สมชาย วงส์สวัสดิ์ (จบ) ตอน นายกฯ''นอมินี''

สมชาย วงส์สวัสดิ์ (จบ) ตอน นายกฯ''นอมินี''

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
หลัง สมัคร สุนทรเวช พ้นจากเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เมื่อ 12 กันยายน 2551 วันที่ 17 กันยายน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ผ่านเสียงสนับสนุนจากส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรเกินกึ่งหนึ่ง

การก้าวขึ้นสู่เก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 26 สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เผชิญกับแรงกดดันจากม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) แรงกดดันจากเหล่าทัพ และแรงเสียดทานจากกลุ่มเพื่อนเนวิน

ตลอดจนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเป็น น้องเขย-พี่เมีย ที่เกื้อหนุนกันมาตลอด

หากแต่ สมชาย มองว่าตำแหน่งนายกฯเป็นแทนกันไม่ได้

การเป็นตัวแทนหรือไม่ หากพูดไปมันจะไม่สะเด็ดน้ำ แต่ปัญหาของผม ผมคำนึงถึงว่าเมื่อผมมาเป็นนายกฯ ผมทุ่มเททำงาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด มีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุดหรือเปล่า ผมว่าต้องมองตรงนี้นะ ไม่ใช่มองว่าเป็นตัวแทนของใครหรือไม่ แล้วการขึ้นมาเป็นนายกฯ มันเป็นแทนใครไม่ได้ ต้องยอมรับนะว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่อยู่ ๆ ผมมาเป็นนายกฯเลย

ในเรื่องการทำงาน ถ้าถามว่า ผมเคยถามท่านเคยปรึกษาท่านทักษิณ ไหม.. ผมเคยถาม ถามว่าเรื่องนี้มันเป็นอย่างไร และมีความเห็นอย่างไร ถ้าท่าน(ทักษิณ )มีความเห็นที่ดี เอามาทำแล้วเป็นประโยชน์กับประชาชน ผมก็เอา แต่ไม่ได้หมายความว่า ท่านมาทำงาน แต่ผมเป็นคนทำ

ตรงนี้ผมคิดว่า ต้องมองด้วยความเป็นธรรม และมองให้ดี มันเป็นแทนกันไม่ได้นะ นายกฯ แต่เมื่อเราเป็นแล้วปรึกษาหารือกันได้ไหม ได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่วัตถุประสงค์คือ ทำทุกอย่างไม่ผิดกฎหมาย ประชาชนมีความสุข ประเทศชาติพัฒนารุ่งเรืองไปได้ ผมคิดของผมอย่างนี้

ที่ผ่านมาผมก็ได้พบ ท่านทักษิณ นาน ๆ พบที พบที่ดูไบ บางทีก็คุยทางโทรศัพท์

อย่างไรก็ดี ในขณะที่ทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร อดีตนายกฯสมชาย สะท้อนว่า ได้ทำงานอย่างเต็มที่ ท่ามกลางอุปสรรครอบด้าน

ตอนที่ผมเป็นรัฐบาล ผมไม่เคยขอเวลาว่าทำงานกี่เดือนกี่ปี เมื่อขึ้นมาแล้วต้องทำ สิ่งที่ทำไปมีอะไร ผมคิดว่านโยบายของเราตอนเป็นรัฐบาล ได้ดำเนินนโยบายที่คิดว่าควรทำควรเป็นอย่างยิ่ง ต้องพูดภาพกว้างอย่างนั้นก่อน

นโยบายเรื่อง การขนส่งมวลชน ที่ทำตอนนี้ก็เป็นการทำต่อจากที่ผมทำไว้ เช่นสมัยผมเริ่มการสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงเทพฯ ก็เป็นการเริ่มต้นออกแบบทำหมด แต่เวลามันน้อย เรื่องการศึกษาก็เริ่มวางระบบตั้งแต่ผมเป็นรัฐมนตรีศึกษา อย่างเรื่องเรียนฟรี 14 ปี ก็มาเริ่มสมัยผม ส่วนที่ท่านว่า เรียนฟรี 15 ปีก็ดี ถ้าทำได้จริง แต่ถ้าเรียนฟรี 14 ปีทำได้จริงก็น่าจะดีกว่าเรียนฟรี 15 ปี มันไม่จริงและไม่เต็มที่ แต่ถ้าทำได้จริง มันก็ไม่อยากวิจารณ์รัฐบาลก็อยากให้ทำได้จริง เพราะจะได้ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

ตอนนั้นเราก็เริ่มต้นด้วยการเรียนด้วยระบบอี-เลิร์นนิ่ง เพราะเราต้องการแก้ปัญหาสิ่งที่คนด้อยโอกาสได้รับไม่เท่าเทียมกับคนในกรุงเทพฯ แต่หลัง ๆ สะดุดไป ซึ่งก็เป็นเรื่องรัฐบาลใหม่ก็แล้วไป

จริง ๆ แล้วนโยบายที่เราทำ รัฐบาลนี้ทำต่อจากไทยรักไทยก็มีมากเหมือนกัน ไม่ได้หมายความว่าผมไปโปรโมต พรรคไทยรักไทยนะ แต่สิ่งที่ทำแล้วประชาชนชอบ เช่นเรื่องราคาสินค้าเกษตรและการช่วยเหลือชาวไร่ชาวนา เป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจก็ว่าได้ เพราะผมรู้สึกว่า ในความคิดของผมตอนนั้น ผมคิดว่าประเทศไทย ถ้าจะเป็นประเทศมหาอำนาจ หรือจะรวย ต้องด้วยภาคการเกษตร ไม่ใช่ประเทศอุตสาหกรรมหนัก หรือท่องอวกาศ ซึ่งที่ทำก็ทำไป

ผมคิดว่า อุตสาหกรรมก็ต้องเกี่ยวเนื่องกับวัฒนธรรมและพื้นเพของเรา เพราะที่ผ่านมาเราก็สุขสบายด้วยการเกษตรกร ผมจึงเน้นเรื่องนี้มาก เรื่องรายได้ เรื่องช่องว่าง คนรวยคนจน

อย่างช่วงที่ท่านสมัคร (สุนทรเวช )เป็นนายกฯก็ใช้นโยบายคล้ายกัน นโยบายรับจำนำ อย่างราคาข้าว และราคาข้าวโพด ตอนรัฐบาลผมราคาข้าวโพด กิโลกรัมละ 8.50 บาท เดี๋ยวนี้เหลือกิโกกรัมละ 3 .50 บาท ช่วงเวลาห่างกันไม่กี่เดือน

เราไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่เรามองว่าเวลาดำเนินการทั้งหมด เราต้องเซอร์เวย์ต้นทุนของเกษตรกรทั้งหมด สมมติ ราคารับจำนำ มันอาจไม่สูงเหมือนปีก่อน แต่เราจะคำนวณต้นทุนลดลงหรือเปล่า เพราะเรามีแผนให้กระทรวงเกษตรฯต้องลดต้นทุน

เช่น ลดต้นทุนที่ปุ๋ย ลดราคาน้ำมัน เพราะเรื่องราคาน้ำมันเป็นต้นทุนของทุกอย่าง เดี๋ยวนี้ชาวนาเวลาไถนา หรือเก็บเกี่ยวพืชผลมันขึ้นกับน้ำมันหมด ตอนนั้นเราจึงลดภาษีสรรพสามิต เพราะในภาวะอย่างนั้น การประกันราคาต้องมีช่องว่าง รัฐบาลเวลาระบายข้าวออก เราอาจได้กำไรน้อย แต่ส่วนใหญ่ต้องให้อยู่ที่กำไรของเกษตรกร

เวลาในการบริหารประเทศของผมมันก็ไม่ใช่จะมากมายอะไร แต่เมื่อผมออกไปก็ไม่ได้หมายความว่า ผมทำผิดอะไร หรือพวกนั้นมาหยุดยั้งผมได้นะ มันเป็นเรื่องของการยุบพรรค ซึ่งมีมาก่อนที่ผมจะขึ้นมาเป็นนายกฯ

ภารกิจ 54 วันบนเก้าอี้นายกฯ ยุติลงเมื่อ 9 กันยายน 2551 เนื่องจากถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี เพราะศาลรัฐธรรมนูญมี คำวินิจฉัยยุบพรรคพรรคพลังประชาชน (2 ธันวาคม 2551 ) ติดหนึ่งในกลุ่มนายกฯอายุสั้นอีกคนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล