ใน “วันที่พ่อไม่อยู่” ของ ว่าน ธนกฤต

ใน “วันที่พ่อไม่อยู่” ของ ว่าน ธนกฤต
S! Music (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากวันที่แผ่นดินไทยร่ำให้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต เราในฐานะลูกทุกคน ของพ่อหลวงย่อมรู้สึกเศร้าใจและสับสนว่าจะใช้ชีวิตกันต่อไปอย่างไร ใน “วันที่พ่อไม่อยู่”

 

นักแต่งเพลงกลุ่มหนึ่งใช้เพลงหนึ่งเพลง บอกเล่าความรู้สึกนี้

เพลงที่เขียนขึ้นคืนนั้นหลังจากวันแห่งความเศร้าเสียใจของคนไทยทุกคน ว่าน ธนกฤต จะมาบอกเล่าเรื่องราวของบทเพลงถวายอาลัยแด่พ่อเพลงนี้ “วันที่พ่อไม่อยู่”

 

ว่าน : “เริ่มต้นกันคืนวันที่ 13 เลยครับ วันที่พี่น้องชาวไทยทุกคน ร่วมทั้งผม และว่านไฉ  ได้ฟังแถลงการณ์ เรื่องที่เราไม่ได้เตรียมหัวใจ ที่จะรับมือ นั่นคือการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ครั้งนี้ครับ ทำให้วันนั้นผมนอนไม่หลับ ก็เลยนัดกันออกมากินข้าวคุยกัน”

 

สิ่งที่ว่าน เห็นในวันนั้น บรรยากาศที่บ้านเขาค่อนข้างแย่ และคิดว่าทุกๆ บ้านก็คงจะเป็นอย่างนั้น

 

ว่าน : “คุณพ่อคุณแม่ผมเอง ท่านเหมือนกับไปเป็นเด็กอีกครั้งหนึ่ง เหมือนว่าความเป็นลูกในตัวเอง ก็งอแงขึ้นมา เป็นเด็กที่ไม่พร้อมที่จะรับความเจ็บปวดและสูญเสียครับ พอนั่งคุยกันไปซักพักก็เลยคิดว่า ถ้าเราแสดงออกถึงความจงรักภักดี หรือถวายความอาลัยด้วยสิ่งที่เราถนัดและพอจะทำได้ เหมือนเรายังทำงานหน้าที่เราอย่างเต็มที่ เราก็น่าจะทำ ก็เลยตัดสินใจว่า เราลุยเขียนเพลงนี้เลยดีกว่า ก็เริ่มคืนนั้นเลยครับ”

 การรวบรวมศิลปินพี่น้องผองเพื่อนในวันนั้นช่างง่ายดายสำหรับว่านมาก เพราะทุกคนล้วนเต็มใจจะมาร่วมงานกันในการทำให้เพลงนี้เสร็จลุล่วงเพื่อถวายอาลัย

 

 

ว่าน : “คืนแรกมีผมกับ ว่านไฉ (อคิร) เริ่มเขียนเนื้อร้องทำนองกัน พอเสร็จอีกวันก็เริ่มระดมสมาชิกที่จะมาร่วมทำงานกัน ซึ่งเป็นเรื่องง่ายมากครับ ก็เลยชวนพี่ จั๊ก ชวิน มาช่วยเรียบเรียงดนตรีเพลงนี้ให้ เพราะร่วมงานกันมาบ่อยแล้วเหมือนกัน และสมาชิกอีกหลายๆก็ตามมาอัดกันวันนั้นเลยครับ”

 

แล้วตัวทีมงานของเพลงนี้อยากจะสื่อสารอะไรออกมาให้เราได้ยินกัน

 

ว่าน : “ผมคิดว่าเรื่องของความเป็นลูกนี่แหละครับ เราตั้งใจว่าจะทำเพลงให้พ่อหนึ่งเพลง เป็นเพลงที่ขออนุญาตใช้ชุดคำสามัญทั้งหมด เพื่อความเข้าใจที่ง่าย สื่อสารกันได้ง่าย เหมือนเป็นภาษาที่เราพูดกับพ่อมาเสมอ”

 

มุมมองของลูกที่ไม่ได้พร้อมจะเจอกับการสูญเสียครั้งนี้ ไม่ได้ต้องการจะลาจากกัน แต่ถ้าถึงเวลาที่พ่อจะได้พักจริงๆ ก็ขอให้พักให้สบายที่สุด ไม่ต้องกังวลอะไรอีกเลย นี่คือสิ่งที่ว่าน ธนกฤต อยากจะสื่อสารแทนใจพวกเขา และคนไทยทุกคน

 

ว่าน : “เป็นเพลงแห่งความคิดถึง ที่พวกเราได้ร่วมทำด้วยกันครับ”

 

บรรยากาศในการทำงานวันนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่ทุกคนจะพร้อมและตั้งสมาธิกับการทำงาน เพราะความเสียใจปกคลุมความรู้สึกของพวกเขาอยู่

ว่าน : “พวกเรามีความตั้งใจอยากทำอย่างมากครับ แต่ว่าพอหันไปดูหน้ากัน ก็รู้สึกว่าไม่มีใครมีสภาพที่พร้อมทำงานเลยอ่ะครับ มันหม่นๆ อย่างตอนที่หันไปถามกันว่า ท่อนนี้เอาไงต่อดี ก็ เอ้ย ลืมอีกแล้ว มันก็เป็นสภาพจิตใจที่ไม่ได้พร้อมจะทำงานแต่ว่า ความตั้งใจพวกเราก็มีอยู่เต็มเปี่ยม งานก็ค่อยๆ เดินไป แบบช้าๆ”

 

แต่ว่าน เองก็ยังยืนยันว่า นี่คือวิธีการถวายอาลัยแด่พ่อที่เขาตั้งใจ นั่นคือการทำงานตามหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ตามที่พระองค์ทรงเคยพระราชทานพระบรมราโชวาทไว้

 

 

ว่าน : “ สำหรับตอนนี้ผมรู้สึกดีที่มีบทเพลงหลายๆบทเพลงในช่วงนี้ มีแค่ความตั้งใจของลูกๆ ชาวไทยทุกคน และรวมถึงนักร้อง นักแต่งเพลง คนทำเพลงที่มาร่วมพลังกัน สร้างสรรค์เพลง ซึ่งแต่ละเพลงก็สื่อสารความหมายออกมาในทิศทางเดียวกันหมด มันทำให้เราเห็นว่าพวกเรารักกัน และพวกเรารักพ่อขนาดไหน ผมเริ่มเห็นความเหนียวแน่น แข็งแรง ที่พวกเราจะร่วมเดินต่อไปกันแล้ว”

สุดท้ายว่านทิ้งท้ายกับเราว่าบทเพลงที่พวกเขาสร้างสรรค์มา เขาอยากถ่ายทอดให้รู้ว่า เราจะยังยืนอยู่ต่อไปไหว ถ้าเราทำตามสิ่งที่พ่อเคยสอนไว้

 

ว่าน : “ผมยังยืนยันแบบเดิมว่า พระองค์ท่านทรงรักในการทรงงาน และรักในงานที่พระองค์ท่านได้ทำ ดังนั้นผมคิดว่า เราในฐานะลูก และคนไทยหนึ่งคน จะแสดงความจงรักภักดี และถวายความอาลัยได้อย่างดีที่สุด ก็คือเรารับผิดชอบหน้าที่ตัวเองให้ดีที่สุด สมกับที่เรามีพระองค์ท่านทรงงานเป็นแบบอย่างมาตลอด 80 กว่าปีครับ”

 

ขอขอบคุณแทนใจคนไทยทุกคนสำหรับบทเพลงแห่งความคิดถึงพ่อ จาก ว่าน ธนกฤต , ว่านไฉ อคิร และ ทีมงาน

 

ขอบคุณภาพจาก Facebook ว่าน ธนกฤต

Story : Rangsan Panyajai