Kygo ยกระดับคอนเสิร์ต EDM ขึ้นอีกขั้น สมบูรณ์แบบทั้งแสง สี เสียง และศิลปิน

Kygo ยกระดับคอนเสิร์ต EDM ขึ้นอีกขั้น สมบูรณ์แบบทั้งแสง สี เสียง และศิลปิน
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

“ไปคอนเสิร์ต EDM ทีไร เหนื่อยทุกที” เป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของเราเมื่อเรามีโอกาสได้มาชมคอนเสิร์ตของศิลปินแนว EDM หรือ Electronic Dance Music อาจจะเป็นเพราะอายุอานามไม่ได้วัยรุ่นจ๋าเหมือนสมัยก่อน บวกกับความแน่นขนัดของแฟนเพลงชาวไทยที่หลงใหลกับดนตรี EDM มากขึ้นทุกปี ทำให้เมืองไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่จัดคอนเสิร์ต รวมถึงเทศกาลดนตรี EDM มากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย หากนับงานยิบงานย่อยแล้ว แทบจะมีงานดนตรี EDM เกิดขึ้นในบ้านเราแทบจะทุกสัปดาห์เลยก็ว่าได้

แน่นอนว่าเสน่ห์ของดนตรี EDM ในความคิดของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราขอชื่นชมดนตรี EDM อยู่บ่อยๆ คือการที่ดนตรี EDM ค่อนข้างมีอิสระในการนำตัวเองไปผสมผสานกับดนตรีอื่นๆ ได้อย่างลงตัว แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีใครทำออกมาได้ถูกทาง ถูกจังหวะ และถูกใจคนฟังจำนวนมากได้

Kygo เป็นหนึ่งในดีเจสาย EDM ที่สำหรับเราแล้วเป็นดนตรี EDM ที่ฟังง่าย ฟังสนุกในจังหวะที่กำลังพอดี ไม่เร่งเร้า ไม่อัดแน่นเบียดชิด หรือใส่ลูกเล่นหวือหวาโลดโผนอะไรมาก แต่เป็นดนตรี EDM ที่มีความละมุน กลมกล่อม มีจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบา มีช่วงให้ได้หายใจหายคอ และสามารถเร่งจังหวะให้กลับมาสนุกจนขาขยับไปตามจังหวะได้เองอัตโนมัติ โดยที่ทำให้เราลืม “เหนื่อย” ไปได้เป็นปลิดทิ้ง และนี่คือประสบการณ์ครั้งแรกของเรากับการชมคอนเสิร์ต EDM ที่เพลิดเพลินราวกับได้ชมคอนเสิร์ตศิลปินป็อปแดนซ์ในดนตรีสนุกๆ ดื่มด่ำกับแสงสีเสียงตระการตา คลอเคล้าด้วยท่วงทำนองจากศิลปินระดับโลก มากกว่าจะมาเพื่อเมามายกับแอลกอฮอล์ และเต้นอย่างไม่ลืมหูลืมตา

ค่ำคืนวันที่ 22 ตุลาคม 2018 ทีมงาน Sanook! Music ฝ่าฟันการจราจรย่านพระราม 9 มาที่งานคอนเสิร์ต One Systems Production Presents Kygo Kids In Love Tour ที่ ไลฟ์พาร์ค พระราม 9 โดยผู้จัด Teddy Time แฟนเพลงพร้อมใจกันมาสนุกกับ Kygo ดีเจ โปรดิวเซอร์ นักแต่งเพลง และ นักดนตรีชื่อดังชาวนอร์เวย์ ที่เตรียมขึ้นเวทีในช่วง 4 ทุ่มของคืนนั้น แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีฝนตกหนักติดต่อกันอยู่หลายวัน แต่คืนนั้นท้องฟ้าเป็นใจเป็นอย่างมาก ทำให้ทุกคนยืนสนุกด้วยตัวแห้งๆ ไปตลอดตั้งแต่เริ่มจนจบงาน (คงจะเปียกชื้นแค่จากเหงื่อของตัวเองกันนี่ล่ะ เพราะอากาศร้อนอบอ้าวมาก ตามสไตล์ไทยแลนด์)

 

5

 

ช่วงแรกๆ ของโชว์อาจจะยังไม่คึกคักมากนัก เพราะแฟนๆ หลายคนคงจะกำลังทยอยฝ่ารถติดเข้างาน และอาจจะตั้งใจมาชมเฉพาะ Kygo มากกว่า จึงทำให้ช่วงดีเจเซ็ตแรกๆ อย่าง ทีมดีเจ OZMO นำโดยดีเจ Ono และ ดีเจ Ziki รวมถึง Justin Jesso และ Frank Walker อาจจะมีผู้ชมไม่แน่นเท่าที่ควร แต่ก็ยังสามารถเอนเตอร์เทนคอ EDM ทั้งไทยและต่างชาติได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

เมื่อถึงช่วงของ Kygo บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ทั้งแสง สี และเสียงเหมือนถูกเร่งให้เริ่ม “ปล่อยของ” อย่างชัดเจนมากขึ้น และเมื่อเริ่มเปิดเพลงพร้อมวิชวลสวยๆ ด้านหลัง แฟนเพลงก็เริ่มดื่มด่ำกับดนตรีของ Kygo กันอย่างเต็มที่ มีตั้งแต่เพลงของตัวเอง “Sunrise”, “Stay”, “Carry Me”, “Born to Be Yours”, “First Time”, “Never Let You Go”, “Kids In Love” มิกซ์เพลงของคนอื่นอย่าง Younger”, “Cut Your Teeth”, “Sexual Healing”, “The Middle”, “I Miss You”, “Without You” ที่อุทิศให้กับ Avicii, “Young, Dumb & Broke” และอื่นๆ อีกเพียบที่ค่อยๆ เรียงร้อยท่วงทำนองต่อกันอย่างลื่นไหลไปพร้อมๆ กับกราฟิกด้านหลังที่สวยสะดุดตาบนจอขนาดใหญ่ทางด้านข้างทั้งสองด้าน ด้านหลังเวที และบนเซ็ตดีเจ พร้อมเอฟเฟกต์เลเซอร์ พลุไฟ พลุกระดาษ ควัน และดรายไอซ์ที่อัดกันมาไม่ยั้งอย่างถูกที่ถูกจังหวะ บรรยากาศดีจนอยากจะถ่ายภาพเก็บไว้หลายๆ ช็อต

 

8

เสน่ห์ของโชว์นี้คงจะเป็นการแสดงสดนอกจากการมิกซ์เพลงอยู่ด้านบน ทั้งการชวน Justin Jesso มาร่วมร้อง Stargazing” และชวนสาว Bonnie McKee มาร่วมร้องใน Riding Shotgun” ก็ช่วยสร้างบรรยากาศ live performance ได้ดี จนทำให้รู้สึกได้ถึงความแตกต่างของปาร์ตี้ EDM ทั่วไป นอกจากนี้ยังมีช่วงเด็ดที่ Kygo ลงจากเซ็ตดีเจมาเล่นเปียโนคลอเคล้าไปกับชุดดนตรีเครื่องสายขนาดย่อม ที่ทำให้เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ดนตรี EDM ฉบับ Kygo สามารถกลมกลืนกับดนตรีได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ดิสโก้ ฟังก์ อัลเทอร์เนทีฟ อาร์แอนด์บี โซล ป็อป ไปจนถึงทรอปิคอลเฮาส์ที่เป็นลักษณะดนตรีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Kygo ที่แฟนๆ หลายคนหลงรัก และดนตรีคลาสสิกแบบเครื่องสายที่เราได้เห็นอยู่บนเวทีเพลงอิเล็กทรอนิกส์ในครั้งนี้ด้วย

 

14

10

 

จบด้วยสองเพลงสุดท้าย “It Ain’t Me” ที่ทำกับสาว Selena Gomez และ Firestone” อีกหนึ่งเพลงเด็ดที่แฟนๆ ต่างพากันร้องตามกันได้สบายๆ ปิดฉากคอนเสิร์ตจากดีเจระดับโลกกันด้วยความประทับใจกับเพอร์ฟอร์มานซ์ที่ราวกับงานเทศกาลดนตรี EDM ใหญ่ๆ อย่างงาน Ultra Music Festival และเป็นเครื่องพิสูจน์ที่เห็นได้ชัดว่า ดนตรี EDM ไม่จำเป็นต้องตื๊ด ต้องเร่งบีท เร่งดนตรี หรือใส่เอฟเฟกต์มากมายก็สนุกและเพลิดเพลิน ดื่มด่ำกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ที่มีมิติหลายชั้นอย่างที่ Kygo ทำได้ และถือว่าเป็นอีกขั้นของคอนเสิร์ต EDM ที่คอ EDM ที่พลาดงานนี้ไป ต้องขอกล่าวแสดงความเสียใจด้วยที่คุณพลาดบรรยากาศงาน EDM ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดแห่งปีนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

 

18

ถึงแม้หน้างานจะออกมาค่อนข้างสมบูรณ์แบบ แต่ก่อนงานเริ่มเราก็มีผจญกับปัญหาที่ทั้งเจอกับตัวเองบ้าง และจากประสบการณ์ของคนอื่นบ้างไม่น้อย เริ่มตั้งแต่การเปลี่ยนผังคอนเสิร์ต ปัญหาที่จอดรถ ที่ไม่ได้แจ้งว่าห้ามจอดภายในงาน จนทำให้หลายคนต้องขับย้อนกลับไปจอดรถที่อื่น การประสานงานกับ SHOW DC เรื่อง Shuttle Bus ที่ให้ข้อมูลไม่ตรงกัน การโดนโก่งราคาทั้งจากวินมอเตอร์ไซค์ แท็กซี่ รวมถึงที่จอดรถด้านนอกงาน (ทีมงานของ Sanook! Music โดนค่าที่จอดรถไป 200 บาท!) การต่อคิวรับเครื่องดื่มที่ยาวนาน และการจำหน่ายตั๋วผีที่อาจหาญเดินเข้ามาขายกันถึงหน้าประตูโดยไม่เกรงกลัว หรือเกรงใจผู้จัดงาน แต่อย่างไรก็ตามปัญหาที่งานอื่นมี แต่งานนี้ไม่มีก็มีเช่นกัน ห้องน้ำห้องท่าสะอาดและสะดวกสบาย มีจำนวนมากพอไม่ต้องรอนาน ป้ายบอกทางชัดเจนจนไม่ต้องรบกวนเจ้าหน้าที่มากนัก รวมถึงการดูแลความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกจากเจ้าหน้าที่ในงานที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ดี พร้อม service mind ที่ค่อนข้างดีเช่นกัน ทำให้การได้รับบริการจากทุกๆ ฝ่ายเป็นไปอย่างราบรื่น ซึ่งข้อนี้ช่วยทำให้บรรยากาศในการชมคอนเสิร์ตดีขึ้นกว่าเดิมมากๆ

ถือว่าเป็นคอนเสิร์ตที่ประสบความสำเร็จทั้งในแง่ของโปรดักชั่น ศิลปิน การจัดการโดยรวม จนสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมนับพันได้อย่างเต็มที่ กระแสตอบรับดีขนาดนี้ คาดว่าเมืองไทยน่าจะได้ชมคอนเสิร์ตจากศิลปินระดับโลกแบบนี้กันอีกเรื่อยๆ แน่นอน

 

 

____________________

Story : Jurairat N.

Photos : Teddy Time