เงินชราภาพ ม.33–ม.39 อายุครบ 55 ยังมีเงื่อนไข! เผยส่งกี่ปีได้บำนาญตลอดชีวิต รับเดือนละเท่าไร?

เงินชราภาพ ม.33–ม.39 อายุครบ 55 ยังมีเงื่อนไข! เผยส่งกี่ปีได้บำนาญตลอดชีวิต รับเดือนละเท่าไร?

เงินชราภาพ ม.33–ม.39 อายุครบ 55 ยังมีเงื่อนไข! เผยส่งกี่ปีได้บำนาญตลอดชีวิต รับเดือนละเท่าไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

บำนาญประกันสังคม ม.33–ม.39 ได้เดือนละเท่าไร? เช็กเงื่อนไขอายุ 55 ปี พร้อมตัวอย่างส่งสมทบ 20 ปี

ส่งประกันสังคมมาหลายปี เมื่อถึงวัยเกษียณจะได้เงินคืนเป็นก้อน หรือได้รับบำนาญทุกเดือน? คำตอบขึ้นอยู่กับจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ รวมถึงอายุและสถานะผู้ประกันตน สำหรับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ที่กำลังวางแผนชีวิตหลังเกษียณ การตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ประเมินรายได้ในอนาคตได้ชัดเจนขึ้น

อายุครบ 55 ปี ยังไม่พอ ต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนด้วย

การขอรับเงินชราภาพในกรณีทั่วไป ผู้ประกันตนต้องมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนแล้ว จากนั้นจึงพิจารณาจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ เพื่อกำหนดว่าจะได้รับบำเหน็จหรือบำนาญ ดังนั้น ผู้ที่อายุครบ 55 ปี แต่ยังอยู่ในระบบประกันสังคมมาตรา 33 หรือมาตรา 39 จะยังไม่เข้าเงื่อนไขรับเงินชราภาพด้วยเหตุอายุครบเพียงอย่างเดียว

  • ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน: รับเงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อนครั้งเดียวตามหลักเกณฑ์
  • ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน หรือ 15 ปีขึ้นไป: รับเงินบำนาญชราภาพเป็นรายเดือนตลอดชีวิตตามเงื่อนไข

บำเหน็จชราภาพกับบำนาญชราภาพ ต่างกันอย่างไร?

บำเหน็จชราภาพ เป็นเงินก้อนสำหรับผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ครบ 180 เดือน โดยหลักเกณฑ์เดิมแบ่งการคำนวณตามระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ หากส่งไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับเงินสมทบเฉพาะส่วนของผู้ประกันตนที่จ่ายเพื่อกรณีชราภาพ ส่วนผู้ที่ส่งตั้งแต่ 12 เดือน แต่ไม่ครบ 180 เดือน จะได้รับเงินสมทบเพื่อกรณีชราภาพจากส่วนของผู้ประกันตนและนายจ้าง พร้อมผลประโยชน์ตอบแทนตามที่กำหนด ทั้งนี้ ไม่ใช่การคืนเงินสมทบทั้งหมดที่เคยจ่าย เพราะเงินสมทบยังใช้คุ้มครองสิทธิประโยชน์กรณีอื่นด้วย

ส่วน บำนาญชราภาพ เป็นเงินที่จ่ายทุกเดือนให้ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไปและเข้าเงื่อนไขรับสิทธิ จำนวนเงินของแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน เพราะขึ้นอยู่กับระยะเวลาส่งเงินสมทบและฐานค่าจ้างที่นำมาคำนวณ ผู้ที่ส่งเงินสมทบมานานกว่าจึงอาจได้รับอัตราบำนาญสูงกว่า แต่ต้องดูฐานค่าจ้างประกอบด้วย

สูตรเดิมคำนวณบำนาญอย่างไร? ส่งครบ 15 ปี เริ่มที่ 20%

ตามวิธีคำนวณเดิม ผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน จะได้รับบำนาญในอัตรา 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานคำนวณเงินสมทบ ก่อนสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน หากส่งเกิน 180 เดือน จะเพิ่มอัตราบำนาญอีก 1.5 จุดเปอร์เซ็นต์ต่อระยะเวลาส่งเงินสมทบที่เกินมาและครบทุก 12 เดือน จุดที่ต้องแยกให้ชัดคือฐานค่าจ้างประกันสังคมอาจไม่เท่ากับเงินเดือนที่ได้รับจริง จึงไม่ควรนำเงินเดือนล่าสุดมาคูณโดยตรงโดยไม่ตรวจสอบประวัติเงินสมทบก่อน

ตัวอย่างส่งเงินสมทบ 20 ปี ได้บำนาญเดือนละ 4,125 บาท

สมมติผู้ประกันตนส่งเงินสมทบครบ 20 ปี หรือ 240 เดือน และมีฐานค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้ายเท่ากับ 15,000 บาท เมื่ออายุครบ 55 ปีบริบูรณ์และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน จะคำนวณตามสูตรเดิมโดยใช้ 15 ปีแรกเป็นอัตราเริ่มต้น 20% ส่วนอีก 5 ปีที่เกินมาเพิ่มอัตราบำนาญรวม 7.5 จุดเปอร์เซ็นต์ จึงได้อัตราบำนาญรวม 27.5% ของฐานค่าจ้างเฉลี่ย

  • ส่งเงินสมทบ 15 ปีแรก: อัตราบำนาญ 20%
  • ส่งเพิ่มอีก 5 ปี: เพิ่ม 5 × 1.5% = 7.5%
  • อัตราบำนาญรวม: 20% + 7.5% = 27.5%
  • บำนาญต่อเดือน: 15,000 × 27.5% = 4,125 บาท

ยอด 4,125 บาทเป็นเพียงตัวอย่างภายใต้สมมติฐานข้างต้น ไม่ใช่จำนวนเงินที่ผู้ส่งสมทบ 20 ปีทุกคนจะได้รับ ผู้ที่มีฐานค่าจ้างเฉลี่ยต่างกัน หรือมีจำนวนเดือนส่งเงินสมทบต่างกัน ย่อมได้ผลคำนวณแตกต่างกัน โดยเฉพาะผู้ที่เปลี่ยนจากมาตรา 33 ไปเป็นมาตรา 39 ควรตรวจสอบฐานเงินสมทบช่วงท้ายก่อนประเมินยอดบำนาญ

รับบำนาญแล้วเสียชีวิตภายใน 5 ปี ทายาทมีสิทธิอะไร?

หากผู้รับบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน 60 เดือน นับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับบำนาญ ทายาทผู้มีสิทธิตามหลักเกณฑ์จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพ โดยคำนวณจาก เงินบำนาญเดือนสุดท้ายก่อนเสียชีวิต คูณจำนวนเดือนที่เหลือจนครบ 60 เดือน เงินส่วนนี้จ่ายตามเงื่อนไขสิทธิของทายาท ไม่ใช่การรับบำนาญรายเดือนต่อจากผู้เสียชีวิตตลอดไป ทายาทจึงควรติดต่อสำนักงานประกันสังคมเพื่อให้ตรวจสอบสิทธิและเอกสารของแต่ละกรณี

สูตรบำนาญ CARE คืบหน้าถึงไหน?

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 คณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงที่เสนอปรับวิธีคำนวณบำนาญเป็นสูตร CARE หรือ Career Average Revalued Earnings แนวทางนี้นำฐานค่าจ้างตลอดช่วงที่ส่งเงินสมทบมาปรับมูลค่าให้เป็นปัจจุบันก่อนหาค่าเฉลี่ย แทนการดูเฉพาะค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้าย โดยมีเป้าหมายให้บำนาญสะท้อนประวัติการส่งเงินสมทบตลอดการทำงาน และลดผลกระทบจากฐานค่าจ้างที่ลดลงในช่วงท้าย

อย่างไรก็ตาม การอนุมัติหลักการยังไม่เท่ากับการเริ่มใช้สูตรใหม่ทันที ตามคำชี้แจงของรัฐบาล ร่างกฎกระทรวงกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 180 วันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกันตนจึงต้องตรวจสอบประกาศและวันมีผลบังคับใช้จากสำนักงานประกันสังคมก่อนนำสูตรใหม่มาประเมินสิทธิ ส่วนตัวอย่าง 4,125 บาทในบทความนี้เป็นการคำนวณตามสูตรเดิม

ก่อนขอรับเงินชราภาพ ควรเช็กอะไรบ้าง?

  • อายุ: ครบ 55 ปีบริบูรณ์แล้วหรือไม่
  • สถานะผู้ประกันตน: สิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือมาตรา 39 แล้วหรือยัง
  • ประวัติเงินสมทบ: ส่งสะสมทั้งหมดกี่เดือน และครบ 180 เดือนหรือไม่
  • ฐานค่าจ้าง: ฐานที่ใช้ส่งเงินสมทบแต่ละช่วงเป็นเท่าไร
  • หลักเกณฑ์ที่ใช้กับสิทธิ: ตรวจสอบสูตรคำนวณและวันมีผลบังคับใช้ก่อนยื่นคำขอ

สำหรับผู้ประกันตนที่ใกล้เกษียณ สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงนับว่าทำงานมากี่ปี แต่ต้องตรวจสอบจำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบจริงด้วย หากครบ 180 เดือนและเข้าเงื่อนไข จะมีสิทธิรับบำนาญรายเดือน ส่วนผู้ที่ส่งไม่ครบจะได้รับบำเหน็จตามหลักเกณฑ์ การตรวจสอบข้อมูลกับสำนักงานประกันสังคมก่อนยื่นขอรับสิทธิ จะช่วยให้วางแผนรายได้หลังเกษียณได้ตรงกับสิทธิของตัวเองมากที่สุด

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล