"หลิวเสวียอี้" ปลดคำสาปพระรอง 15 ปี กว่าจะถึงวันที่คนดูเรียกเขาว่า "พระเอก"

"หลิวเสวียอี้" ปลดคำสาปพระรอง 15 ปี กว่าจะถึงวันที่คนดูเรียกเขาว่า "พระเอก"

"หลิวเสวียอี้" ปลดคำสาปพระรอง 15 ปี กว่าจะถึงวันที่คนดูเรียกเขาว่า "พระเอก"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

หลิวเสวียอี้ ปลดคำสาป “พระเอกดวงไม่ปัง” หลังอยู่ในวงการ 15 ปี Against the Current จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

เรียกว่ากำลังเป็นช่วงขาขึ้นของนักแสดงหนุ่ม หลิวเสวียอี้ (Liu Xueyi) หลังผลงานซีรีส์จีนเรื่อง Against the Current หอมรักมิรู้เลือน ที่ประกบคู่กับนางเอกมากฝีมือ ถานซงอวิ้น (Tan Songyun) ได้รับกระแสตอบรับอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นผลงานที่ช่วยให้ชื่อของเขากลับมาได้รับความสนใจอย่างจริงจังอีกครั้ง

นับตั้งแต่ซีรีส์ออกอากาศตอนแรกเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2026 หลิวเสวียอี้มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมากกว่า 520,000 คนจาก 3 แพลตฟอร์ม ขณะที่ซีรีส์สามารถทำดัชนีความนิยมทะลุ 33,000 คะแนน ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงที่สุดบนแพลตฟอร์มเทียบกับซีรีส์ที่ออกอากาศในช่วงเวลาเดียวกัน

กระแสที่เกิดขึ้นทำให้หลายคนมองว่า นี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญของหลิวเสวียอี้ หลังจากใช้เวลาถึง 15 ปีในการพิสูจน์ตัวเองในวงการบันเทิงจีน และในที่สุดเขาก็ได้เจอกับทั้ง บทที่ใช่ จังหวะที่ใช่ และตัวละครที่เปิดโอกาสให้ได้แสดงศักยภาพมากกว่าที่เคย

หลิวเสวียอี้หลิวเสวียอี้

จากเด็กที่ไม่ได้เต้น สู่เส้นทางนักแสดง

หลิวเสวียอี้เกิดเมื่อปี 1990 ที่เมืองชิงเต่า มณฑลซานตง ประเทศจีน เขาถูกค้นพบตั้งแต่อายุ 14 ปี ระหว่างกิจกรรมรับสมัครนักเรียนของ Beijing Dance Academy ก่อนจะเข้าเรียนที่โรงเรียนในสังกัดของสถาบันแห่งนี้

แม้จะไม่ได้ผ่านการฝึกเต้นมาตั้งแต่เด็ก แต่หลิวเสวียอี้ต้องเผชิญกับการฝึกที่เข้มข้น ทั้งการยืดกล้ามเนื้อ การฝึกความยืดหยุ่น และการฝึกร่างกายอย่างหนัก ตลอด 5 ปี เขามีตารางเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ และต้องตื่นตั้งแต่ก่อนฟ้าสางเพื่อฝึกซ้อม

แม้สุดท้ายเขาจะไม่ได้กลายเป็นนักเต้นมืออาชีพ แต่การฝึกเหล่านั้นกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เขามีบุคลิกและการควบคุมร่างกายที่โดดเด่น ซึ่งเห็นได้ชัดจากผลงานซีรีส์ย้อนยุคหลายเรื่องในเวลาต่อมา

หลังจากนั้น หลิวเสวียอี้หันมาเดินหน้าสู่เส้นทางการแสดง และสามารถสอบเข้า Central Academy of Drama ได้สำเร็จ หลังจากเตรียมตัวอย่างหนักเพียง 3 เดือน

หลิวเสวียอี้ ผลงานหลิวเสวียอี้ ผลงาน

15 ปีในวงการ จากบทสมทบที่คนจำได้ แต่จำชื่อไม่ได้

หลิวเสวียอี้เริ่มทำงานในวงการภาพยนตร์และโทรทัศน์ช่วงต้นทศวรรษ 2010 โดยตลอดหลายปีแรก เขามักได้รับบทสมทบ แม้จะมีผลงานที่ทำให้ผู้ชมจดจำได้มากมาย ทั้ง Noble Aspirations, Love and Redemption, Ancient Love Poetry และ The Blood of Youth

โดยเฉพาะบท จักรพรรดิไป๋หลิน จาก Love and Redemption ที่ช่วยทำให้ชื่อของเขาเริ่มเป็นที่จดจำมากขึ้น แต่ปัญหาคือ ผู้ชมจำนวนไม่น้อยกลับจำ “ตัวละคร” ได้มากกว่าจำชื่อนักแสดง

ด้วยใบหน้าที่เหมาะกับซีรีส์ย้อนยุค รูปร่างที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี และบทบาทส่วนใหญ่ที่มักเป็นตัวละครสุขุม เย็นชา หรือมีเรื่องราวซ่อนอยู่ภายใน จุดแข็งเหล่านี้จึงกลายเป็นทั้งข้อได้เปรียบและข้อจำกัดของเขาในเวลาเดียวกัน

หลิวเสวียอี้ ซีรีส์หลิวเสวียอี้ ซีรีส์

เหตุการณ์ครอบครัวที่เปลี่ยนมุมมองต่ออาชีพ

อีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของหลิวเสวียอี้เกิดขึ้นเมื่อคุณแม่ของเขาต้องเผชิญกับภาวะไตวายและจำเป็นต้องเข้ารับการปลูกถ่ายไต ทำให้เขาต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก

หลิวเสวียอี้เคยเล่าถึงช่วงเวลานั้นว่า เขาเคยนั่งร้องไห้อยู่คนเดียวบริเวณด้านนอกโรงพยาบาลจากความกดดันที่ถาโถมเข้ามา เพราะนับจากวันนั้น การแสดงไม่ได้เป็นเพียงความฝันหรืออาชีพที่ใช้พิสูจน์ตัวเองอีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพที่ช่วยดูแลครอบครัว

เขาจึงปรับมุมมองต่อการเลือกรับงาน โดยไม่ได้ยึดติดกับลำดับชื่อในเครดิตหรือเวลาออกหน้าจอมากเท่าเดิม หากเป็นโปรเจกต์ที่ถูกต้องและมีค่าตอบแทนเหมาะสม เขาก็พร้อมพิจารณาอย่างจริงจัง

หลังจากคุณแม่เข้ารับการผ่าตัดและทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้หลิวเสวียอี้เข้าใจอาชีพของตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องการสร้างรายได้ การรักษาจรรยาบรรณในวิชาชีพ และการไม่ทำงานหักโหมเพียงเพื่อผลประโยชน์ระยะสั้น

ไม่เน้นข่าวฉาว ขอให้ผลงานเป็นคำตอบ

หลิวเสวียอี้เป็นนักแสดงที่ค่อนข้างใช้ชีวิตเงียบๆ เขาไม่ได้พยายามไล่ล่าชื่อเสียง ไม่ค่อยปรากฏตัวในรายการวาไรตี้ และไม่ได้สร้างกระแสด้วยข่าวดราม่าหรือข่าวความสัมพันธ์กับนักแสดงร่วมงาน

หลังจากถ่ายทำเสร็จ เขามักกลับไปใช้ชีวิตส่วนตัวแบบเรียบง่าย ขณะที่โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ใช้สำหรับโปรโมตผลงาน และเมื่อเจอกับข่าวลือที่ไม่มีมูล เขามักเลือกที่จะไม่ตอบโต้และปล่อยให้ผลงานเป็นคำตอบ

ช่วงปลายปี 2024 หลิวเสวียอี้ยุติการร่วมงานกับต้นสังกัดเดิม และเริ่มถอยออกจากการรับบทในซีรีส์แฟนตาซีย้อนยุคที่ทำมาตลอดหลายปี เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ทดลองบทบาทและแนวละครที่หลากหลายขึ้น

จากพระเอกหลายเรื่อง สู่การเจอบทที่ “ใช่” จริงๆ

แม้ช่วงหลังหลิวเสวียอี้จะได้รับโอกาสขึ้นแท่นพระเอกมากขึ้น และได้ร่วมงานกับนางเอกชื่อดังอย่าง อู๋จิ่นเหยียน (Wu Jinyan) ใน Kill Me Love Me รวมถึง ถังเยียน (Tang Yan) ใน A Moment But Forever แต่เขายังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะได้พบกับตัวละครที่เหมาะกับตัวเองอย่างแท้จริง

หนึ่งในคำวิจารณ์ที่เขาเคยได้รับคือ ตัวละครหลายตัวมีความคล้ายกัน ไม่ว่าจะเป็นความสุขุม เย็นชา เก็บตัว และไม่แสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ แม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นจุดแข็งในการแสดงของเขา แต่ในอีกด้านก็ทำให้บางคนมองว่าการแสดงมีความจำกัดอยู่ในกรอบเดิม

หลิวเสวียอี้ ซีรีส์ หอมรักมิรู้เลือนหลิวเสวียอี้ ซีรีส์ หอมรักมิรู้เลือน

Against the Current หอมรักมิรู้เลือน จุดเปลี่ยนที่เปิดพื้นที่ให้หลิวเสวียอี้ได้โชว์ของ

กระแสของ Against the Current ส่วนหนึ่งมาจากการแสดงของถานซงอวิ้น แต่ในขณะเดียวกัน หลิวเสวียอี้ก็ต้องทำหน้าที่สำคัญในการทำให้ผู้ชมอยากติดตามตัวละครของเขาต่อ และเคมีระหว่างนักแสดงทั้งสองก็กลายเป็นหนึ่งในจุดที่ช่วยให้ซีรีส์ได้รับความสนใจ

โดยเฉพาะบท หลินจิ่นฉี ที่มีความซับซ้อนและแตกต่างจากตัวละครที่หลิวเสวียอี้เคยรับบทก่อนหน้านี้ เพราะเขาไม่ใช่พระเอกที่เก่งเหนือมนุษย์หรือสามารถแก้ไขทุกปัญหาได้เพียงลำพัง

หลินจิ่นฉีเป็นผู้ชายที่ต้องแบกรับความรับผิดชอบของครอบครัว ถูกจำกัดด้วยสถานะทางสังคม กฎเกณฑ์ และการตัดสินใจที่ยากลำบาก เขามีความรู้สึกแต่ไม่สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ และแม้จะต้องการปกป้องคนที่รัก แต่ก็ต้องคิดถึงผลกระทบจากสิ่งที่ตามมา

ตัวละครนี้จึงต้องอาศัยการแสดงที่ละเอียดอ่อนมากกว่าการระเบิดอารมณ์ หลิวเสวียอี้สามารถถ่ายทอดความรู้สึกของหลินจิ่นฉีผ่าน แววตา ความเงียบ จังหวะการพูด และการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อย ทำให้ตัวละครมีมิติและเข้าถึงผู้ชมได้มากขึ้น

หลิวเสวียอี้  หลิวเสวียอี้

จาก “พระรองที่ขโมยซีน” สู่พระเอกที่คนดูอยากติดตาม

เรื่องราวของ Against the Current หอมรักมิรู้เลือน เล่าเรื่องของ เสิ่นเจียหลาน หญิงสาวจากตระกูลสูงศักดิ์ที่ชีวิตพลิกผันจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด จนต้องเปลี่ยนตัวตนและเข้าไปอยู่ในครอบครัวที่เคยมีความเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธอ

ท่ามกลางเรื่องราวของครอบครัว ตัวตน ความลับ และความรัก หลินจิ่นฉีไม่ได้เป็นเพียงพระเอกที่ยืนอยู่ข้างนางเอก แต่เป็นตัวละครที่มีปม ชีวิต และความขัดแย้งของตัวเอง

นี่จึงอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Against the Current หอมรักมิรู้เลือน กลายเป็นผลงานที่เปิดประตูบานใหม่ให้หลิวเสวียอี้ได้พิสูจน์ว่า เขาไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่เหมาะกับบทตัวละครย้อนยุคหน้าตาดี หรือพระรองที่ขโมยซีนอีกต่อไป แต่ยังสามารถก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกที่แบกเรื่องราวและทำให้ผู้ชมอยากติดตามตัวละครของเขาได้ด้วยตัวเอง

หลังใช้เวลาในวงการบันเทิงจีนมานานถึง 15 ปี ในที่สุดหลิวเสวียอี้ก็อาจกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่ชื่อของเขาไม่ได้ถูกจดจำเพียงเพราะ “ตัวละครที่เล่น” แต่กำลังกลายเป็นนักแสดงที่ผู้ชมรอดูว่า “หลิวเสวียอี้จะรับบทอะไรต่อไป”

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ

อัลบั้มภาพ 15 ภาพ ของ "หลิวเสวียอี้" ปลดคำสาปพระรอง 15 ปี กว่าจะถึงวันที่คนดูเรียกเขาว่า "พระเอก"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล