"หลิวเสวียอี้" เปิดชีวิตจริงยิ่งกว่าซีรีส์ สู้ชีวิตหนักหาเงินเปลี่ยนไตให้แม่

หลิวเสวียอี้ เคยร้องไห้หน้าโรงพยาบาล เพราะคุณแม่ล้มป่วย สู่จุดเปลี่ยนมุมมองชีวิต ไม่เกี่ยงบทเพื่อหาเงินรักษาแม่
เบื้องหน้าคือพระเอกจีนหน้าหล่อที่แฟนซีรีส์คุ้นตากันดี แต่เบื้องหลังเส้นทางในวงการของ หลิวเสวียอี้ (Liu Xueyi) กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวของการต่อสู้และความรับผิดชอบ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่คุณแม่ล้มป่วยหนัก จนเขาต้องทำงานและหาเงินเพื่อนำมารักษาและผ่าตัดเปลี่ยนไตให้กับแม่
เรื่องราวดังกล่าวถูกนำมาเล่าอีกครั้งในรายการ Blind Box Travel Agency และกลายเป็นอีกหนึ่งมุมชีวิตของหลิวเสวียอี้ที่ทำให้แฟนๆ ได้เห็นตัวตนของนักแสดงหนุ่มมากกว่าบนหน้าจอ เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้เพียงทำให้เขาต้องเผชิญกับความกลัวว่าจะเสียคนสำคัญในชีวิต แต่ยังเปลี่ยนมุมมองที่เขามีต่อ “เงิน” และ “การทำงาน” ไปตลอดกาล

จากคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเงิน สู่วันที่รู้ว่า “เงินช่วยดูแลคนที่รักได้”
ก่อนหน้านี้หลิวเสวียอี้เคยเป็นคนที่ไม่ได้มีความต้องการด้านวัตถุนิยมมากนัก เขาไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองจำเป็นต้องมีเงินจำนวนมากหรือไล่ตามความสำเร็จ ขอเพียงทำงานของตัวเองให้ดีและใช้ชีวิตอย่างสบายใจก็เพียงพอ
แต่เมื่อคุณแม่ล้มป่วยและจำเป็นต้องได้รับการรักษา โดยเฉพาะการผ่าตัดเปลี่ยนไต มุมมองของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
หลิวเสวียอี้เคยเล่าว่า ช่วงเวลานั้นเขาเคยร้องไห้อยู่หน้าโรงพยาบาล ก่อนจะเดินทางไปธนาคารเพื่อถอนเงินสำหรับการรักษาของคุณแม่ เมื่อถือเงินก้อนนั้นอยู่ในมือ เขาจึงตระหนักอย่างชัดเจนว่า เงินอาจไม่สามารถแก้ไขทุกปัญหาในชีวิตได้ แต่ในวันที่คนที่เรารักกำลังเจ็บป่วย การมีเงินมากพอสามารถทำให้เรามีทางเลือกในการช่วยเหลือและดูแลพวกเขาได้
หลิวเสวียอี้ กับคุณแม่
วันที่งานแสดงไม่ใช่แค่ความฝัน แต่คือความรับผิดชอบ
เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ความหมายของคำว่า “ทำงาน” สำหรับหลิวเสวียอี้เปลี่ยนไป จากเดิมที่การแสดงเป็นทั้งความฝันและอาชีพที่เขารัก มันกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาสามารถดูแลครอบครัวได้ในวันที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน
การหาเงินจึงไม่ได้หมายถึงการซื้อของราคาแพงหรือการมีชีวิตหรูหรา แต่คือการมีความสามารถในการรับผิดชอบคนในครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ในวันที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด
หลิวเสวียอี้ยังเคยพูดถึงความรู้สึกในช่วงนั้นว่า เขารู้สึกโชคดีที่ตัวเองมีความสามารถในการทำงานและมีรายได้มากพอที่จะช่วยรับภาระค่ารักษาของคุณแม่ได้ เหตุการณ์นี้จึงทำให้เขาเข้าใจคุณค่าของเงินในมุมที่แตกต่างจากเดิมอย่างชัดเจน

15 ปีในวงการ กว่าจะมาถึงวันที่ชื่อของเขาถูกจดจำ
เรื่องราวของหลิวเสวียอี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อมองย้อนกลับไปที่เส้นทางในวงการบันเทิง เพราะเขาไม่ได้เป็นนักแสดงที่ประสบความสำเร็จในชั่วข้ามคืน
ตลอดเวลาหลายปี เขารับทั้งบทสมทบและบทที่แม้จะสร้างความประทับใจให้คนดู แต่ชื่อของนักแสดงกลับไม่ได้ถูกจดจำในวงกว้างทันที ผลงานอย่าง Love and Redemption, Ancient Love Poetry และ The Blood of Youth ทำให้ผู้ชมคุ้นหน้าคุ้นตาเขามากขึ้น แต่กว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกที่ได้รับความสนใจอย่างเต็มตัว เขาต้องใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองอยู่นาน
ความพยายามตลอดหลายปีจึงไม่ได้มีเพียงเป้าหมายในการสร้างชื่อเสียง แต่ยังมีเหตุผลที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือการทำให้ตัวเองมีความสามารถและความมั่นคงมากพอที่จะดูแลครอบครัวเมื่อถึงวันที่พวกเขาต้องการเขา
“เงิน” ในวันที่คนที่รักกำลังป่วย มีความหมายมากกว่าที่คิด
สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของหลิวเสวียอี้ได้รับความสนใจ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาเป็นนักแสดงชื่อดัง แต่เป็นมุมมองที่เขามีต่อการทำงานหลังจากผ่านวิกฤตครอบครัว
จากคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับวัตถุมากนัก เขากลับค้นพบว่าเงินสามารถกลายเป็นสิ่งสำคัญในช่วงเวลาที่ชีวิตต้องเผชิญกับวิกฤต เพราะอย่างน้อยมันทำให้คนเรามีโอกาสรักษาและดูแลคนที่รักได้มากขึ้น
เหตุการณ์ของคุณแม่จึงกลายเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในชีวิตของหลิวเสวียอี้ และทำให้เขาให้คุณค่ากับคำว่า “ครอบครัว” รวมถึงความสามารถในการรับผิดชอบคนที่รักมากขึ้น

กว่าจะเป็นพระเอกที่คนดูอยากติดตาม ต้องผ่านอะไรมาไม่น้อย
วันนี้หลิวเสวียอี้กำลังได้รับความสนใจจากผลงาน Against the Current หอมรักมิรู้เลือน ที่ประกบคู่กับ ถานซงอวิ้น (Tan Songyun) ออกอากาศทาง WeTV โดยบท “หลินจิ่นฉี” ก็กลายเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ทำให้ผู้ชมเห็นศักยภาพด้านการแสดงของเขาในมุมที่หลากหลายมากขึ้น
แต่เบื้องหลังภาพพระเอกที่กำลังได้รับความนิยม คือผู้ชายคนหนึ่งที่เคยผ่านช่วงเวลาที่ต้องทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีทางเลือกในวันที่เกิดวิกฤต
จากเด็กที่ฝึกเต้นอย่างหนัก นักแสดงสมทบที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการพิสูจน์ตัวเอง จนถึงวันที่ชื่อของเขาเริ่มถูกจดจำในฐานะพระเอก หลิวเสวียอี้อาจไม่ได้เดินมาถึงจุดนี้ด้วยเส้นทางที่ง่ายที่สุด
และบางที สิ่งที่ทำให้เรื่องราวของเขาน่าจดจำกว่าความสำเร็จบนหน้าจอ คือเหตุผลเบื้องหลังการไม่ยอมแพ้ของผู้ชายคนหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเคยยืนร้องไห้อยู่หน้าโรงพยาบาล ก่อนกลับไปทำงานต่อ เพราะรู้ว่า เขาต้องมีความสามารถมากพอที่จะดูแลคนที่เขารัก
บทความเกี่ยวข้อง
อัลบั้มภาพ 15 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





