"PACK 4" เพราะคิดถึงจึงกลับมา 12 ปีกับภาพความทรงจำครั้งใหม่!

"PACK 4" เพราะคิดถึงจึงกลับมา 12 ปีกับภาพความทรงจำครั้งใหม่!
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

เมื่อ genie records จับ 4 ขุนพลร็อกแถวหน้าของเมืองไทยมารวมตัวกันอีกครั้ง หลังจากที่ได้สร้างความประทับใจอย่างท่วมท้นไปเมื่อปี 2547 กับคอนเสิร์ตฉลอง 20 ปี จีเอ็มเอ็มแกรมมี่และเมื่อเวลา 12 ปีผ่านไปความคิดถึงและประสบการณ์ทางดนตรี ด้วยเพลงฮิตของแต่ละศิลปินที่เกิดขึ้นมากมาย ปั๊บ Potato ,  กวาง AB Normal  , แบงค์ Cash  และ หนุ่ม KALA จึงพร้อมที่กลับมาแท็คทีมระเบิดความมันส์กันอีกครั้งใน “PACK4 TURN BACK CONCERT” 

เพียงแค่ข่าวแพร่กระจายออกไปถึงการรวมตัวสู่แฟนเพลง กระแสตอบรับและการโหยหาที่จะได้มารำลึกถึงเรื่องราวในอดีตที่โตมาด้วยกันกับบทเพลงที่มีเรื่องราวชีวิตของพวกเค้าอยู่ในนั้น การแชร์ในโลกโซเชียลที่ร้อนแรงจึงเกิดขึ้นอย่างมากมาย

Sanook!Music จึงไม่พลาดที่จะนัดพูดคุยถึงที่มาของการรวมตัวในคอนเสิร์ต ความรู้สึก ความคิดถึง และเรื่องราวการทำงานเพลงจากอดีตสู่ปัจจุบัน การปรับตัวตามสมัยต้องทำอย่างไรให้ถูกใจแฟนเพลงที่เลือกเสพย์ศิลปะในรูปแบบเสียงเพลงที่พวกเค้าถ่ายทอด และขณะเดียวกันพวกเค้าก็ต้องทำเพลงให้ถูกใจตนเองอีกด้วย เพื่อที่จะมีแรงขับเคลื่อนต่อไปในความสมดุลของยุคสมัยนี้!

4 หนุ่ม PACK4 การันตีความมันส์ใน "PACK4 Turn Back Concert"

ที่มาของคำว่า  PACK 4  คืออะไร

ปั๊บ potato : (หัวเราะ) คือ PACK 4 มาจากเราทั้ง 4 ครับ P คือ Potato A คือ AB normol C คือ CLASH และ K คือ KALA ก็คือการเอาตัวหนังสือนำหน้าของแต่ละวง ก็เป็น PACK 4 รวมกันเป็น 4 คน ในยุคนั้นก็จะมีการ Tribute เพลงเก่าๆของพี่เต๋อ  และเพลงเก่าๆของศิลปินหลายๆท่าน

แบงค์ CLASH : เพราะตอนนั้นครบรอบ 20 ปีของแกรมมี่ด้วย  เป็นวาระนั้นครับ

 

12 ปีที่แล้ว กับการรวมในครั้งนี้ แตกต่างจากเดิมยังไงบ้าง

แบงค์ CLASH : ที่แน่ๆเลยคือ ด้วยวุฒิภาวะที่สูงขึ้น ประสบการณ์ ความเสถียรของนักร้องแต่ละคนและนิ่งขึ้น พวกเราผ่านอะไรต่างๆมาเยอะแยะ เพราะฉะนั้นครั้งนี้กับครั้งที่แล้วจะแตกต่างกันโดยบนเวทีโดยสิ้นเชิงครับ

ทำไมถึงมีการรวมตัวของ  PACK 4 ขึ้นมาอีกครั้งในรอบ 12 ปี

แบงค์ CLASH :  มันคงถึงเวลาที่เราควรกลับมาทำอะไรสนุกๆกันมากกว่า ที่สำคัญตอนนี้ทุกคนก็มีเพลงฮิตที่มากกว่าเดิม วันนี้เราจึงอยากจะย้อนเวลาไปในวันนั้นอีกครั้งว่า….เฮ้ย! เราเคยร้องเพลงด้วยกันนิหว่า ทั้งๆที่โอกาสมันมีน้อยมากที่จะมารวมตัวกันเป็น 4 คนแบบนี้ เพราะทุกคนก็มีภาระหน้าที่ในฐานะศิลปินนักร้องกันไปในแต่ละวง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมว่ามันน่าสนใจ น่าสนุกดี

เพลงที่จะถูกนำมาร้องในคอนเสิร์ต จะเป็นเพลงเก่าของศิลปินท่านอื่นเหมือนเดิมอีกไหม หรือจะเป็นเพลงฮิตติดชาร์ทของศิลปินแต่ละคน

แบงค์ CLASH : เหมือนอย่างที่บอกครับว่าเพลงฮิตของพวกเราเยอะขึ้น ฉะนั้นวันนี้เรียกว่าเพลงเก่าได้แล้ว ที่เป็นของตัวเอง คนไม่ได้กลับไปเก่าแบบวันนั้น วันนี้เราจะเอาเพลงเก่าของตัวเองที่แหล่ะ มาร้องกัน เล่นกัน

ปั๊บ Potato : ใช่ฮิตมากๆ คือพวกเราตั้งใจกันว่าจะไม่มีการกั๊กอ่ะครับ คือเพลงที่อยู่ในคอนเสิร์ต 30-40 เพลง ทุกคนต้องร้องทุกเพลงได้ทั้งช้าและเร็ว ผมว่ามันจะเป็นคอนเสิร์ตที่แบบหาดูได้ยากและความรู้สึกที่จะเป็นแบบนี้น้อยมาก เพราะมันจะไม่ใช่เป็นแบบเฟสติวัลหรือเทศกาลดนตรี แต่มันคือการมารวมตัวกันในวันๆนึงที่น่าสนุก ส่วนตัวผมตื่นเต้นนะ (ยิ้ม)

 

อยากทราบว่าแต่ละคน ในการกลับมารวมตัวกันครั้งนื้ รู้สึกยังไงบ้าง

หนุ่ม KALA : ดีใจครับ คือครั้งแรกที่ค่ายติดต่อมาผมค่อนข้างจะตื่นเต้นเลยไม่คิดว่าโปรเจกต์นี้มันจะกลับมา มันผ่านไปนานมากถึง 12 ปีแล้ว คือส่วนตัวผมรู้สึกแฮปปี้กว่าวันนั้นอีก เพราะวันนั้นอาจจะเป็นเพราะงานเยอะเราไม่ค่อยได้เจอกัน ต่างคนต่างทัวร์หนักก็มารวมตัวกันแค่ถ่ายรายการแล้วก็เล่นคอนเสิร์ตใหญ่เลย แต่วันนี้ได้มาสัมภาษณ์สื่อได้ถ่ายโปสเตอร์ด้วยกัน ได้พูดคุยกันยิ่งรู้สึกว่าอยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เพราะมันน่าจะมันส์

กวาง AB Normal : เป็นโปรเจกต์ที่ตอบตกลงได้ง่ายมากเลย (หัวเราะ) โทรมาปุ๊บ จะมีการจัดคอนเสิร์ต PACK 4 รวมตัวกัน โอ๊ว! ทั้งๆที่เรา 4 คนเดินเจอกันบ่อยมากนะครับ ตามงานโน้นนี่แต่เราไม่เคยปิ๊งมาในหัวว่าทำไมเราไม่กลับมารวมตัวกันสักที แต่พอมีโปรเจกต์นี้จะเกิดคือตัดสินใจได้ง่ายเลยคือเอาด้วยแน่ๆ

ปั๊บ Potato :  ดีครับ (ยิ้ม) ดีมาก ส่วนตัวคือคิดถึงทุกคนอยู่แล้ว คิดถึงเพื่อนๆ แต่ไม่คิดว่าจะได้มารวมกัน พอได้มารวมเลยคิดว่ามันต้องเป็นอะไรที่สนุกแน่ๆเลย แล้วก็ไปนึกถึงแฟนเพลงของแต่ละคน แต่ละวงผมว่ามันน่าจะแฮปปี้มากครับ คิดแล้วมีแต่เรื่องที่เป็นบวกครับ ดีใจที่ได้มาเจอ แล้วทัศนะคติของแต่ละคนก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เหมือนเราได้มาระลึกความหลังและเรียนรู้ในสิ่งที่เพื่อนๆแต่ละคนเป็นด้วยในปัจจุบัน แฮปปี้มากครับ ผมแฮปปี้สุดๆเลย

แบงค์ CLASH :  ผมไม่ตื่นเต้นนะ ไม่ตื่นเต้นเลย เป็นคอนเสิร์ตที่ไม่มีความกดดันอะไรเลย คือสบายๆอ่ะ เพราะเรารุ่นเดียวกันหมดเลย อยู่ในยุคเดียวกัน (ยิ้ม)

ปั๊บ Potato :  ฮ่าๆๆๆ ออกอัลบั้มในช่วงเวลาเดียวกัน ไล่เลี่ยกัน

แบงค์ CLASH : ซึ่งเวลาเจอหน้ากันไม่เหมือนศิลปิน ซึ่งเวลาเราเจอหน้าศิลปินคนอื่นเราก็รู้สึกว่าเค้ามีกำแพง บางทีเราก็มีกำแพง แต่ 4 คนเรามันไม่มีกำแพงคือยื่นมือทะลุกระจกไปเลย ความสัมพันธ์มันเป็นแบบนั้น ดังนั้นครั้งนี้จึงไม่มีความกดดันอะไรเลยหรือตื่นเต้นอะไร มันเหมือนแบบ เฮ้ย!เรามาซ้อมดนตรีกัน สนุกสนานกันเท่านั้นเองครับ

พวกคุณคิดว่าวงการเพลงไทยในสมัยนี้กับในอดีต การทำงานเพลงใหม่ๆให้โดนผู้ฟังมีความยากง่ายแตกต่างกันอย่างไร

กวาง AB Normal : ตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตก็แตกต่างแล้วนะครับ ตั้งแต่ยุคเทปคาสเซ็ทจนยุคอนาล็อกหมด จนเปลี่ยนมาเป็นยุคดิจิตอล ข้อดีและข้อเสียมันก็มีต่างกัน ข้อดีคือทุกวันนี้เราสามารถที่จะใส่อารมณ์บางอย่างใส่เข้าไป แทนที่เราจะต้องอยู่ในห้องอัด 12 ชั่วโมงเพื่อที่จะร้องให้มันได้อย่างที่ต้องการ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมีการตกแต่งให้ฟังแล้วได้แบบที่เราต้องการได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้นนี่คือวิธีการที่ทำงานเปลี่ยนไป 

สถานที่ทำงานเมื่อก่อนต้องเป็นห้องอัดขนาดใหญ่มากเดี๋ยวนี้ก็อยากจะสามารถทำที่ห้องอัดขนาดเล็กได้โดยที่เสียงออกมาหรูหราใช้ได้ และการนำเพลงที่เราทำเสร็จแล้วออกไปสู่คนฟังวิธีการเปลี่ยนอีก เมื่อก่อนต้องแถลงข่าวใหญ่จัดคอนเสิร์ตใหญ่ค่อนข้างที่จะยุ่งยาก เดี๋ยวนี้เราสามารถส่งเพลงหรือส่งข้อความไปหาคนฟังได้อย่างรวดเร็ว แต่ข้อเสียมันก็มีบ้างพออะไรที่มันง่ายปุ๊บความใส่ใจมันก็จะน้อยลง การที่แฟนเพลงเมื่อก่อนคุยกับเราต้องมาเขียนจดหมายยาวๆ เดี๋ยวนี้มีมาบางครั้งสั้นนิดเดียวก็ไม่รู้จะตอบยังไงความละเอียดอ่อนในการสื่อสารมันก็น้อยลงไปบ้างครับ ก็มีบางอย่างที่เสียดายแต่บางอย่างก็ดีครับ

ปั๊บ Potato :  มีทั้งยากทั้งง่ายครับ เราก็ต้องปรับตัวตามยุคตามสมัยที่มันต้องเป็น เมื่อก่อนเราอาจจะทำบางที 10 เพลง 20 เพลง เพื่อรวมอัลบั้มเดี๋ยวนี้ก็ทำ 3 – 4 แล้วเราก็คุยแผนกัน แล้วก็ออกมาเป็นทีละ Single ซึ่งถามว่ามันก็มีคุณค่าในแบบของปัจจุบัน แต่อัลบั้มเราก็ยังทำเก็บไว้ได้อยู่ จะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่ายเหมือนกัน เรียกว่าเป็นสิทธิ์ของคนฟังแล้วอ่ะครับไม่มีการเอาสื่อมาครอบอีกต่อไป

ไม่ใช่แค่มีช่องแค่เท่านี้ เท่านั้น มีทุกอย่างเยอะมากและสื่อทุกอย่างอยู่ใน แท็บเล็ต มือถือ ในโลกอินเตอร์เนตหมดแล้วเพราะฉะนั้นผลคิดว่าผลประโยชน์ตรงนี้ ตกอยู่ที่ผู้บริโภคเท่านั้นเค้าสามารถเลือกเสพย์ได้อย่างที่ใจเค้าจะเลือกเสพย์จริงๆ พวกผมก็ต้องตั้งใจทำงานให้ดีทำเพลงให้เพราะและทำเพลงให้ถูกใจพวกผมด้วย เพื่อที่จะมีแรงที่จะขับเคลื่อนต่อไปและถูกใจคนฟังด้วยก็จัดสมดุลมันให้ดีเท่านั้น

แบงค์ CLASH : พอมันกว้างมากขึ้นเหมือนทุกวันนี้ก็ทำเพลงยากขึ้นด้วย ในสมัยก่อนรู้สึกว่าเราทำเพลงฮิต มันไม่ได้ยากเหมือนทุกวันนี้ ทุกวันนี้ผมว่าคำว่าเพลง Pop เนี้ย ทำยากที่สุดแล้วตั้งแต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดเพราะว่าด้วยคอร์ดด้วยอะไรมันมีสิทธ์ที่จะไปวนๆเจอกันเพลงโน้น ซึ่งการทำเพลง Pop ที่ฮิตและเป็นสิ่งใหม่มันยากมากอยากที่ปั๊บบอกว่ามันกว้างมากขึ้นเข้าถึงทุกอย่าง

มันทำให้การดึงคนเข้ามาฟังเรามันยากกว่าวันก่อน เพราะทุกอย่างรอบตัวเต็มไปหมดเลยเป็น 1,000 เพลงซึ่งวัฒนธรรมการซื้อเทปหรือซื้อซีดีแล้วฟังอัลบั้มนึงอ่านเครดิตทั้งหมดว่าใครแต่งมันไม่มีแล้ว ไม่มีใครเสพย์แพ็กเกจอีกต่อไปแล้วฉะนั้นเด็กสมัยนี้ก็จะเสพย์เพลงทีนึงโหลดทีก็ 200-300 เพลง เราก็ไม่รู้ว่าเด็กเค้าชอบอะไรกันแน่ เพราะก้ยังไม่รู้เลยว่า 200 เพลงนั้นคือแนวอะไร เลยจับต้องไม่ได้เลยเดาอะไรไม่ถูกเหมือนกันนะบางที

หนุ่ม KALA : คือจริงๆแล้วถ้าถามว่ามันแตกต่างยังไง ส่วนตัวแล้วถ้าผมชอบอันไหน ผมก็ชอบทั้ง 2 แบบนะครับแต่ก็ยังติดอยู่กับการทำเพลงที่เป็นอัลบั้มอยู่เพราะว่าการทำงานในห้องอัดคือหนึ่งอัลบั้มมันใช่ที่จะมีแต่เพลงเพราะ เพลงที่ไม่เพราะและไม่ใช่เพลงที่ขายบางทีมันเป็นเพลงที่บอกตัวตนเราเหมือนกัน บางทีเพลงเหล่านั้นมันอาจจะทำให้เราเดินทางไกลมาขนาดนี้ก็ได้

แต่ว่าข้อดีของการเป็นซิงเกิ้ลคือว่ายุคนั้นใครออก 1 อัลบั้มเพลงโปรโมทแรกไม่มา เพลงโปรโมทที่ 2 ไม่มา เพลงโปรโมทที่ 3 ถ้ายังไม่มาอีกเนี้ย อีก 7 เพลงที่เหลือไม่ต้องโปรโมทแล้ว หมดสิทธิ์แล้วคือมันจะหายแน่ๆ แต่ยุคนี้ไม่ใช่นะครับสมมุติว่าเพลงแรกผมไม่มา เพลงที่ 2 ไม่มาอีก เพลงที่ 3 คุณก็ยังมีสิทธิ์ดังมากได้อยู่  เหมือนทุกอย่างมันเป็นการเริ่มต้นได้ตลอดนั่นเป็นข้อดี มันก็ดีกันคนละแบบต้องอยู่โดยการปรับตัวเองบ้าง ปรับเปลี่ยนกันไปอาจจะทำเพลงยากขึ้นหลักๆก็คงเริ่มจากความชอบของตัวเองก่อนครับ

 

นอกจากจะมีคอนเสิร์ตแล้ว แต่ละคนจะมีผลงานเพลงอะไรบ้างไหมเร็วๆนี้

หนุ่ม KALA : เดือนสิงหาคมนี้ก็จะมีปล่อยซิงเกิ้ลที่ 4 เพลงนี้ผมไม่ได้มองจากตลาดเลยว่ากำลังทำอะไรกันอยู่ ผมมองจากตัวเองเลย ปล่อยเพลงมี 2-3 เพลง ทำงานหนักมาปีสองปีแล้วตอนนี้ผมต้องการอะไร ผมเริ่มทำจากตรงนั้นเลยแล้วขยายใหญ่ขึ้นเร็วๆนี้คงได้รู้กันครับ

แบงค์ CLASH : เดือนสิงหาคมเหมือนกันครับหลังจากที่เป็นเพลงแบบ R&B แบบที่ชอบมาหมดแล้ว HipHop , EDM แล้วก็มีคำถามเข้ามาว่าทำไมพี่แบงค์ไม่ทำเพลงแบบที่พวกเค้าอยากได้ยินกันในเพลงแบบเดิมๆกลิ่นเดิมๆ และซิงเกิ้ลนี้จะเป็นแบบนั้น เป็นแบบที่ทุกคนรอมา 5-6 ปี ในแบบแบงค์ที่ทุกคนเข้าใจมาก่อนแบบนั้น และมี ซีรี่ย์หัวใจและไกปืน ในเดือนสิงหาเหมือนกัน ปลายปีมีละครเวทีของพี่บอยครับ

ปั๊บ Potato : มีเพลงสนุกๆออกเดือนสิงหาคมเหมือนกันครับ ก็จะมีทยอยออกมาหลังจากที่หายไป 6-7 เดือน

กวาง AB Normal : กวางก็อยู่ในช่วงจัดของย้ายบ้านเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ (ยิ้ม) ย้ายมาอยู่กับค่าย จีนี่ เรคคอร์ด แล้วนะครับช่วงนี้คงจัดของในบ้านให้เสร็จก่อนเดี๋ยวก็เริ่มทำงาน สักประมาณช่วงต้นปีประมาณแถวๆนั้นน่าจะได้ฟังเพลงใหม่กันครับผม

คิดว่าคอนเสิร์ต  “PACK 4 TURNS BACK CONCERT” (แพ็คโฟร์ เทิร์น แบ็ค คอนเสิร์ต  ในวันเสาร์ที่ 3 ก.ย.59 ที่ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ) ในครั้งนี้ จะแตกต่างจากครั้งที่แล้วอย่างไร มีความพิเศษยังไงบ้าง

ปั๊บ Potato : จริงๆแล้วอยากให้ไปดูกันวันนั้นเองเนอะ แต่หลักๆคือเรื่องของเพลง ไม้ตายของพวกผมคือเพลงฮิต เพลงที่ทุกคนรู้จัก เพลงที่ทำให้พวกผมเป็นอยู่ทุกวันนี้ทั้งในอดีตจนถึงปัจจุบัน จะขนมาให้ได้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงเพลงพิเศษๆที่ในคอนเสิร์ตจะต้องมีด้วยอยู่แล้ว อยากให้ไปดูในวันนั้น แต่ที่แน่ๆพกเสียงไว้ให้ดี เตรียมความพร้อมไว้ให้ดี ไม่อยากให้พลาดเลยครับโอกาสที่จะรวมตัวกัน 4 คนอยากมาก ทำเพลงใหม่ยังจะง่ายกว่า (หัวเราะ) เพราะว่าจะหาคิวที่ตรงกัน มาซ้อม มาเล่นคอนเสิร์ตด้วยกันมันยากมาก คิดถึง อยากให้มาร้องเพลงในวันนั้นกัน น่าจะเป็นวันที่รู้สึกดีด้วยกันวันนึงครับ

ได้ฟังแบบนี้แล้ว เชื่อว่าขาร็อกทุกคนแทบจะอดใจรอไม่ไหวแน่ ๆ กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสำคัญในรอบ 12 ปี ของพวกเค้า ที่จะพาย้อนเวลามันส์ใน “PACK4 TURN BACK CONCERT”  การรวมกันของ 4 ร็อกชั้นนำของประเทศ  มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในภาพทรงจำครั้งใหม่ กับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบที่จะรวมทุกเพลงฮิตของ 4 ศิลปินตั้งแต่อัลบั้มแรกถึงอัลบั้มล่าสุด มาให้ทุกคนร้องและกระโดดตามกันให้ฮอลล์สะเทือน พร้อมกันในวันเสาร์ที่ 3 กันยายน 2559 ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และใครที่ยังไม่มีบัตรสามารถจับจองได้แล้วที่ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาจ้า งานนี้ Sanook!Music ไม่ขอพลาด!!