี Bodyslam อาจอยู่บนจุดสูงสุดบนยอดเขา จากความสำเร็จของแต่ละอัลบั้ม แต่ละบทเพลงที่กลายเป็นเพลงฮิตตลอดกาล คอนเสิร์ตใหญ่นับครั้งไม่ถ้วน ได้รับการยกย่องให้เป็นวงร็อกเบอร์หนึ่งของเมืองไทย...

แต่ดูเหมือนว่า 5 สมาชิกอย่าง ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย (ร้องนำ), ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด (กลอง), โอม เปล่งขำ (คีย์บอร์ด, เสียงประสาน), ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก (เบส) และ ยอด-ธนชัย ตันตระกูล (กีตาร์) จะไม่คิดเช่นนั้น พวกเขายังทำหน้าที่ของ “ศิลปิน” ที่ขอถ่ายทอดสิ่งที่พวกเขา “รู้สึกนึกคิด” ออกมาเป็นศิลปะแห่งท่วงทำนอง ล่วงเลยมายาวนาน 17 ปี Bodyslam กำลังจะคลอดอัลบั้มเต็มชุดที่ 7 ซึ่งใช้ชื่อว่า วิชาตัวเบา และที่น่าตื่นเต้นไปกว่านั้น การแสดงสดในสนามกีฬาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยถึง 2 รอบในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ภายใต้ชื่อ Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน ก็กำลังจะเกิดขึ้น

Bodyslam

Bodyslam

 

เมื่อได้รับคำเชิญชวนจากต้นสังกัดอย่าง genie records ทีมงาน Sanook! Music จึงไม่พลาดที่จะไปนั่งพูดคุยกับ Bodyslam ในวาระที่ 2 โปรเจกต์ใหญ่ของพวกเขากำลังจะมาถึง ซึ่งนั่นทำให้เรารู้ว่า ความเชื่อที่มีต่อสิ่งที่พวกเขารัก ได้สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้เกิดขึ้นกับวงการเพลงไทยอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

วิชาตัวเบา คืออะไรในมุมมองของ Bodyslam จนถึงขนาดที่ว่านำมาตั้งเป็นชื่ออัลบั้มเต็มชุดที่ 7?

ตูน : มันเป็นมวลที่เรารู้สึกอยู่ตอนนี้ไม่มากก็น้อย เราดำเนินชีวิตมาได้สักพักหนึ่ง แล้วรู้สึกว่าเรารับมือกับเรื่องราวรอบตัวได้ดีขึ้น เราดีใจกับหลายๆ เรื่องในแบบคนที่โตขึ้น ที่ไม่ได้ดีใจสุดโต้งแบบวี้ดว้าย ในขณะเดียวกัน เราก็รับมือกับเรื่องที่น่าผิดหวังหรือเสียใจได้ดีขึ้น ในแบบที่เราไม่ได้ฟูมฟาย ไม่ได้ติดอยู่กับมัน 7 วัน 7 คืนเหมือนแต่ก่อน เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้ดีขึ้น มันเหมือนเป็นคำจำกัดความชีวิตช่วงนี้ ก็เลยคิดว่าน่าจะดีถ้าเราสื่อสารอัลบั้มนี้ผ่านมวลของคำๆ นี้ และสะท้อนไปอยู่ในเพลง หรือบางเพลงอาจจะสะท้อนไปอยู่ในรูปแบบของดนตรี และวิธีการเล่นด้วยซ้ำ

เหมือนกับว่าพวกคุณเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น?

ตูน : คิดว่าเข้าใจ... แค่นั้นเอง แต่เราก็ไม่รู้หรอกว่าเราเข้าใจถูกหรือเปล่า หรือเข้าใจจริงหรือเปล่า (หัวเราะ) พวกเรา 5 คนก็มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน ความคิดถูกผิดก็อาจะมีเลเวลของความถูกผิดแตกต่างกัน ความเบาความหนักก็ต่างกัน เราคิดว่าเราเริ่มเข้าใจมันนิดนึงแล้วล่ะ เหมือนเราลงเรียนวิชาตัวเบานี้เป็นเทอมแรกแล้วรู้สึกติดใจ อยากจะสำเร็จวิชานี้ต่อไป อยากเรียนรู้มากขึ้นเรื่อยๆ จนจบปริญญาของวิชานี้

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย

ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย

 

ในอัลบั้ม วิชาตัวเบา วงดนตรีที่ชื่อ Bodyslam เล่าเรื่องราวของอะไรบ้าง?

ตูน : เรื่องจริงครับ เรื่องจริงในแบบของ Bodyslam สิ่งที่พวกเรา 5 คนทำมาโดยตลอดก็คือ เราจะเล่นในสิ่งที่เรารู้สึก สนุกกับเครื่องดนตรีของแต่ละคนในแบบที่ตัวเองเป็น ร้องในเนื้อเพลงที่เราเชื่อ เราคิด เรารู้สึกในแต่ละอัลบั้มอยู่แล้ว อัลบั้มแรกๆ เราอายุ 20 ต้นๆ แน่นอนว่ามันก็เป็นเรื่องราวของคนอายุ 20 ต้นๆ อยู่พอสมควร เรื่องความรัก เรื่องผู้หญิง เรื่องความฝันแบบจางๆ อบอวลขึ้นมา แนวดนตรีมันก็เป็นอย่างที่เรารู้สึกและชอบในตอนนั้น มาจนถึงอัลบั้มที่แล้วอย่าง ดัม-มะ-ชา-ติ เราเป็นคนอายุ 30 ปลายๆ เราก็เล่าในแบบของคนที่มีอายุเท่านั้น เล่นในแบบที่เราสนุกกันในช่วงปีนั้น ร้องในสิ่งที่มันอาจจะแตกต่างจากคนอายุ 20 ต้นๆ ร้อง แน่นอนว่าก็จะมีเรื่องของชีวิตมากขึ้น อาจจะมีเรื่องราวอะไรที่คนแบบ... พี่ตูนเขาจะออกไปนอกจักรวาลนอกโลกอะไรอย่างนี้หรือเปล่า (หัวเราะ) แต่มันเป็นสิ่งที่เราเชื่อจริงๆ เราสนุก เราซื่อสัตย์กับตัวเองที่เราอยากจะร้องแบบนั้นจริงๆ เราก็ลงมือเขียนและร้องออกมาแบบนั้น เช่นเดียวกันกับอัลบั้ม วิชาตัวเบา ที่ทุกคนจะได้ฟังแบบเต็มๆ ในเร็วๆ นี้ก็ใช้หลักการเดียวกัน คือเรื่องจริงที่เรารู้สึกกับมัน วิธีการเล่นดนตรีที่เราสนุกกับมัน เราก็จะใส่ลงไปในอัลบั้ม

แล้วอย่างในพาร์ตของดนตรี คำว่า วิชาตัวเบา สะท้อนไปในรูปแบบไหน?

ปิ๊ด : การทำงานของอัลบั้มนี้แตกต่างจากอัลบั้มที่ผ่านๆ มา อย่าง ดัม-มะ-ชา-ติ เราเอาเครื่องดนตรีมาเซต คิดงาน รวมถึงอัดมาสเตอร์กันที่ชั้น 32 ของตึกแกรมมี่เลย แต่อัลบั้มนี้เราเซตโรงรถที่บ้านตูนเป็นห้องอัดไปจนถึงการมาสเตอริ่ง ในตอนนั้นพวกเราอยากให้ วิชาตัวเบา เป็นอัลบั้มที่ชิลๆ ป็อปๆ ฟังเพราะๆ ทั้งอัลบั้ม เพราะเราหนักหน่วงกับ ดัม-มะ-ชา-ติ มาแล้ว เพลงแรกก็ขึ้นเทมโปกลางๆ ซอฟต์ๆ สักพักพี่อ๊อฟ (พูนศักดิ์ จตุระบุล – มือกีตาร์วง Big Ass) ก็มายืนฟังแล้วบอกว่ามันไม่ได้ จากวันนั้นที่ตูนบอกชิลๆ เบาๆ ตอนนี้มันก็... (หัวเราะ) อย่างที่ทุกคนได้ฟังกัน คือดนตรีจะฟังเป็นเพลงเพราะ แต่ในเรื่องรายละเอียดผมว่าค่อนข้างยากที่สุดเท่าที่เคยเล่นมาเลย

โอม : ผมว่ามันยังเข้มข้นเหมือนเดิม แต่คำว่า วิชาตัวเบา อาจสื่อไปถึงบรรยากาศการทำงาน มันผ่อนคลายขึ้น ด้วยวิธีการทำงานก็ดี เราทัวร์ไปด้วยทำเพลงไปด้วย ซึ่งต่างจากอัลบั้มที่ผ่านๆ มาที่เราจะหยุด แล้วก็มานั่งทำเพลงกันโดยไม่ได้รับงานเลย

โอม เปล่งขำ

โอม เปล่งขำ

 

ต่อเนื่องมาจนถึงคอนเสิร์ตใหญ่อย่าง Bodyslam Fest พวกคุณพยายามจะเล่าเรื่องราวอะไรผ่านโชว์ครั้งนี้?

ตูน : ตั้งแต่อัลบั้ม Believe ที่มีเพลง “ขอบฟ้า”, “ความเชื่อ” เป็นต้นมา Bodyslam จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในทุกๆ อัลบั้ม แต่ตอนอัลบั้มนั้น คอนเสิร์ตใหญ่มันเกิดขึ้นโดยบังเอิญ คือมันเป็นวัน Earth Day ซึ่งปกติแล้วจะมีหลายๆ วงไปรวมตัวกัน แต่ว่าปีนั้น พี่ฉอด (สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา) อยากให้ Bodyslam เล่นวงเดียว และเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ของ Bodyslam ทั้งๆ ที่เราเพิ่งมาอยู่ในแกรมมี่ได้ไม่ถึงปี หลังจากครั้งนั้นมาก็เป็นประเพณีแล้วว่า เราจะต้องมีคอนเสิร์ตใหญ่ในแต่ละอัลบั้ม ซึ่งส่วนตัวผมมองว่ามันดีตรงที่เราสามารถต่อยอดอัลบั้มที่เราเพิ่งทำเสร็จ กลายไปเป็นภาพบนเวที เราขึ้นไปเล่นเพลงใหม่ มีภาพ แสง สี เสียง ที่ต่อยอดจากการที่ทุกคนได้ฟังจากเทปหรือซีดีไปก่อนหน้านั้น ให้มันเติมเต็มอัลบั้มนั้นๆ อย่างสมบูรณ์ ผมรู้สึกว่ามันเป็นวิธีการที่เราสนุก และคิดว่าแฟนๆ น่าจะสนุกไปด้วย เป็นสิ่งที่น่าติดตามทั้งตัวเพลงและคอนเสิร์ตในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

แสดงว่า Bodyslam Fest ก็จะมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับอัลบั้ม วิชาตัวเบา?

ตูน : แน่นอน มันจะมีกลิ่นอายของอัลบั้มชุดนี้อบอวลอยู่ ภาพหรือวิชวลต่างๆ วิธีการเล่า รวมไปถึงเราอยากให้อัลบั้มที่ทุกคนกำลังจะได้ยินได้ฟังได้เห็น กับเพลงในอัลบั้มเก่าที่ทุกคนอยากได้ยินมากลมกล่อมอยู่ในคอนเสิร์ตครั้งนี้

ยอด-ธนชัย ตันตระกูล

ยอด-ธนชัย ตันตระกูล

 

ซึ่งจะเป็นคอนเสิร์ตใหญ่ในรูปแบบเฟสติวัลด้วย?

ตูน : 8 ปีที่แล้วเราเคยทำคอนเสิร์ต Live in คราม ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ซึ่งการเดินทางค่อนข้างไม่ง่าย บางทีรถก็ติด สมมติคอนเสิร์ตเริ่มหนึ่งทุ่ม หลายคนเลือกจะมาตั้งแต่เที่ยงวันหรือบ่ายโมงเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจร เรารู้สึกว่าอยากให้คนที่มาก่อนเหล่านี้ได้ใช้ชีวิต ได้สนุกสนานกับบรรยากาศรอบๆ สนามกีฬาตั้งแต่ตอนที่มาถึง เราไม่อยากปล่อยให้ทุกคนนั่งเฉยๆ อยากเริ่มความสนุกตั้งแต่ก่อนคอนเสิร์ตเริ่มต้น ก็เลยเป็นที่มาว่า เราจัดด้านนอกในรูปแบบเฟสติวัลดีกว่า มีเวทีเล็กที่น้องๆ ได้มาเล่นดนตรี มีซุ้มอาหาร ซุ้มให้ทุกคนได้ถ่ายรูปสำหรับคนที่สนใจในโซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้เรามีให้ทุกคนได้สนุกกันตั้งแต่ช่วงบ่าย ผมคิดว่าน่าจะดีสำหรับคนที่อยากมาเร็วๆ จะได้มาใช้ชีวิตกันก่อน

ปิ๊ด : นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องราวของวง Bodyslam ตั้งแต่ที่พวกเราเริ่มเล่นดนตรีกันมา จุดเริ่มต้นของแต่ละคนก็แตกต่างกัน อย่างเวทีเล็กก็อาจจะนำเสนอเรื่องราวที่เราเคยประกวดดนตรีมาก่อน หรือพวกซุ้มอาหารก็จะรวบรวมประสบการณ์การเดินทางทัวร์คอนเสิร์ตแล้วได้ไปกินร้านอร่อยหลายๆ ร้าน เราก็จะเชิญร้านเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของงาน

โอม : เรียกได้ว่าทุกเรื่องราวที่อยู่ในเฟสติวัลจะมีความเกี่ยวข้องกับ Bodyslam โดยตรง กับ 16-17 ปีที่เราเดินทางกันมา

ตูน : มีปกอัลบั้มไซส์ยักษ์ให้ได้ถ่ายรูปกันด้วย รวมไปถึงรายละเอียดในแต่ละอัลบั้มของ Bodyslam ว่าใครทำอะไรบ้าง ส่วนบัตรก็มีราคาเดียวเลยครับ ใครไปก่อนก็เลือกที่นั่งได้เลย ใครอยากยืนก็ยืน ผมเชื่อว่าราชมังฯ เป็นสถานที่พิเศษที่ไม่ใช่แค่เวทีเท่านั้นที่มันจะสวย คือมันจะสวยมากเมื่อได้เห็นคนหมู่มากชูมือพร้อมกัน ชูไฟพร้อมกัน หลายคนเลือกที่จะไปอยู่บนสุดเพื่อเห็นภาพกว้างเหล่านี้ แต่หลายคนก็เลือกจะไปจองด้านหน้าเวทีเพื่ออยากได้เหงื่อของพี่ชัช (หัวเราะ)

ปิ๊ด : แล้วก็จะมีที่พิเศษสำหรับครอบครัว ผู้สูงอายุ คนพิการ ไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วยครับ

Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน

Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน

 

คอนเสิร์ตใหญ่ ในรูปแบบเฟสติวัล และจัดหนักจัดเต็มกันถึง 2 รอบ?

ปิ๊ด : คนที่มาบอกพวกเราว่า 2 รอบคือตูน และบอกด้วยว่าที่ราชมังฯ นะ พวกเราก็โอเค เคยเล่นมาแล้ว

ตูน : ตอน Live in คราม หลายคนซื้อบัตรคอนเสิร์ตไม่ทัน เรารู้สึกเสียดายที่หลายคนพลาด แล้วเราเองก็อยากให้แฟนๆ Bodyslam ทุกคนได้มาอยู่ในบรรยากาศนี้ เพราะโปรดักชั่นแบบสนามกีฬาราชมังคลากีฬาสถานมันทำได้ครั้งเดียวนะ แล้วได้ที่นั่นที่เดียวด้วย มันไม่สามารถยกไซส์เวทีไปเล่นที่อื่นได้ ซ้อม 2 เดือนเต็มเพื่อมาเล่นวันเดียว แล้วมีคนจำนวนหนึ่งที่ได้ดู แต่ก็มีอีกหลายคนที่ไม่ได้ดู ก็เลยคิดว่า ถ้าเราไหวกัน แล้วถ้าจะมีคนมาดูเราถึง 2 รอบ ทำไมเราจะไม่ทำ เราอยากให้ทุกคนได้มีประสบการณ์เดียวกัน เพราะเราก็ไม่รู้ว่าเราจะได้เล่นโชว์ใหญ่ที่ราชมังฯ อีกทีตอนไหน อีก 8 หรือ 9 หรือ 10 มันจะเกิดขึ้นอีกไหม ผมว่ามันเป็นโอกาสดีที่เราทั้ง 5 คนจะได้ดีดตัวเองขึ้นมา ได้กลับมาฟิตเหมือนวัยหนุ่มอีกครั้ง ทำให้ตัวเองพร้อมที่สุดอีกครั้ง ซึ่ง 2 วัน 2 รอบเราพยายามจะให้มีความต่างกันอยู่ ผมเชื่อว่าแฟน Bodyslam บางคนจะมาดู 2 รอบแน่นอน รู้สึกอยากให้มีช่วงที่ไม่เหมือนกัน

ยอด : ยอมรับว่าตอน Live in คราม ผมจำอะไรไม่ค่อยได้เลย ลองกลับไปดูย้อนหลังแล้วรู้สึกว่า เล่นไปได้ไงวะ (หัวเราะ) ตื่นเต้นมาก คราวนี้ 2 รอบสิ่งที่สำคัญที่สุดคือพลัง ไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนจนถึงอายุตอนนี้ มันต้องคิดแล้ว มันสำคัญมาก นอกจากต้องฟิตร่างกาย สภาพจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ด้วย

ชัช : คราวที่แล้วเหมือนท้าชิง คราวนี้เหมือนไปล้างตา วันก่อนเพิ่งกลับไปดูดีวีดีของ Live in คราม รู้สึกอยากกลับไปล้างตามาก เพราะตอนนั้นตื่นเต้นมากๆ

โอม : บรรยากาศการซ้อมวันแรกก็... เกิดอาการลืมบ้าง จริงๆ ลืมแทบทั้งหมดเลย (หัวเราะ) คือเราเอาเพลงเก่าๆ ตั้งแต่อัลบั้ม Believe ซึ่งบางเพลงไม่ได้เล่นมา 2-3 ปีมาลองเล่นกันดู อยากรู้ว่าเรายังรู้สึกอย่างไรกับมันอยู่ เช็กว่าฟีลลิ่งเวลาเล่นจริงเรารู้สึกอย่างไร

ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด

ชัช-สุชัฒติ จั่นอี๊ด

 

ชื่อ Bodyslam นั้นอยู่ในแสงสปอตไลท์ อยู่ภายใต้ชื่อเสียงและความสำเร็จมายาวนาน การคิดจะทำบิ๊กโปรเจกต์สักงานหนึ่งมันมาพร้อมความกดดันไหม?

ตูน : มันมาพร้อมความสนุกครับ เวลาตั้งโจทย์ว่าจะทำอัลบั้มหรือคอนเสิร์ต เราจะคิดว่าเราสนุกกับมันหรือเปล่า ทุกคอนเสิร์ต ทุกอัลบั้ม มันเกิดจากที่พวกเราตั้งใจอยากจะให้มันเกิด ไม่ได้มีผู้ใหญ่บอกว่า ต้องทำคอนเสิร์ตปีนั้นปีนี้ ไซส์เท่านั้นเท่านี้ ทุกอย่างมันถูกคิดและมีจุดกำเนิดขึ้นจากพวกเรา ถ้าเราสนุก อยากทำมัน... ก็ทำ ทำแบบไหน อย่างไร ที่ไหนดี แล้วเราก็จะสนุกกับมันต่อจากนั้น

คิดว่าก่อนขึ้นเวทีที่ราชมังฯ ในครั้งนี้จะยังตื่นเต้นกันอยู่ไหม?

ปิ๊ด : ผมตื่นเต้นทุกเวทีอยู่แล้วไม่ว่าจะเวทีไหน

ตูน : ตื่นเต้นเป็นเรื่องดีครับ แต่ถ้าวันไหนเราไป... สมมติไปราชมังฯ แล้วรู้สึก “เฮ้อ อีกแล้ว” มันคงไม่ดีแน่ๆ (หัวเราะ) มันคงเกิดความผิดปกติ ความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นบ้างที่เราควบคุมได้ แล้วเรามีไฟหรือพยายามที่ดีพอจะไปพิชิตความประหม่า ผมว่ามันเป็นเรื่องดี

โอม : ส่วนมากเวลามีเพื่อนๆ หรือคนรู้จักมาถามว่าตื่นเต้นไหม ผมก็ยังบอกเสมอว่าตื่นเต้นสิ พวกเขาก็จะพูดเหมือนกันทุกคนว่า เฮ้ย ยังไม่ชินอีกหรือ เออ ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่รู้สึกตื่นเต้นมันผิดปกตินะ ก็ยังคงตื่นเต้นอยู่เสมอกับสิ่งใหม่ๆ ที่เราจะพบเจอในอนาคต

ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก

ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก

 

อยากรู้ว่าใครในวงออกอาการตื่นเต้นมากที่สุด?

ปิ๊ด : ตื่นเต้นกันหมดแหละครับ แต่อย่างผมจะแสดงออกทางร่างกาย ตูนเขาก็จะนิ่งๆ มีสมาธิ แต่ในใจก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

ตูน : แต่พี่ชัชตื่นเต้นแล้วแสดงออกทางการตีกลอง คือทุกคนตื่นเต้นหมด แต่จะจัดการกับมันอย่างไร จัดการได้ดีแค่ไหน เหมือนที่พี่ชัชพูดเมื่อสักครู่ ตอน Live in คราม เป็นครั้งแรกที่เราได้เล่นในราชมังฯ ไซส์แบบนั้น คนดูเท่านั้น ลงมาจากเวทีแล้วมันมีความรู้สึกว่าเราน่าจะทำได้ดีกว่านี้นะในครั้งต่อไป มันก็มีประสบการณ์จากตรงนั้น Bodyslam Fest ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ เรารู้สึกไม่มากก็น้อยว่าเราจะทำได้ดีขึ้น เพราะหลังจาก Live in คราม เราก็ได้ไปทัวร์ตลอด 8-9 ปี ผ่านมาหลายร้อยเวที อยู่กับประสบการณ์บนเวทีที่หลากหลาย เราคิดว่าจะคอนโทรลมันได้ดีขึ้น

เชื่อว่า Bodyslam ยังเป็นไอดอลของใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมดา หรือว่านักดนตรีรุ่นใหม่ มีคำแนะนำอะไรให้กับพวกเขาบ้างไหม?

ปิ๊ด : 6 มกราคมครับ ขายบัตรวันแรก (หัวเราะ) คือน่าจะเป็นสิ่งที่ตูนพูดเอาไว้ในหลายๆ ครั้งก็คือ ทำให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเล่นดนตรีหรือทำอาชีพอะไรก็ตาม ถ้าเราทำดีที่สุด เราก็จะมีความสุขที่สุดกับสิ่งที่เราทำ

ตูน : และไม่คาดหวังกับความสำเร็จครับ คือทำมันด้วยความรู้สึกที่เราอยากจะร้องอยากจะเล่นจริงๆ อยากจะโซโล่เพลงนี้จริงๆ แกะไปซ้อมกับเพื่อนด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้คาดคั้นตัวเองว่า 2-3 ปีฉันต้องออกอัลบั้ม มีคอนเสิร์ตในสเตเดี้ยมหรือว่าจะต้องโด่งดัง ผมว่าบันดาลใจเราในด้านที่เรามีความสุขดีกว่า เพราะนั่นแหละมันอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับเราแล้ว ในการที่เราจะมีช่วงเวลาพิเศษกับอะไรสักอย่างหนึ่งที่เรามีความสุขกับมันได้ โดยที่ไม่ต้องมองดูนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะเลิก เมื่อไหร่จะเสร็จ ผมว่านี่อาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่จะเกิดขึ้นกับคนบางคนได้ กับการเจอกิจกรรมที่ชอบ และทำมันอย่างหลงใหลที่สุด และสุดท้ายกิจกรรมที่ชอบและหลงใหลมันจะพาเราออกเดินทาง ผมเชื่อว่ามันจะพาเราเดินทางมาด้วยตัวของมันเองอย่างที่หลายๆ คนไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่ามันจะไปไกลถึงขนาดไหน แค่ให้เวลากับมัน แล้วก็จริงใจกับมัน เต็มที่กับมัน

ฺBodyslam

ความคาดหวังต่ออัลบั้ม วิชาตัวเบา?

ตูน : เรามีความสุขตั้งแต่อัลบั้มจะเสร็จครับ รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ปล่อยซิงเกิลต่อๆ มา รวมถึงจะวางอัลบั้มเต็มให้ทุกคนได้ฟังกัน มีหลายเพลงในอัลบั้มที่เราสนุกมากกับมัน อยากให้ทุกคนได้ฟังตอนนี้เลยด้วยซ้ำ เราภูมิใจและมีความสุขมากที่ทุกคนกำลังจะได้ฟัง ในทุกๆ ครั้งที่แต่ละอัลบั้มเสร็จ มันเหมือนเป็นความสุขชิ้นใหญ่ในชีวิต เป็นเหมือนความสุขสองเด้งที่นอกจากเราจะทำอัลบั้มเสร็จ เราก็จะได้เล่นให้คนดูที่พร้อมจะมาฟังได้ฟัง มันไม่มีอะไรนอกจากความสุข ความตื่นเต้น และความสนุก

แล้วคอนเสิร์ต Bodyslam Fest ล่ะ?

ตูน : เราทำได้ดีที่สุดในวันนั้นครับ แล้วเราก็ซ้อมกันอย่างดีที่สุด ปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ เราก็ไม่พยายามที่จะควบคุมมัน สิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือการซ้อม คิดถึงทุกคนว่า ทุกคนจะมีความสุขแบบไหน ส่วนเรื่องที่แต่ละคนที่มาแล้วจะได้ความสุขมากน้อยกลับไปแค่ไหน เราคิดว่าได้แน่ แต่ยืนยันได้ว่าเราจะเต็มที่กับทั้ง 2 โชว์แน่นอน

Bodyslam

ทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับ Bodyslam ตลอดกว่า 10 ปีในวงการ พวกคุณมองมันด้วยท่าทีอย่างไร?

ตูน : ถ้าจะให้สรุปเรื่องราว 16-17 ปีของ Bodyslam ผมใช้คำว่า มหัศจรรย์ ไม่น่าเชื่อว่าคน 4-5 คนที่ชอบเล่นดนตรี ชอบฟังเพลง จะเดินทางมาได้ยาวนานขนาดนี้ แล้วก็ยังคงมีอัลบั้มใหม่ที่เรารู้สึกภูมิใจกับมันอยู่ ซึ่งมันไม่ง่ายนะครับ 17 ปีกับ 7 อัลบั้ม มันอาจจะง่ายสำหรับบางคน แต่สำหรับพวกเรารู้สึกว่ามันมีคุณค่า เราไม่ได้อะไรมาจากการที่มีคนหยิบยื่นให้เรา เราช่วยกันก่อร่างสร้างมาด้วยกัน แล้วเราก็มีความสุขด้วยกัน แล้วสุดท้ายมันก็ดำเนินมาถึงตอนนี้ ทำอัลบั้มที่ 7 ด้วยกันแล้วก็ยังมีความสุขอยู่ เรากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ที่ราชมังฯ อีก 2 รอบ อยากขอบคุณพี่ๆ ทุกคนในวง และพี่ๆ อีกหลายคนที่ไม่ได้มานั่งโม้อยู่กับเราตอนนี้ พี่กบ Big Ass (ขจรเดช พรมรักษา) พี่อ๊อฟ Big Ass ที่เป็นโปรดิวเซอร์ของเรา ทีมเขียนเพลงที่ใช้ชื่อว่า Mango Team ที่เขียนหลายๆ เพลงที่ทุกคนชอบ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราได้ใช้ชีวิตแบบนี้ มีความสัมพันธ์ที่ดีแบบนี้ แล้วมีความสุขแบบนี้ตลอด 16-17 ปีที่ผ่านมา ผมว่ามันสำคัญมากกว่าการมีคอนเสิร์ตในสนามกีฬาใหญ่ๆ สำคัญมากกว่าเราจะมีอัลบั้มอีก 10 อัลบั้ม แต่เราไม่ได้มีความสุขกับมัน

 

คอนเสิร์ตใหญ่ M-150 presents Bodyslam Fest #วิชาตัวเบา Live in ราชมังคลากีฬาสถาน จะจัดขึ้นในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 9 และ 10 กุมภาพันธ์ 2562 ซื้อบัตรได้ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม ที่จะถึงนี้ ในราคาพิเศษเพียง 1,200 บาท (จากราคาปกติ 1,500 บาท) เพียงวันเดียวเท่านั้น ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา รายละเอียดเพิ่มเติมคลิก bodyslamfest.com รวมถึงสามารถอุ่นเครื่องกับทุกเพลงฮิตของ Bodyslam ได้จากเพลย์ลิสต์ด้านล่างนี้ได้เลย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Ditsapong K.