คุยกับ Justin Bratton พิธีกรสุดเฟี้ยวแห่ง Asia’s Got Talent ก่อนเปิดออดิชั่นที่เมืองไทย 17 มิ.ย. นี้

คุยกับ Justin Bratton พิธีกรสุดเฟี้ยวแห่ง Asia’s Got Talent ก่อนเปิดออดิชั่นที่เมืองไทย 17 มิ.ย. นี้

เวทีแห่งผู้ที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ของทวีปเอเชียกำลังจะกลับมา! รายการ Asia’s Got Talent Season 3 เตรียมเปิดฉากความสนุกด้วยรอบ Open Auditions กับการเฟ้นหาผู้ที่มีความสามารถหลากหลายรอบด้านเข้าสู่รอบชิงชัย และประเทศไทยคือจุดหมายแรกสุดที่ AXN ประกาศจัดงานออดิชั่นก่อนประเทศอื่นในทวีปเอเชีย!

แต่ก่อนที่งานออดิชั่นประจำประเทศไทย (Open Auditions) จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2561 ณ โชว์ ดีซี Sanook! TV/Movies มีโอกาสได้พูดคุยสั้นๆ กับ จัสติน แบรตตัน (Justin Bratton) นายแบบหนุ่มสุดฮอตชาวสิงคโปร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในพิธีกรของ Asia’s Got Talent ที่ดำเนินรายการมาตั้งแต่ซีซั่นที่ 2 เป็นการอุ่นเครื่อง ถึงประสบการณ์ที่เขาได้สัมผัสกับความเจ๋งของแต่ละทีมที่ตบเท้าเข้ามาแข่งขัน, ความประทับใจที่มีต่อตัวแทนจากประเทศไทย รวมถึงมุมมองที่มีต่อคำว่า “พรสวรรค์” และ “พรแสวง”

Asia's Got Talent

 

Asia’s Got Talent ซีซั่นที่ 3 จะมีความพิเศษและความแตกต่างจากซีซั่นก่อนๆ อย่างไรบ้าง?

จัสติน : ปีนี้เราตั้งความคาดหวังไว้สูงขึ้นครับ คือในซีซั่นที่แล้วมีแต่การแสดงเจ๋งๆ ที่ทำให้เราทุกคนต้องทึ่งไปตามๆ กัน เราหวังว่าจะได้รับชมการแสดงที่เจ๋งกว่าซีซั่นที่แล้ว และที่สำคัญ นี่เป็นซีซั่นที่ 2 ที่ผมและ อลัน หว่อง (Alan Wong) คู่หูของผมได้รับหน้าที่เป็นพิธีกร มันยิ่งทำให้พวกเราตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมมากขึ้นไปอีก และในซีซั่นนี้ เราเตรียมเซอร์ไพรส์ให้คนดูไว้เยอะอยู่เหมือนกัน ต้องคอยติดตามดูกันนะครับว่าเราจะเซอร์ไพรส์อะไร

ในฐานะที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นประเทศแรกที่มีการจัด Open Auditions อยากทราบว่าคุณเคยมาเมืองไทยมาก่อนหรือเปล่า?

จริงๆ แล้วผมเคยอยู่เมืองไทยมา 8 ปีนะครับ

จัสติน แบรตตัน พิธีกรรายการ Asia's Got Talent

คุณมาทำอะไรที่เมืองไทยตั้ง 8 ปี?

ผมเคยรับงานนายแบบและเล่นภาพยนตร์ที่นี่ และตอนนี้ผมก็ยังคงเดินทางมาที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ นะครับ เพราะว่าผมทำธุรกิจร้านอาหารเม็กซิกันชื่อ Casa Azul อยู่ที่ซอยอารีย์ครับ ใครชอบทานอาหารเม็กซิกันแบบต้นตำรับก็มาลองชิมกันได้นะครับ

ขายของเก่ง...

(หัวเราะ) นอกจากนั้นผมก็ทำบริษัท Creation Circus ที่ทำภาพยนตร์แนวอินดี้ด้วย ซึ่งผมก็เลือกเดินทางมาถ่ายทำที่กรุงเทพฯ บ่อยครั้งที่สุด และตอนนี้เราก็กำลังอยู่ในช่วงถ่ยทำโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งอยู่ด้วยครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้ผมก็เพิ่งถ่ายทำหนังสั้นเรื่องหนึ่งจบไป สำหรับผมแล้ว กรุงเทพฯ เป็นเสมือนบ้านอีกหลังหนึ่งของผมครับ

(ซ้าย) อลัน หว่อง คู่หูของ จัสติน แบรตตัน (ขวา)

สำหรับซีซั่นที่แล้ว ได้พบเจอพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันจากประเทศไทยมากน้อยแค่ไหน?

ผมโชคดีมากครับที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เข้าแข่งขันชาวไทยเล็กน้อยในช่วงระหว่างการแข่งขัน และผมก็ต้องตกตะลึงในความนิ่ง และความมั่นใจของพวกเขาก่อนที่จะก้าวขึ้นเวทีใหญ่ขนาดนี้ พวกเขาแลดูมีแรงบันดาลใจสูงมาก และพวกเราก็รู้สึกชอบมากๆ ที่นักแสดงชาวไทยมักจะผสมผสานเอกลักษณ์ความเป็นไทยเข้าไปในทุกๆ การแสดง โดยส่วนตัว ผมรู้สึกประทับใจกับทุกการแสดงที่ผมได้เห็นจากคนไทย

ยกตัวอย่างให้เราพอจะเห็นภาพสักหน่อยได้ไหม?

อย่างทีม Angel Tornado เป็นทีมที่ทรงพลังมาก พวกเขาสามารถตรึงใจคนดูทั้งฮอลล์ให้นิ่งเพราะความทึ่งได้ และสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดในทีมนี้คือการสอดแทรกวัฒนธรรมไทยเข้าไปในการเต้นอันทรงพลังของพวกเขา ส่วนทีม Power Storm พวกเขามีพลังแรงกล้าราวกับพายุ เหมือนกับชื่อทีมของพวกเขาเลย ผมไม่เคยเห็นการแสดงเบรกแดนซ์ที่ไหนที่สุดยอดแบบพวกเขามาก่อนเลยจริงๆ พวกเขาทำให้ผมต้องอ้าปากค้างตลอดเวลาที่ได้ชมการแสดงของพวกเขาเลยล่ะ

ทีมจากประเทศไทย Power Storm

Angel Tornado อีกหนึ่งตัวแทนของเมืองไทย

โมเม้นต์ที่ประทับใจที่สุดในรายการ Asia’s Got Talent สำหรับคุณคืออะไร?

หนึ่งช่วงที่ผมชอบมากที่สุดคือ ช่วงตอนที่ได้ดูทีมที่ได้ Golden Buzzer อย่างทีม Canion Shijirbat แสดงในรอบ Grand Finale ครับ และอีกตอนที่ผมชอบคือตอนที่ อลัน คู่หูของผมต้องขวัญกระเจิงเพราะ แอนดรูว์ ลี (Andrew Lee) ซึ่งเป็นนักแสดงมายากลได้ขว้างมีดใส่เขา เวลาที่ผมรู้สึกเศร้า แค่คิดถึงหน้า อลัน ตอนเห็นมีดลอยมาตรงหน้าบนอากาศ ก็หายเศร้าแล้วครับ! (หัวเราะ)

คำว่า “พรสวรรค์” กับ “พรแสวง” คุณคิดว่าอะไรสำคัญมากกว่ากัน?

มันยากที่จะตอบได้นะครับ เพราะคุณต้องมีทั้ง 2 อย่าง แต่ถ้าให้ตอบจริงๆ ผมว่า “พรแสวง” สำคัญมากกว่านิดหน่อย เพราะคุณต้องฝึกฝนความสามารถ หรือพรสวรรค์ที่อยู่ในตัวคุณด้วยความตั้งใจ, มุ่งมั่น และ เปี่ยมด้วยความรู้

ท้ายที่สุด เหตุใดคุณถึงไม่อยากให้เหล่านักล่าฝันชาวไทยพลาดในการเข้ามาออดิชั่นในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้?

Asia's Got Talent เป็นรายการการแข่งขันความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก! ผู้ชนะการแข่งขันในซีซั่นที่แล้วก็ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และได้ไปทำการแสดงบนเวที America's Got Talent และ Britain's Got Talent เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เวที Asia's Got Talent เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่จะส่งให้คุณก้าวไปถึงฝัน และการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของรายการนั้นก็เป็นสิ่งที่สนุกมากๆด้วย และที่สำคัญที่สุดคือ อลัน และผม ก็อยากเจอพวกคุณทุกคนไงล่ะครับ

 

เตรียมตัวพบกับรอบ Open Auditions ของรายการ Asia’s Got Talent ซีซั่น 3 ในวันอาทิตย์ที่ 17 มิถุนายน 2561 โดยประตูอัลตร้า อารีน่า ฮอลล์, โชว์ ดีซี จะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00 น. ซึ่งผู้ที่ก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งชนะเลิศในรอบสุดท้ายก็จะได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมูลค่ากว่า 100,000 เหรียญสหรัฐฯ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.AXN-Asia.com/AsiasGotTalent ใครที่มีฝัน ... ห้ามพลาด!

ติดตามSanook! Movie

เช็ครอบหนัง โปรแกรมหนัง หนังใหม่ ดูหนัง ตัวอย่างหนังใหม่