#นักข่าวสายSanook

7 เหตุผล "วนกลับกูซู" ทำไมคนถึงไม่มูฟออนจาก "ปรมาจารย์ลัทธิมาร"

7 เหตุผล "วนกลับกูซู" ทำไมคนถึงไม่มูฟออนจาก "ปรมาจารย์ลัทธิมาร"

ปรมาจารย์ลัทธิมาร ออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 2019 ผ่านมาถึงปี 2021 แล้ว เรายังได้เห็นชื่อซีรีส์ ปรมาจารย์ลัทธิมาร วนเวียนให้ได้คิดถึงเรื่องราวสุดตราตรึงใจ จนหลายคนอดไม่ไหว ไม่มูฟออนต้องวนกลับ "กูซู" กันหลายๆ รอบ จนกลายเป็นวลีติดปาก เรียกว่าเป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงอยู่ไม่ขาด และอาจจะยังถูกพูดถึงต่อไปอีกเรื่อยๆ

ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed) ดัดแปลงบางส่วนจากนวนิยายจีนกำลังภายในเรื่อง ปรมาจารย์ลัทธิมาร โดย โม่เซียงถงซิ่ว นำแสดงโดย เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของ 2 ตัวละครเอก เว่ยอู๋เซี่ยน และ หลานวั่งจี ที่ฝึกฝนโดยการท่องยุทธจักรเพื่อคลี่คลายคดีพิศวงบนปมปริศนาต่างๆ เพื่อปราบมาร ออกอากาศพร้อมกันทางทาง Tencent Video ในประเทศจีน และบ้านเราดูได้ผ่านทาง WeTV และ Netflix 

ซึ่งความโด่งดังแบบถล่มทลายของเรื่องนี้ถล่มยอดวิวระดับพันล้านบน Tencent Video ในช่วงแรกที่ออกอากาศ (ตอนนี้คงสูงจนนับไม่ไหว) ซึ่งไม่รวมกับของ WeTV และประเทศต่างๆ ที่ได้ลิขสิทธิ์การออกอากาศ เรียกว่าดังถล่มทลายเป็นซีรีส์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในปี 2019 แจ้งเกิดให้นักแสดงนำ เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ จากนักแสดงหน้าใหม่กลายเป็นนักแสดงระดับท็อปสตาร์ทรงอิทธิพลมาจนปัจจุบัน

นั่นเป็นเรื่องราวคร่าวๆ แบบปูพื้นสำหรับเรื่องนี้ แต่วันนี้เราจะมาเปิดเหตุผลกันสักหน่อยว่าทำไม หลายคนถึงไม่มูฟออน ออกจากกูซูกันสักที

1. เคมีความเข้ากันของนักแสดง

ต้องบอกเลยว่าการที่ละครซีรีส์สักเรื่องจะโด่งดังได้ นักแสดงนำก็มีส่วนอย่างมากในการดึงดูดความน่าติดตามของผู้คน ปรมาจารย์ลัทธิมาร ใช้นักแสดงที่เรียกได้ว่าเป็นหน้าใหม่ของวงการ อย่าง เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ แต่ด้วยฝีมือและทักษะการแสดงที่เข้าถึงบทบาทของตัวละครก็ยิ่งทำให้คนดูอินไปกับเรื่องราวและเชื่อว่าเขาคือตัวละครนั้นจริงๆ ยิ่งหากได้นักแสดงที่เคมีเข้าคู่กันล่ะก็ ร้อยทั้งร้อยโดนตก จนต้องตามไปขอเป็นแฟนคลับด้วยแน่นอน 

2. บทโทรทัศน์สุดตราตรึงแสนกินใจ

ปรมาจารย์ลัทธิมาร ดัดแปลงมาจากนิยาย Boy Love ที่แต่งโดย โม่เซียงถงซิ่ว แต่การจะหยิบเอาบทละครของนิยายวายมาเป็นซีรีส์ในจีนแผ่นดินใหญ่ที่ยังไม่ได้เปิดกว้างเรื่องนี้ ช่างชวนให้ตาเหลือกเหลือเกิน ทางผู้สร้างเลยต้องบิดบทประพันธ์ให้สองตัวละคร เว่ยอู๋เซี่ยน และหลานวั่งจี เป็นสหายคนสนิทท่องยุทธภพปราบเหล่ามาร จนกลายเป็นเซฟโซน เป็นกระเป๋าเงิน เป็นพื้นที่ความสบายใจ ท่องยุทธภพช่วยเหลือผู้คนไปด้วยกัน ตามปณิธานของเว่ยอิง "กำจัดคนชั่ว ช่วยเหลือผู้อ่อนแอ ไร้เรื่องละอายใจ" แม้ตอนจบจะทำปลายเปิดให้คนดูไปตีความกันเอาเอง แต่ก็ถือว่าเป็นตอนจบที่สมบูรณ์อย่างมากในเวอร์ชั่นซีรีส์ (ใครอยากรู้มากกว่าเวอร์ชั่นซีรีส์ต้องไปตามอ่านนิยายกันเอาเองนะจ๊ะ) แต่เรื่องราวไม่ได้เล่าเรื่องเพียงแค่ความสัมพันธ์สองตัวละครหลัก ยังมีความสัมพันธ์ของครอบครัว ตระกูลต่างๆ ที่ชวนให้ตราตรึงใจ โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของ 3 พี่น้องแห่งท่าเรือสัตตบงกช ที่มาทีไรเรียกน้ำตาได้เป็นโอ่ง

3. นัยยะการสื่อสารแบบมีศิลปะ

อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ดัดแปลงปรับบทจากนิยายวาย แรกเริ่มเดิมทีต้องต้องเล่าความสัมพันธ์ของตัวละคร เว่ยอู๋เซี่ยน และ หลานวั่งจี อยู่แล้ว แต่เมื่อมาทำเป็นซีรีส์ การปรับบทเลยต้องรื้อส่วนนี้กันสักหน่อย ให้ออกมาเป็นแนวมิตรภาพลูกผู้ชาย แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีความฟินมาเสิร์ฟนะแม่ เพราะงานนี้แตะเนื้อต้องตัวน้อยมาก แต่งานสายตาก็ยังมาอยู่ มองตาฉบับลูกผู้ชายกันทีทำเอาเขินจนต้องอัดยาดม สิ่งเหล่านี้จะมีการแฝงอยู่เรื่อยๆ ในเรื่อง จนบางทีเราก็จะคิดว่าเพื่อนคู่นี้สนิทกันจริง แต่ทำไมเราต้องเขินตอนเขาเล่นฉิ่น (พิณจีน) และเป่าขลุ่ยด้วยกันด้วยนะ

4. ความงดงามของฉากสถานที่

ด้วยการท่องยุทธภพของตัวเรื่อง เราจะได้เห็นฉาก ป่าเขา แม่น้ำ น้ำตก ภูเขาสูงชัน งานทัศนียภาพของเรื่องนี้ต้องเรียกว่าระดับตาแตก ธรรมชาติสวยงามบนยอดเขาท่าร่ำลาเพื่อเจอวันหน้าในตอนจบของเรื่อง หรือแม้แต่ กูซู ซึ่งเป็นสถานที่อยู่ของตระกูลหลาน ของ หลานวั่งจี ก็ยังมีน้ำตกอยู่หลังบ้าน มีสระให้แช่ตัว รวยๆ เริ่ดๆ แต่ใครอยากไปอยู่ก็ต้องท่องกฎ 3,000 ข้อให้ได้ก่อนนะ แล้วแอบส่องให้หน่อยว่าเขาพาใครไปซ่อนไว้ที่นั่นหรือเปล่า

5. คอสตูม อุปกรณ์ประกอบฉากสุดวิจิตร

ความละเอียดประณีตขององค์ประกอบศิลป์เรื่องนี้ก็เป็นอะไรที่ตระการตาสุดๆ ตั้งแต่ชุดคอสตูมของนักแสดงแต่ละตระกูล ก็จะมีความเฉพาะตัวแยกออกได้ชัดเจนว่ามาจากตระกูลไหน เป๊ะตั้งแต่เสื้อผ้าหน้าผม ยันอาวุธประจำกายของแต่ละคน ซึ่งในตัวละครของเว่ยอู๋เซี่ยน จะมีทั้งกระบี่สุยเปี้ยน และขลุ่ยประจำกาย ส่วนหลานวั่งจี จะมีฉิ่น ที่เป็นทั้งเครื่องดนตรีและอาวุธประจำกาย รวมทั้งเหล็กทมิฬ ขุมพลังสุดรุนแรงที่ผู้คนต่างแย่งชิงในเรื่อง ก็ยังทำออกมาได้ประณีตสวยงามสุดๆ

 

6. เพลงประกอบเรียกน้ำตา

การใช้เพลงประกอบในเรื่องนี้เป็นอะไรที่เร้าอารมณ์คนดูได้อย่างมาก แถมยังเข้ากับแต่ละสถานการณ์ได้อย่างดี อย่างเช่นเพลง อู๋จี ที่เป็น Theme Song ของเรื่องซึ่งได้นักแสดงนำ เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ ขับร้องเอง กลายเป็นเพลงประจำตัวของทั้งสองตัวละครในเรื่อง แถมยังมีความดรามาติกเร้าอารมณ์คนฟังด้วยเสียงดนตรีออเคสตร้า ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว หรือแม้แต่เพลงประจำตัวของศิษย์พี่ พี่สาวคนดีแห่งท่าเรือสัตตบงกช ที่มาพร้อมกับเรื่องราวสะเทือนอารมณ์เสมอ เพลงขึ้นทีไรเตรียมน้ำตาแตกได้เลย

 

7. เบื้องหลัง ที่ปล่อยออกมาดึงไม่ให้ลงจากเขา

ต่อให้ซีรีส์จะจบไปนานกว่า 2 ปีแล้ว แต่ภาพเบื้องหลังไม่เคยหมดสักที ยังมีแฟนซีรีส์ฝั่งจีน (ไม่ใช่ออฟฟิเชียล) ที่ปล่อยคลิปเบื้องหลังการถ่ายทำของนักแสดงอย่าง เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ ออกมาเรื่อยๆ จะกี่ฉากกี่มุมก็มีออกมาตลอด ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึง แต่ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นทำให้คิดถึงมากกว่าเดิม จนอยากกลับกูซูกัน... ก็ไม่รู้สินะ

เอาเป็นว่าเหตุผลที่ทำให้คนดูไม่ยอมลงเขากูซู อาจจะมีเหตุผลมากกว่านี้ก็เป็นได้ ใครที่เป็นแฟนซีรีส์ ปรมาจารย์ลัทธิมาร อยากเพิ่มเติมเหตุผลของตัวเองที่ไม่ยอมมูฟออนสักที ก็มาแบ่งปันกันได้จ้า แต่ถ้าใครอยากติดตามผลงานใหม่ๆ ของ เซียวจ้าน และ หวังอี้ป๋อ ก็รอติดตามได้ทาง WeTV ได้เลย บอกเลยว่ามีจ่อคิวเพียบ! (แต่ถ้ารอไม่ไหว วนกลับกูซูอีกสักรอบก็ได้นะ)

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ปรมาจารย์ลัทธิมาร