คนที่คอสเพลย์สลับเพศ เพราะชอบเพศเดียวกันหรือ?

คนที่คอสเพลย์สลับเพศ เพราะชอบเพศเดียวกันหรือ?
All About Japan

สนับสนุนเนื้อหา

หากพูดถึงการคอสเพลย์แล้วล่ะก็ แน่นอนว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่บุกเบิกยุคต้นๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งในปัจจุบันมีการแต่งคอสเพลย์แบบสลับเพศขึ้นมากมาย ถึงขนาดทำให้เรามักแยกไม่ออกว่าคนที่แต่งนั้นจริงๆ เพศชายหรือหญิง จนอาจมีความเข้าใจผิดว่าคนคอสเพลย์มีรสนิยมชื่นชอบเพศเดียวกันหรือไม่?


คอสเพลย์คืออะไร?

คอสเพลย์คืออะไรupload.wikimedia.org

ก่อนอื่นเลย การคอสเพลย์นั้นมีมายาวนานตั้งแต่ยุค 80s แต่หากจะพูดถึงยุคเฟื่องฟูแล้วละก็ คงจะเริ่มนับจากยุค 90s โดยจุดตั้งต้นของการคอสเพลย์มาจากการแต่งตัวเลียนแบบวงร็อค ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เป็นที่นิยมของแฟนๆ ในช่วงนั้น เพราะมีผู้คนจำนวนมากที่แต่งตัวเลียนแบบเป็นนักร้องหรือนักดนตรีตามที่ตนชอบ ซึ่งหลักๆ เชื่อว่าเริ่มมาจากเหล่าสาวกของวง X Japan

จึงเป็นเหตุให้คนคอสเพลย์ในยุคก่อนที่มีเฉลี่ยเพียง 600 คน เพิ่มขึ้นมาเป็น 2,000-8,000 คนอย่างรวดเร็วในยุค 90s และเป็นกิจกรรมนันทนาการยอดนิยมที่กระจายไปถึงกลุ่มคนที่มีความสนใจอื่นๆ เช่น ผู้ชื่นชอบอนิเมะและการ์ตูนต่างๆ จนเริ่มมีการแต่งกายเลียนแบบบ้าง และการ์ตูนอนิเมะเรื่องแรกๆ ที่ถูกนำมาแต่งคอสเพลย์มากที่สุดคือเรื่อง Evangelion และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการคอสเพลย์เกี่ยวกับอนิเมะและมังงะอย่างแท้จริง

แล้วคอสเพลย์โยงมาเรื่องการสลับเพศได้อย่างไร?

แล้วคอสเพลย์โยงมาเรื่องการสลับเพศได้ยังไงwww.flickr.com

การเลือกคาแรคเตอร์ที่จะคอสเพลย์นั้น ก็มีเหตุผลหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นความชอบส่วนตัว การ์ตูนเรื่องที่ชอบดู นักพากย์ นักร้องที่ชอบ เป็นต้น และแน่นอนว่า คาแรคเตอร์ที่ใช่ ตัวละครที่ชอบนั้น ก็อาจจะไม่ได้ตรงกับเพศของเราเสมอไป จึงเป็นที่มาของคนที่เลือกที่จะแต่งคอสเพลย์ที่ไม่ตรงกับเพศสภาพของตัวเอง

แต่เพราะสังคมทางญี่ปุ่นมีความหลากหลายทางรสนิยม สิ่งที่ชอบต่างๆ รวมถึงเกมและการ์ตูนนั้น ล้วนดึงดูดลูกค้าจากกลุ่ม เพศ ผู้มีรสนิยมต่างๆ ที่หลากหลาย ไม่ใช่แค่กลุ่มลูกค้ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การคอสเพลย์สลับเพศจึงเกิดขึ้นได้เมื่อหญิงสาวหลงรักหรือชื่นชอบตัวละครชายหนุ่มที่พวกเธอคลั่งไคล้อย่างมาก และด้วยความรักที่เอ่อล้นนี่เองทำให้นักคอสเพลย์หลายๆ คนสรรค์สร้างทั้งชุด อุปกรณ์ และเมคอัพเพื่อให้ได้ เล่นบทบาทเป็นตัวละครตัวนั้นให้สมใจอยาก และในบางครั้งก็หลอกผู้พบเห็นหรือผ่านมาเห็นได้จังงังว่าเธอเหล่านั้นเป็นผู้ชายจริงๆ เป็นต้น 

และแน่นอนว่า ผู้ชายที่เลือกคอสเพลย์เป็นตัวละครผู้หญิงก็มีเช่นกัน

ไม่ใช่แค่เพียงหญิงสาว แต่ชายหนุ่มหลายๆ คนเองก็มีความรักและหลงใหลในตัวละครสาวสวยหรือสาวน่ารัก และอยากที่จะลองแต่งกายเลียนแบบดูบ้าง จึงทำให้เราได้เห็นอยู่บ่อยครั้งตามท้องถนนหรืองานอีเว้นท์ต่างๆ ในญี่ปุ่น ซึ่งบางคนเองก็แต่งออกมาได้ดีมาก จนมีคนหลงเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงจริงๆ หรือตามคำกล่าวติดตลกว่า ดูสวยกว่าผู้หญิงจริงๆ หรือสวยจนผู้หญิงยังอายเสียอีก

ทั้งนี้ การคอสเพลย์ข้ามเพศก็ไม่ได้หมายความว่าผู้แต่งมีรสนิยมในทางนั้นเสมอไป ในภาพคือคอสเพลเยอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่นอีกท่านหนึ่งที่ลองแต่งหญิงเฉยๆ แต่ปกติก็แต่งตัวเป็นชาย (สามารถเข้าไปดูภาพต้นฉบับจาก Official Twitter ได้)

การอยากมีตัวตนและได้รับการยอมรับ

ในสังคมญี่ปุ่นนั้นมีการแข่งขันสูง และใครๆ ก็ต้องการเป็นที่ยอมรับจากผู้คน ซึ่งก็ไม่ต่างจากบ้านเรา 

การคอสเพลย์นี้เป็นอีกหนึ่งทางเลือก หลายคนเลือกเข้ามาในวงการนี้เพื่อประกาศจุดยืนของตนเอง รวมถึงสร้างตัวตนใหม่ให้ผู้คนจดจำ ซึ่งบางทีตัวตนใหม่ที่ว่านั้น ก็กลายเป็นอีกเพศหรืออีกบุคลิกที่ทำให้เป็นที่สนใจหรือที่นิยมขึ้นมาได้ไม่รู้ตัว 

มีชาว LGBT ไม่น้อยที่โด่งดังขึ้นมาจากการคอสเพลย์ เช่น อาซากุระ เคท นักคอสเพลย์ข้ามเพศชื่อดังที่เริ่มต้นมาในฐานะนักร้องและคอสเพลเยอร์ของ ฮัทสึเนะ มิคุ และต่อมาได้กลายเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของชาว LGBT เป็นต้น

อาซากุระ เคท คอสเพลเยอร์และนักต่อสู้เพื่อ LGBT

อาซากุระ เคท คอสเพลเยอร์และนักต่อสู้เพื่อLGBTwww.youtube.com

อย่างตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเกี่ยวกับการยอมรับในเพศวิถี และความรู้สึกจริงๆ ของตัวบุคคล ที่ต้องการเป็นเพศที่ไม่ตรงกับเพศโดยกำเนิดของตัวเอง ในญี่ปุ่นและเป็นตัวอย่างที่ดีคือเรื่องราวของ อาซากุระ เคท (麻倉ケイト) คอสเพลย์เยอร์ชายชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบในตัวของ ฮัทสึเนะ มิคุ คาแรคเตอร์หญิงของ "โวคาลอยด์" ที่โด่งดัง และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการของผู้ชื่นชอบคอสเพลย์และดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น 

เคทได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนรู้สึกแปลกแยกจากเพื่อนๆ มาตั้งแต่เด็ก เพราะทุกคนมองว่าเขาแปลกจากคนอื่นๆ จึงทำให้ตัวเขาเองออกค้นหาสิ่งที่ชอบและเป็นตัวของตัวเองอย่างแท้จริง จึงได้ลองอะไรมามากมายจนมาหยุดที่การคอสเพลย์ เพื่อปลดปล่อยสิ่งที่เขาเป็นมาตลอด ถึงแม้ร่างกายจะเป็นชาย แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความเป็นหญิงจากภายในจิตใจ และไม่ยอมแพ้ที่จะค้นหาตัวตนที่แท้จริงของเขา

จนในที่สุดก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จ กลายเป็นไอดอลคอสเพลย์ชื่อดัง สามารถเป็นตัวแทนไปออกตามอีเว้นท์และงานสื่อระดับประเทศ แถมยังเป็นที่รักและชื่นชอบโดยแฟนๆ อีกด้วย โดยผู้ชมเองก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจหรือมีอคติกับการแต่งตัวสลับเพศหรือรสนิยมความชอบของเขาแต่อย่างใด

ปัจจุบัน อาซากุระ เคท นอกจากจะเป็นนักร้อง ไอดอล คอสเพลเยอร์แล้ว ยังเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิของชาว LGBT ในญี่ปุ่นอีกด้วย

อย่างไรก็ตามในโลกของการคอสเพลย์นั้น แม้ว่าจะไม่ได้แต่งตัวตรงตามเพศสภาพของตนด้วยสาเหตุใดก็ตาม การคอสเพลย์ก็คือการแสดงความรักและความชอบที่มีต่อตัวละครหรือบุคคลนั้นๆ จากใจจริง และยังเป็นกิจกรรมที่ทำให้มีความกล้าแสดงออก รวมถึงแสดงความสามารถทั้งการตัดเย็บ งานช่างงานประดิษฐ์ ร้องเพลง การแสดง จึงเป็นกิจกรรมที่ดีในการแสดงศักยภาพของคน

สรุปว่าการแต่งคอสเพลย์ที่ไม่ตรงกับเพศสภาพของตนนั้น ไม่ว่าจะมีเหตุผลอะไร ก็เป็นกิจกรรมที่สนุกอยู่ดี ไม่ต่างกับการคอสเพลย์ปกติ และแน่นอนว่าผู้แต่งก็อาจจะมีรสนิยมทางเพศในทางเดียวกับที่ตัวเองแต่งหรือไม่มีก็ได้ เพราะว่าหลักๆ แล้ว คอสเพลย์ก็คือกิจกรรมนันทนาการที่ไม่แบ่งแยกเพศอยู่ดี 

แต่อย่างไรก็ตาม เราหวังว่ากิจกรรมและนักคอสเพลย์สลับเพศ ทั้งคนที่เป็นและไม่เป็นชาว LGBT จะมีส่วนช่วยให้คนทั่วไปมองชาว LGBT ในแง่ดีขึ้น ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง