Slow เปิดใจความสุขและเศร้า หลังชนะ The X Factor Thailand

Slow เปิดใจความสุขและเศร้า หลังชนะ The X Factor Thailand
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้จะมีกระแสดราม่าจากความสามารถและประสบการณ์ที่น้อยกว่าผู้เข้าแข่งขันหลายคน แต่สองหนุ่มทีม Slow อย่าง ต๋อง - ณฐชนนท์ ชลสงคราม และ ไอ -  รัชกร ชูประดิษฐ์ ก็คว้าแชมป์รายการ The X Factor Thailand ซีซั่นแรก มาครองในที่สุด ท่ามกลางความดีใจของเหล่าแฟนคลับ

 

สำหรับทีม Slow นั้นเป็นศิลปินจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งชื่อของทีมนั้นมาจากวงดนตรีที่ ต๋อง ฟอร์มกับเพื่อนเพื่อทำเพลงฮิต “เรื่องของวันพรุ่งนี้” ซึ่งในการแข่งขัน The X Factor Thailand เขาและรุ่นน้องอย่าง ไอ ได้นำชื่อของวงมาใช้เป็นชื่อทีมในการเข้าแข่ง เพราะพวกเขาต้องการที่จะโปรโมตวง Slow ให้ดังในวงกว้าง โดยชื่อของวง Slow นั้นมาจากการก้าวเดินบนเส้นทางดนตรีที่ช้าแต่มั่นคงของเหล่าสมาชิก

 

หลังจากที่คว้าแชมป์รายการ The X Factor Thailand เพียงแค่วันเดียว ทางทีม Slow ก็ได้มาพูดคุยกับทาง Sanook! Music ถึงการแข่งขัน และกระแสดราม่าที่พวกเขาได้เจอด้วย

 

  

จุดเริ่มต้นบนเส้นทาง The X Factor Thailand ของทีม Slow

ต๋อง : “ตอนแรกผมทำเพลงอยู่ ก็เพลงที่ค่อนข้างโด่งดังในภาคใต้ซึ่งมันไม่กว้างพอ ก็คิดว่าอยากมาแข่งเพื่อให้คนรู้จักมากขึ้นในรอบออดิชั่น และรายการนี้ไม่ได้หาคนเสียงดี แต่เน้นหาศิลปินที่มีองค์ประกอบครบเครื่องมากกว่า”

“ผมเองเห็นน้องไอชอบแร็ปเพลงใน YouTube ชอบทำอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ก็เลยชักชวนมาครับเพราะวางแผนจะออดิชั่นด้วยเพลง “มือลั่น” ที่มีท่อนแร็ปอยู่แล้ว เพราะเพลงนี้กำลังมาแรง และผมก็เคยเห็นคนทำโชว์นำเพลงภาษาใต้มาแปลงเป็นภาษาเหนือ ก็ดีใจมากที่คนชอบการแสดงพวกเรา เพราะผมคิดว่ามันเป็นการแสดงพื้นๆ พอผ่านรอบแรกผมเลยพยายามทำโชว์ที่มีความเรียบง่ายแต่กินใจแบบสัปดาห์แรกครับ”

ไอ : “ผมชอบฮิปฮอปอยู่แล้วครับ ชอบเพลงของ Thaitanium เพราะพี่ๆ เขาเท่มาก พอต๋องมาชวนตอนแรกก็ตื่นเต้นมาก แต่ก็ตัดสินใจไปหาประสบการณ์ครับ แต่วันที่ชวนพี่ต๋องเขายังไม่บอกว่าเราจะไปแข่งอะไรครับ พอไปถึงเวทีก็เซอร์ไพรส์เลยครับ (หัวเราะ)”

 

ไอ -  รัชกร ชูประดิษฐ์ 

ความสำเร็จกับเพลง “เรื่องของวันพรุ่งนี้”

ต๋อง : “ผมดีใจที่คนชอบเยอะนะครับ แต่ผมรู้สึกว่าคนยังไม่รู้จักเยอะ คือเราปล่อยเพลงในช่องของเรา ผมไม่คิดว่าตัวเองเป็นศิลปินที่มีค่ายหรือโด่งดังครับ แต่ความดังของเพลงก็ทำให้ผมมีแฟนคลับติดตามตอนเริ่มรายการเลยครับ”

“ตอนที่ผมมาแข่งเพื่อนร่วมวง Slow ก็ให้กำลังใจส่งข้าวส่งน้ำตลอดเลยครับ เพราะเราเอาชื่อวงมาใช้ในรายการ เขาเลยอยากให้ผมและไอทำออกมาให้ดีที่สุด”

 

 

ต๋อง - ณฐชนนท์ ชลสงคราม

 

ดราม่าเรื่องความสามารถ

สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักพูดถึงเกี่ยวกับทีม Slow นั้นคือกระแสดราม่าจากการแสดง เพราะหลายคนนั้นมองว่าทั้งสองหนุ่มไม่ได้โชว์พลังเสียงและเทคนิคการร้องที่เเปลกใหม่ในรายการ  และหลายคนก็มองว่าการแร็ปของพวกเขานั้นยังไม่สมบูรณ์ ซึึ่งทาง Sanook! Music ก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์พวกเขาในประเด็นนี้ด้วย

ไอ : “ตอนแรกก็กังวลมากเพราะเป็นครั้งแรกที่ผมประกวดร้องเพลง บนเวทีก็มีแต่คนเก่งๆ เวลาผมเจอกระแสแง่ลบก็อ่านและเอามาพัฒนาตัวเองครับ ก็พยายามฝึกร้องบ่อยขึ้น นอนหัวค่ำเพื่อหาเวลามาฝึกเพิ่มในตอนเช้าครับ และก็จะอ่านคอมเม้นท์แง่บวกของแฟนเพลงเพื่อให้กำลังใจให้ตัวเองไปพร้อมกันครับ”

ต๋อง : “เวลาผมถูกวิจารณ์ผมก็จะพยายามพิสูจน์ตัวเองและยังรักษาความพยายามเข้าไว้ เพราะผมคิดว่าเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ครับ”  

 

โชว์ที่ประทับใจที่สุดในรายการ

ต๋อง : “โชว์ที่ผมมองว่ายากสุดคืออาทิตย์ ไทยนิยม ครับ ตอนที่แสดงเพลง “เด็กเต้พแร็พใต้” มันมีแดนเซอร์เยอะมาก ต้องมีบล็อกกิ้งและท่าเต้นซับซ้อนครับ ก็กลัวเต้นผิดมากครับ แต่ผมก็ชอบเพลงนี้มากที่สุดครับ เพราะเพลงนี้แสดงความเป็นตัวตนของพวกเราอย่างชัดเจนครับ”

 

 

คลิกชมโชว์ เด็กเต้พแร็พใต้ ของ SLOW ได้ที่นี่

 

 

วินาทีที่รู้ว่าตัวเองเป็นแชมป์ The X Factor คนแรกของประเทศไทย

ต๋อง : “ตกใจมากครับ เพราะตอนแรกพวกเราอยากแสดงความสามารถ แต่ไม่คิดว่าคนจะชอบตัวตนเราและโหวตพวกเราจนเป็นแชมป์ พวกเราไม่คิดว่าจะเข้ารอบ 4Chair Challenge ด้วยซ้ำ แต่พอเข้ารอบไปลึกๆก็ตกใจ อาจจะเป็นเพราะพี่ เบน (ชลาทิศ ตันติวุฒิ) เห็นอะไรบางอย่างในตัวเรา และให้กำลังใจพวกเรามาตลอด ซึ่งพวกผมต้องขอบคุณแฟนคลับที่คอยปกป้องเราจากดราม่าและเป็นกำลังใจมาตลอดเช่นกันครับ”

 

 

เป้าหมายต่อไปหลังคว้าแชมป์

ต๋อง : “ตอนนี้ก็รอทางผู้ใหญ่อยู่ว่าจะให้ทำเพลงอย่างไรต่อไปครับ ส่วนเงินรางวัลผมจะให้ครอบครัวและเก็บไว้เป็นทุนด้านการเรียนให้น้องไอครับ ก็ขอบคุณพี่เบน ขอบคุณทีมงานทุกคนที่คอยสนับสนุนพวกเราครับ”

ไอ : “ผมวางแผนจะเอาเงินรางวัลไปใช้หนี้ให้คุณแม่ครับ ตอนนี้เรียนจบมัธยมปลายมา ก็อาจจะเอาเงินมาใช้เป็นทุนการศึกษาต่อไปครับ ตอนนี้ก็มีงานเยอะขึ้นและไปไหนก็มีคนเรียกชื่อผมครับ และเดี๋ยววันสิ้นปีผมจะมีงานแสดงในงานขึ้นปีใหม่ของ อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ก็สามารถเจอกันได้ครับ”

 

 

ถึงแม้ว่าจะมีกระแสวิจารณ์มากมายจากผู้ชม แต่ 2 ศิลปินจากทีม Slow นั้นก็เป็นผู้เข้าแข่งขันที่มีทัศนคติในการแข่งขันและใช้ชีวิตที่ดี ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำให้พวกเขาชนะใจแฟนเพลงจำนวนมาก โดยหลังจากนี้ทาง Sanook! Music จะนำผลงานต่อไปของพวกเขามาอัพเดตแฟนเพลงให้ได้ชมแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก  Facebook The X Factor Thailand

Story : Sidhipong W.