"Beatboyz Bangkok" เผยความสุขในการทำเพลง ในยุคที่มีแต่ความฉาบฉวย

"Beatboyz Bangkok" เผยความสุขในการทำเพลง ในยุคที่มีแต่ความฉาบฉวย
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

การเปลี่ยนแปลงของวงการเพลงสู่ยุคดิจิตอลนั้น ทำให้ค่ายเพลงอิสระและศิลปินอินดี้หลายคนขึ้นมาแจ้งเกิดมากมายในทุกวันนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือวง Beatboyz Bangkok วงดนตรี Experimental pop ที่มาพร้อมแนวดนตรีที่ไม่เหมือนใครจากค่าย Tata studio ซึ่งวันนี้พวกเขามาเยี่ยมทีมงาน Sanook! Music เพื่อเล่าถึงผลงานเพลงใหม่ "มนุษย์เมือง" และเล่าถึงประสบการณ์จากเวทีประกวดสู่การเป็นศิลปินเต็มตัวของพวกเขา

 

 

จุดเริ่มต้นของวง Beatboyz Bangkok คืออะไร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : พวกเราเป็นนักศึกษาจากคณะดุริยางคศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเราก็ประกวดรายการ Levi live on stage ที่เป็นงานฉลองครบร้อยปีของแบรนด์ ก็จาก 260 ก็เหลือสี่วงในรอบชิง พวกเราก็ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับสองครับ

 

คุณมดเคยอยู่วง ทะโมนแบนด์มาก่อน อะไรคือเหตุผลที่คุณมาฟอร์มวงใหม่

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : จุดเริ่มต้นคือผมได้เป็นนักดนตรีวง Kai-jo brother มาก่อน ก็ได้ความรุ้เรื่องการทำวงมาบ้าง เลยมาทำวงทะโมนแบนด์ แต่ตอนนั้นทางโซนี่อยากให้นักร้องเป็นผู้หญิง ผมเลยเล่นกลอง แต่งเพลง และ ร้องคอรัสบ้าง แต่ก็มีได้ร้องเต็มๆในเพลงพิเศษบ้าง

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok

แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของคุณมดมากจากไหน

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ก็เอาเรื่องที่ตัวเองเจอ และเรื่องคนรอบด้าน เป็นเรื่องของคนรอบตัว และตัวเองมาเป็นเนื้อหาของเพลงครับ

 

ทำไมคุณถึงใช้ชื่อวงว่า Beatzboy Bangkok

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ย้อนไปเมื่อตอนประกวด พวกเราก็ร้องตามปกติ พอลงจากเวที หลายคนก็งง คิดว่าพวกเราเป็นดีเจ เป็น EDM เพราะดูจากชื่อ แต่จริงๆแล้ว Beat มาจากคำว่าจังหวะ boy ก็เป็นเด็กผู้ชาย Bangkok ก็คือกรุงเทพ สถานที่ที่พวกเราเจอกัน  

 

 

ผลงานเพลงของวง Beatboyz Bangkok มีซาวด์หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ส เร็กเก้ ฮิปฮอป อะไรคือแนวเพลงหลักของวง ที่ต้องการสื่อออกมาให้คนฟัง

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : จริงๆเราเป็นบอยแบนด์ (หัวเราะ) คือเป็นแนวทดลอง Experimental pop คือมีความทดลองและหลากหลาย เร็กเก้ แจ๊ส โซล รวมถึงความชอบของน้องโจ้ มือกลอง น้องท็อปมือเบส มารวมกัน ถ้าเราเล่นแนวร็อกอย่างเดียว สมาชิกอาจจะไม่มีโอกาสได้เล่นในสิ่งที่เขาชอบ แบบนี้ก็ทำให้ทุกคนได้มีซาวด์ที่ชอบในเพลง

 

ในฐานะที่เราเป็นศิลปินที่มาพร้อมแนวเพลงที่แตกต่าง  ใครคือศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจให้สมาชิกวง Beatboyz Bangkok

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ผมมีเยอะมาก แต่ผมชอบวงคาราบาวที่สุด เพราะเขาสะท้อนความเป็นชีวิต และก็เอาวิธีการนำเสนอพวกเขามาใช้ในเพลงของพวกเราด้วยครับ

โจ้ Beatboyz Bangkok : ผมชอบศิลปินต่างชาติ ในแง่การพัฒนาการ แต่ถ้าชอบในมุมมองการถ่ายทอดเพลง ก็เป็นพี่ บอย Peacemaker ครับ ฟังยังไงก็รู้ว่าเป็นพี่เขาครับ

ท้อป Beatboyz Bangkok : ถ้าตอนเด็กๆผมจะชอบ Bodyslam และ Silly Fools แต่จริงๆชอบหลายคนมาก

 

โจ้ Beatboyz Bangkok

 

การทำงานของทางวงและค่าย Tata Studio เป็นอย่างไร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok: ค่ายนี้ก็จะเป็นค่ายใหม่ ที่ดูแลโดยพี่ ต้า Paradox ครับ พี่ต้าจะไม่ปิดกั้นในการทำงานและไอเดีย แต่จะบอกให้เราใช้ครีเอทีฟ จะไม่ใช้เงินนำ ต้องคิดเยอะ ว่าเราสนุกไหมที่เราทำ แต่จะคิดดให้เต็มที่ และแนะนำการทำงานอย่างมืออาชีพครับ  

 

ผลงานล่าสุด เพลง มนุษย์เมือง มีเนื้อหาอย่างไร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ตอนที่เราประกวด ในกติกาเขาให้เราแต่งเพลงขึ้นมาเพลงนึงได้ เลยทำเพลง  ”อยากอกหักแต่อุปสรรคติดที่หน้าตา” ขึ้นมา แต่พอลงจากเวที ก็เลยอยากทำอีกเพลงที่เป็นตัวเอง เสร็จแล้วผมกลับไปหาดใหญ่ เพื่อนที่ต่างจังหวัดเขาก็ถามว่าชีวิตเป็นอย่างไร เหมือนเราเป็น มนุษย์เมือง ไปแล้ว ก็เลยทำเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าชีวิตคนเมืองในแบบของเรา

 

 

สมาชิกแต่ละคน แบ่งหน้าที่ในเพลงนี้อย่างไรบ้าง

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ผมเองก็จะเป็นช่วยโปรดิวซ์เพลงนี้ และตอนทำดนตรีก็จะช่วยๆกัน  แต่ในส่วนมิวสิควีดีโอ น้องโจ้ก็จะช่วยหาโลเคชั่นและธีมต่างๆ และช่วยทำมิวสิควีดีโอครับ

 

เพลงนี้แตกต่างจากสองเพลงแรกอย่างไร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ต่างมากครับ แต่เพลงแรกไม่ได้สื่อสารอะไรมาก เป็นแนวหล่อแต่อกหักฮาๆ เพลง ข้อศอกกับดอกฟ้า ก็จะพูดถึงการแอบรัก แต่เพลงนี้จะพูดถึงชีวิตจริงของคน ที่นำเสนอในแนวดนตรีที่ใส่เครื่องเต็มที่เลย

 

เอ็มวีเพลงนี้มีเนื้อหาพูดถึงอะไร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : เนื้อหาตรงตัวเลยครับ ก็เป็นผู้หญิงทำงานออฟฟิศ ที่มีความฝันและใช้ชีวิตเกินตัว คือมีไลฟ์สไตล์ตามคนในเมือง แบบดูดีทุกอย่าง แต่ตอนสิ้นเดือนก็ต้องลำบากครับ

 

 

บทเพลง มนุษย์เมือง มีเนื้อหาพูดถึงความสุข อะไรคือนิยามความสุขของวง Beatzboy Bangkok

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : ความสุขเราคือการเล่นดนตรี ทำผลงานที่เราชอบ ตอนนี้เราก็ประสบความสำเร็จ ก็ได้ประกวด เป็นวงที่พี่น้องทำมาด้วยกัน ตอนนี้ก็มีซิงเกิ้ลและมินิอัลบั้ม และได้ทำงานกับทีมงานดีๆที่เป็นพี่น้องเรา ก็เป็นความสุขของพวกเราละ ก็อยากให้เพลงที่ออกไปเป็นความสุขของคนฟัง

 

วงการเพลงอินดี้เดี๋ยวนี้เปลี่ยนไปมาก สมัยก่อนต้องประกวดและเดินสายส่งเดโม่ แต่เดี๋ยวนี้สามารถทำเพลงแล้วอัพโหลดได้เลย รู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok :  มันก็เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน มันอาจจะง่ายในการโปรโมต แต่ความง่าย ก็จะทำให้คุณค่ามันลดลงไปมาก  แบบสมัยก่อนรออัลบั้มเป็นเดือน แบบถวิลหารอหน้าร้านขายเทปเราก็อยากได้ลายเซ็นศิลปิน มันมีคุณค่าและความอมตะ แต่ยุคนี้มันเร็วเกินไป ผมไม่ได้แอนตี้เทคโนโลยีนะครับ แต่ความเร็วทำให้เกิดความฉาบฉวยในการทำศิลปะในรูปแบบผลงานเพลง

 

การเข้ามาของโซเชี่ยล ก็ทำให้เกิดการละเมิดลิขสิทธิ์ ขึ้นเยอะมาก มันทำให้เรารู้สึกท้อบ้างไหม

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok :  ช่วงแรกนอยด์มากเลยครับ ผมเองมาจากวงที่เคยขายซีดีและเทปได้ แต่พอมีดิจิตอลดาวน์โหลดฟรี ยอดก็หายไป ตอนแรกรู้สึกแย่ แต่พอมาดูก็เห็นคนก็ยังคงเสพเพลงทุกยุคทุกสมัย มันอยู่ที่ตัวศิลปิน จะปรับตัวเข้ากับยุคและพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ แต่ก็ยังคงสนุกกับงาน คือถ้าศิลปินไม่มีความสุขกับงาน ไม่ว่าจะมีช่องทางจัดจำหน่ายที่ดีแค่ไหน มันก็ไม่เวิร์คครับ

 

ท้อป Beatboyz Bangkok

 

สมาชิกในวง Beatboyz Bangkok เคยผ่านการประกวดมาทุกคน คิดว่าอะไรคือเสน่ห์ของการประกวดดนตรี

ท้อป Beatboyz Bangkok : ก็สนุกดีครับ ได้ทำอะไรที่ไม่ทำ อย่างการประกวดได้ลองเล่นดนตรีแนวใหม่ๆที่ไม่ได้ทำ ตอนอยู่ในวง

โจ้ Beatboyz Bangkok :  ตัวผมตอนประกวดมันจะมีช่องทางในการอยู่ค่ายและเจอแมวมอง ถ้ามีคนดูผ่านเขาก็อาจจะเห็นคุณค่าในตัวเรา 

 

ในยุคนี้ก็จะมีวงดนตรีเกิดใหม่เยอะมาก อะไรคือสิ่งที่ทำให้วงของเราไม่เหมือนใคร

มดยักษ์ Beatboyz Bangkok : เราก็เหมือนร้านอาหารร้านหนึ่งครับ  ที่ทำสิ่งที่ชอบก่อน เราชอบอะไรก็จะทำเพลงที่อยากทำ อย่างเพลง มนุษย์เมือง คงไม่มีใครอยากลงทุน เพราะมีนักดนตรีเยอะมาก แต่วงอยากทำจริงๆ ถ้าเราทำสิ่งที่อยากทำ เราจะหาวัตถุดิบที่ดีที่สุด ทำรสชาติให้ดีที่สุด เราก็อยากให้เพื่อนได้ชิมกัน เจ๊งไม่ว่า เป็นแนวเจ๊สั่งลุยครับ!

 

คลิกชมมิวสิควีดีโอเพลง มนุษย์เมือง - ฺBeatboyz Bangkok ได้ที่นี่

เรียกได้ว่าถึงแม้จะเป็นศิลปินหน้าใหม่ แต่ประสบการณ์และผลงานพวกเขาไม่เป็นรองใครเลย ซึ่งแฟนเพลงสามารถติตตามพวกเขาได้ที่เฟสบุ๊ควง Beatboyz Bangkok และรอชมผลงานที่จะมาพร้อมเซอร์ไพรส์อีกมากมายของพวกเขาได้เร็วๆนี้