''อะทิว่า''รุกรับบริหารธุรกิจโรงแรม เน้นลูกค้าบูติกถึงระดับ 5 ดาว
นายเอสมอนด์ วอง ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมSILQ กรุงเทพฯ (ภายใต้การบริหารของอะทิว่า ฮอสพิทัลลิตี้) เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจว่าในขณะนี้ อะทิว่า ฮอสพิทัลลิตี้ ก่อตั้งโดยนายบิล แบล็ค ชาวแคนาดา ซึ่งเคยเป็นผู้บริหารโรงแรมในไทยหลายแห่ง อาทิ รีเจ้นท์ กรุงเทพฯ (ชื่อเดิมของโฟร์ซีซัน กรุงเทพฯ) ได้จัดตั้งอะทิว่า ฮอสพิทัลลิตี้ เพื่อมารับเป็นบริษัทที่ปรึกษา จัดการและบริหารงานโรงแรมบูติกชั้นนำต่างๆ
ปัจจุบันอะทิว่า ออสพิทัลลิตี้ ได้บริหารโรงแรมหลายแห่ง อาทิ Hotel De La Paix โรงแรมระดับ 5 ดาว ขนาด 107 ห้องในนครเสียมเรียบ และ SILQ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรมบูติกขนาดเล็ก จำนวน 40 ห้อง ตั้งอยู่ใจกลางสุขุมวิท ซอย 19 เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเป็นการลงทุนของHANS ดีเวลลอปเมนต์ ซึ่งส่วนใหญ่ลงทุนในธุรกิจคอนโดฯ เพิ่งจะมาลงทุนธุรกิจโรงแรมนี้เป็นแห่งแรก เจ้าของชอบเรื่องการท่องเที่ยวและเดินทางไปทั่วโลก จึงต้องการทำโรงแรมแบบเรียบง่ายดูดีที่ลูกค้าชอบ เน้นการดีไซน์แบบร่วมสมัยและบริการแบบไทยฮอสพิทอลิตี้
อะทิว่า เล็งเห็นว่าปัจจุบันเจ้าของที่ดินต้องการลงทุนโรงแรมแบบบู
ติกมาก แต่ยังขาดโนว์ฮาวด้านการบริหาร การจะไปจ้างโรงแรมเชนจากต่างประเทศมาบริหาร ก็ไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป เพราะห้องพักมีไม่มาก อะทิว่า จึงเป็นแบรนด์ที่พัฒนาขึ้น ด้วยการดึงประสบการณ์จากทีมบริหารที่มีประสบการณ์ในแวดวงโรงแรมมาอย่างยาวนาน นำโนว์ฮาวเข้ามาบริหารโรงแรมให้
ทั้งนี้การบริการของอะทิว่า จะทำงานใกล้ชิดกับเจ้าของโรงแรม เพื่อให้การทำงานได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย คือทำโรงแรมให้ดีสามารถดำเนินธุรกิจได้ดี และเจ้าของก็รู้สึกพอใจในไอเดียที่อะทิว่านำเสนอ ซึ่งรูปแบบการให้บริการ มีทั้งการให้คำปรึกษาตั้งแต่ก่อนเปิด การออกแบบ การเตรียมการเปิดโรงแรม ไปจนถึงการรับบริหารโรงแรมให้ โดยขอบข่ายจะให้บริการได้ตั้งแต่โรงแรมขนาดเล็กสไตล์บูติก ไปจนถึงโรงแรมหรูระดับ 5 ดาว
นอกจากนี้อะทิว่ายังได้เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการให้กับโรงแรมในภูเก็ต 2 แห่ง ได้แก่ อินดิโก้ เพิร์ล และโรงแรมตรีศาลา ภูเก็ต รวมทั้งเป็นผู้ก่อตั้งผับและภัตตาคารสุดฮิพใจกลางสุขุมวิท อย่าง เบด ซัปเปอร์คลับด้วย โดยมีแผนจะขยายการให้บริการไปอีกลายประเทศในภูมิภาคนี้ เช่น อินเดีย ลาว โรงแรมอีกหลายแห่งในไทย เวียดนาม กัมพูชา บาหลี อินโดนีเซีย โดยเน้นบูติกโฮเต็ล ซึ่งก็กำลังอยู่ระหว่างหารืออยู่หลายแห่ง
นายวอง ยังกล่าวถึงแผนการบริหารโรงแรม SILQ กรุงเทพฯ ว่า ด้วยจุดขายของทำเลที่ตั้งซึ่งอยู่ใจกลางสุขุมวิท โดดเด่นด้วยความเป็นส่วนตัวและความเงียบสงบ ทำให้โรงแรมสไตล์
บูติกแห่งนี้ได้รับความสนใจมากสำหรับนักท่องเที่ยวในกลุ่มวอร์คอิน ราคาขายจะอยู่ที่ราว 1,900 บาทต่อคืน แม้จะเป็นโรงแรมขนาดเล็ก แต่มีบริการต่างๆที่ลูกค้าต้องการ โดยการทำตลาดจะเน้นไปที่ปากต่อปาก และอินเตอร์เน็ตเป็นหลัก ลูกค้าหลักกว่า 80-85 % จะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศและนักธุรกิจที่ต้องเดินทางมาประชุมยังสาขาในไทย โดยเฉพาะในเส้นทางสุขุมวิท ที่มีบริษัทจากต่างประเทศตั้งสำนักงานอยู่หลายแห่ง สำหรับอัตราการเข้าพักเฉลี่ยยังอยู่ที่ 40% แต่เชื่อว่าหากเศรษฐกิจดีขึ้น สถานการณ์การเข้าพักก็น่าจะเพิ่มขึ้น
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)