This Is Me VATANIKA - Episode 2 เราควรเรียนรู้ที่จะเปิดใจ

This Is Me VATANIKA - Episode 2 เราควรเรียนรู้ที่จะเปิดใจ

 

 

หลังจากที่ EP แรกของ This Is Me VATANIKA - Episode 2 ทำให้คนดูรับรู้ถึงบุคลิกและลักษณนิสัยของแพร-วาทนิกา (อย่างน้อยก็คือในมุมที่เธออยากจะให้คนดูได้เห็นนั่นแหละ) ซึ่งมีลักษณะรายการคล้ายกับเรียลลิตี้ตามติดชีวิตคนดังฝั่งอเมริกาที่มีมาตั้งแต่ยุคปี 2003 อย่าง The Simple Life ที่เอาสองพี่น้องไฮโซอย่างปารีส ฮิลตันและนิโคล ไปใช้ชีวิตแบบบ้านๆ ห่างไกลความเริ่ดหรู (จนบ้านเราก็มีรายการที่ละม้ายคล้ายคลึงกันตามออกมาอย่าง “ไฮโซบ้านนอก”) หรือกระทั่งเรียลลิตี้ชื่อดังที่อย่าง Keeping Up With The KARDASHIANS ที่ตามติดชีวิตไฮโซตระกูลคาร์เดเชี่ยนซึ่งออกอากาศมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2007 จนถึงปัจจุบัน และประสบความสำเร็จอย่างสูง เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าชีวิตของไฮโซก็เป็นมุมมองหนึ่งที่ชนชั้นกลางหรือคนหาเช้ากินค่ำอาจจะไม่มีโอกาสได้ก้าวล่วงเข้าไปสัมผัสและรายการเหล่านี้ก็เป็นเหมือนความแฟนตาซีอย่างหนึ่งเหมือนกัน

 

 

ทำไมรายการเรียลตี้จึงต้องเตรียมสคริปเอาไว้เป็นแนวทาง ก็เพื่อสามารถให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่างน้อยการใส่สถานการณ์อันน่าตื่นเต้นเข้ามา ย่อมทำให้ผู้ชมรู้สึก “สนุก” ไม่อย่างนั้นเราดูกล้องวงจรปิดแทนก็ได้ถูกไหมล่ะจ๊ะ ยิ่งไปกว่านั้นการคัดสรรค์เหตุการณ์ต่างๆตัดมายำรวมกันก็เป็นขั้นตอนหนึ่งที่ทำให้โชว์มีความน่าสนใจขึ้น (ทำไมเราถึงต้องมีโมเมนต์แบบคุณแพรคุยกับสา แม่บ้านประจำเรสสิเดนท์ อย่างเช่นตอนล่าสุดที่สามาบอกคุณแพรว่าชุดยูนิฟอร์มล็อตใหม่ เธอสวมใส่แล้วรู้สึกหยาบๆไม่สบายตัว ก็เพราะว่าใน EP แรกแม่บ้านอย่างสา นี่แหละกลายเป็นคนขโมยซีนประจำรายการจนคนเอาไปตั้งเป็นแฮชแท็กกันให้เต็มหน้าฟีด Facebook เลยต้องมีซีนให้สาได้ออกมาพบปะคนดูบ้าง) เช่นเดียวกับ This Is Me VATANIKA EP 2 ที่ตอนนี้เน้นให้ผู้ชมได้เห็นมิติการทำงานของแพรและการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเธอกับคนรอบข้างมากยิ่งขึ้น

 

 

สิ่งที่ดู “จริงโดยปราศจากการปรุงแต่ง” ที่สุดใน EP ที่ 2 นี้คือการที่แพรนำชุดที่เธอลงทุนไปเดินตรวจตลาดที่ประตูน้ำเมื่อ EP ที่แล้วและเอามาให้บรรดาทีมตัดเย็บของเธอดูผลงาน เพื่อลองเชิงและดูท่าทีว่า บรรดาช่างรู้สึกยังไงกับชิ้นงานเหล่านี้ ทีมช่างต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันทันทีหลังจากจับชิ้นงานว่า “นี่ไม่ใช่งานของเรา” ถึงจะเหมือนแค่ไหนแต่ก็ไม่ใช่งานของเราเลย การที่เราได้เห็นสีหน้าของช่างใน VATANIKA และคุณแพร ที่ยิ้มและตลกขบขันไปกับชิ้นงานของก็อปเหล่านี้ จริงๆแล้วมันเป็นเจตนาแอบแฝงที่คุณแพร มองว่ามันคือกำลังใจสำคัญที่ทำให้คนทำงานมองเห็นคุณค่าของชิ้นงานตัวเอง ในการสร้างสรรค์ผลงานสักชิ้นออกมา เพราะท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าใครก็ตามก็ไม่สามารถลอกเลียนตัวตน หรือจะเป็นร่างก็อปปี้ของใครได้อยู่ดี อยู่ที่ว่าเราจะวางอีโก้และคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางโลกอยู่ตลอดกาลหรือไม่ เห็นได้ชัดเจนเลยว่าในโลกธุรกิจนั้น แพร-วทานิกา อาจจะได้ยินเรื่องงานเลียนแบบมาหนาหู แต่เธอก็เลือกที่พัฒนาชิ้นงานของตัวเอง และเดินนำหน้าแบรนด์เสื้อผ้าแฟชั่นที่ละม้ายคล้ายคลึงกับผลงานของเธออยู่ตลอดเวลา  

 

 

ช่วงที่แพรเดินทางไปยังกองถ่าย เพื่อทำงานกับนางแบบที่เตรียมถ่ายลุคบุค (Look book Fashion) เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นวิธีคิดของคนอื่นๆทีมีต่อแพร วาทนิกา ที่น่าสนใจมากๆ โดยเฉพาะตอนเธอที่ทำงานร่วมกับตากล้องอย่างพี่จอร์จ ธาดา วาริช มือวางอันดับต้นๆของช่างภาพแฟชั่นเมืองไทย ซึ่งอธิบายบุคลิกของเธอว่า แพรมีบุคลิกที่ใส่ใจรายละเอียดต่างๆในการทำงาน รวมไปถึง “สังเกตผู้ร่วมงาน” อันเป็นบุคลิกของคนที่มีความเข้าใจคนอื่น เช่นเดียวกันกับความเห็นของตากล้องแฟชั่นอีกหนึ่งคนอย่างพี่ณัฐ ประกอบสันติสุข ที่มองว่าคุณแพรเป็นคนทำงานแบบมืออาชีพ และเป็นแรงบันดาลใจให้กันและกัน ที่อยากจะพัฒนาและผลักดันผลงานของแต่ละฝ่ายกันอยู่ตลอดเวลา ใน EP2 เราจึงได้เห็นแพร วาทนิกาเปิดใจ เปิดมุมมองการทำงานของเธอให้เราได้เห็นมากยิ่งขึ้น ว่าเธอก็ไม่ได้เป็นแค่สาวไฮโซขี้จุกจิก (เรื่องอ่างทองเหลือง) และมีบุคลิกพิลึก (แช่เงินในตู้แช่ไวน์) นั่นเอง

 

 

แต่ท้ายที่สุดการที่เธอพยายามทำให้ผู้ชมได้เห็นมุมความรักระหว่างเธอและหนุ่มปริศนา ซึ่งแพรให้คำนิยามว่าแค่เพื่อนกัน กลับนำเรากลับมาสู่โลกความจริงอีกครั้ง ว่า This is me VATANIKA ยังคงเป็นรายการเรียลลิตี้กึ่งจริงกึ่งโชว์ ซึ่งพล็อตความรักที่แสนซับซ้อนวุ่นวายระหว่างสาวดีไซเนอร์และหนุ่มต่างชาติน้ำเสียงสุดเซ็กซี่นี้ รายการตระเตรียมแง่มุมนี้จนเราสัมผัสได้ว่ามันเป็นความจงใจที่จะทำให้คนดูเข้าใจเรื่องราวความสัมพันธ์ครั้งนี้  ไม่ว่าจะเป็นการซ่อนกล้องแอบถ่ายช่วงเวลาดินเนอร์ (ที่ดูยังไงก็เหมือนการตั้งกล้องให้เหมือนแอบถ่าย) การที่น้องสาวตัวดีอย่างเพ็บถ่ายรูปและวิดีโอของพี่สาวเธอไว้ (ต่อให้น้องสาวอยากจะจุ้นจ้านแค่ไหน แต่เรื่องส่วนตัวของพี่สาวก็ไม่น่าจะก๋ากั๋นขนาดแอบถ่ายและเอามาเปิดโปงขนาดนี้ ถ้าเธอไม่ได้เตี๊ยมกับพี่สาวของตัวเองก่อน 55555) รวมไปถึงให้สัมภาษณ์กับรายการอย่างออกรสถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้ของพี่สาวตัวเอง นั่นเพื่อที่ว่าประเด็น #It’sComplicated จะได้กลายเป็นปม (และเชื้อไฟ) ที่รายการทิ้งไว้ให้ผู้ชมอยากมีส่วนอยากติดตามว่าความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหนุ่มที่โดนเบลอหน้าไว้จะลงเอยกันอย่างไร  #เรื่องรักๆใคร่ๆนี่มันพล็อตหนังโรแมนติกชัดๆ

 

ถ้าไม่ให้เรียกว่าเตี๊ยมสคริปไว้ ก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาจำกัดความ #นี่เราคงไม่ได้คิดไปคนเดียวใช่ไหม ดังนั้นก็เตรียมตัวรอความบันเทิงตอนต่อไปกับ This Is Me VATANIKA – Episode 3 ได้เลย